3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ผู้ทรงทำศึกสงคราม "มากที่สุด" ในประวัติศาสตร์
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ใครทรงทำศึกสงครามมากที่สุดในประวัติศาสตร์?
เปิดบันทึกพงศาวดาร ย้อนรอยพระปรีชาสามารถแห่งพระมหากษัตริย์นักรบผู้กอบกู้และปกป้องแผ่นดิน
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยในยุคที่บ้านเมืองต้องเผชิญสงคราม การกอบกู้เอกราช และการรวบรวมแผ่นดิน มีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ที่ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำทัพและวางยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องราชอาณาจักร หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจคือ หากกล่าวถึงกษัตริย์นักรบที่ทรงผ่านศึกสงครามครั้งสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย จะมีพระองค์ใดบ้าง?
ในบรรดาพระมหากษัตริย์นักรบที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง มี 3 พระองค์ที่โดดเด่น ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทั้งสามพระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย แต่ทรงเผชิญสถานการณ์และภารกิจที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใช้จัดอันดับได้อย่างชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกยุคสมัย บทความนี้จึงพาย้อนดูพระราชประวัติและสงครามสำคัญของทั้ง 3 พระองค์ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดพระองค์จึงได้รับการยกย่องในฐานะกษัตริย์นักรบของไทย
1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบผู้ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี
สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงครองราชย์กรุงศรีอยุธยาระหว่าง พ.ศ. 2133–2148 พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยกรุงศรีอยุธยาจากอำนาจของหงสาวดี และทำสงครามเพื่อสร้างความมั่นคงให้ราชอาณาจักรในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างรัฐต่าง ๆ ในภูมิภาคยังดำเนินอยู่
ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราชและประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก เหตุการณ์สำคัญในพระราชประวัติคือการประกาศอิสรภาพจากหงสาวดีใน พ.ศ. 2127 ซึ่งนำไปสู่การทำสงครามครั้งสำคัญระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดีในเวลาต่อมา
สงครามและยุทธการสำคัญ
- การประกาศอิสรภาพ พ.ศ. 2127: เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดี และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชในช่วงต่อมา
- สงครามยุทธหัตถี พ.ศ. 2135: ตามพระราชพงศาวดารไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาและได้รับชัยชนะ เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในวีรกรรมสำคัญที่ได้รับการจดจำในประวัติศาสตร์ไทย
- การทำสงครามกับหงสาวดี: ในรัชสมัยของพระองค์มีการยกทัพทำสงครามหลายครั้ง ทั้งเพื่อป้องกันกรุงศรีอยุธยาและขยายอำนาจไปยังหัวเมืองใกล้เคียง
สิ่งที่ทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงได้รับการยกย่องในฐานะกษัตริย์นักรบ คือบทบาทในการประกาศอิสรภาพและทำสงครามเพื่อรักษาความมั่นคงของกรุงศรีอยุธยา พระราชประวัติของพระองค์จึงเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์การสงครามในสมัยอยุธยา
2. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชและรวบรวมแผ่นดิน
หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย อำนาจส่วนกลางอ่อนแอลง และเกิดชุมนุมทางการเมืองหลายแห่งที่พยายามรวบรวมกำลังของตนเอง สถานการณ์ในเวลานั้นจึงเป็นทั้งวิกฤตจากสงครามภายนอกและความแตกแยกภายใน
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมกำลังจากภาคตะวันออก ก่อนนำกองทัพกลับเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้ายึดเมืองธนบุรีกับค่ายโพธิ์สามต้นได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 ซึ่งกรมศิลปากรกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ในฐานะหมุดหมายสำคัญของการกอบกู้เอกราชหลังเสียกรุงศรีอยุธยา
สงครามและภารกิจทางการทหารสำคัญ
- การกอบกู้เอกราช พ.ศ. 2310: ทรงนำกำลังเข้าต่อสู้กับข้าศึกและยึดค่ายโพธิ์สามต้นกลับคืนมาได้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังการเสียกรุง
- การปราบชุมนุมต่าง ๆ: ทรงดำเนินการรวบรวมบ้านเมืองให้กลับมาเป็นปึกแผ่น โดยปราบปรามชุมนุมสำคัญ เช่น ชุมนุมเจ้าพิมาย ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช และชุมนุมเจ้าพระฝาง
- การรับมือสงครามกับพม่า: ในสมัยกรุงธนบุรีเกิดสงครามกับพม่าหลายครั้ง เช่น ศึกบางแก้ว การรบที่เมืองพิชัย และการรับมือกองทัพพม่าที่เข้ามารุกรานหัวเมืองฝ่ายเหนือ
- การขยายอำนาจไปยังหัวเมืองใกล้เคียง: มีการส่งกองทัพไปทำสงครามในกัมพูชาและลาว รวมถึงการยกทัพไปเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2321–2322 ซึ่งนำไปสู่การอัญเชิญพระแก้วมรกตมายังกรุงธนบุรี โดยมีเจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์เป็นแม่ทัพสำคัญ
ความโดดเด่นของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงอยู่ที่การกอบกู้เอกราชและฟื้นฟูบ้านเมืองในช่วงเวลาที่ราชอาณาจักรแตกแยก ภารกิจทางการทหารของพระองค์ครอบคลุมทั้งการต่อสู้กับข้าศึกภายนอกและการรวบรวมอำนาจภายในให้กลับมาเป็นปึกแผ่น
3. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กษัตริย์ผู้วางรากฐานความมั่นคงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใน พ.ศ. 2325 ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารในสมัยกรุงธนบุรี และเป็นที่รู้จักในพระนามเจ้าพระยาจักรี เมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ยังต้องทรงรับมือกับสงครามเพื่อปกป้องราชอาณาจักรและสร้างความมั่นคงให้ราชธานีแห่งใหม่
สงครามสำคัญในรัชสมัย
- สงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328: เป็นสงครามครั้งสำคัญระหว่างสยามกับพม่า เมื่อพม่ายกทัพเข้ามาหลายเส้นทางพร้อมกัน ฝ่ายสยามต้องแบ่งกำลังรับมือในหลายพื้นที่ โดยมีการสู้รบสำคัญที่ลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี
- สงครามท่าดินแดง พ.ศ. 2329: กองทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์และตั้งค่ายในบริเวณท่าดินแดงกับสามสบ กองทัพสยามจึงยกกำลังเข้าต่อสู้จนฝ่ายพม่าถอยกลับไป
- การทำสงครามในหัวเมืองต่าง ๆ: ในรัชสมัยยังมีการทำศึกเพื่อป้องกันและรักษาความมั่นคงของหัวเมือง รวมถึงการทำศึกที่เมืองทวายและการขับไล่กองทัพพม่าออกจากดินแดนล้านนาในช่วงต่อมา
สงครามเก้าทัพและสงครามท่าดินแดงเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนความท้าทายของการสร้างราชธานีใหม่ในช่วงที่ความขัดแย้งกับพม่ายังไม่สิ้นสุด พระราชกรณียกิจทางการทหารของรัชกาลที่ 1 จึงเกี่ยวข้องทั้งกับการป้องกันราชอาณาจักรและการสร้างความมั่นคงให้กรุงรัตนโกสินทร์
แล้วพระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุด?
เมื่อพิจารณาจากพระราชประวัติ จะเห็นว่าทั้งสามพระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารอย่างโดดเด่น แต่ลักษณะของสงครามแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละยุค สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีบทบาทสำคัญในการประกาศอิสรภาพและทำสงครามกับหงสาวดี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชและรวบรวมบ้านเมืองหลังเสียกรุง ส่วนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันราชอาณาจักรและสร้างความมั่นคงให้กรุงรัตนโกสินทร์
อย่างไรก็ตาม การจะระบุว่าพระองค์ใดทรงทำสงครามมากที่สุดจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบให้ชัดเจน เช่น นับจำนวนสงครามที่เกิดขึ้นในรัชสมัย นับเฉพาะศึกที่ทรงบัญชาการด้วยพระองค์เอง หรือนับรวมการทำศึกในช่วงก่อนขึ้นครองราชย์ด้วย เพราะข้อมูลในพงศาวดารมักบันทึกสงครามที่แม่ทัพและพระบรมวงศานุวงศ์เป็นผู้บัญชาการไว้ด้วยเช่นกัน
หนังสือ ไทยรบพม่า ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่รวบรวมเหตุการณ์สงครามระหว่างไทยกับพม่าตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่การรวบรวมสงครามในแต่ละยุคไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำจำนวนศึกทั้งหมดมาใช้จัดอันดับพระมหากษัตริย์ได้โดยตรง
สรุป 3 กษัตริย์นักรบไทย ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้วนเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์การสงครามของไทย ทั้งการประกาศอิสรภาพ การกอบกู้เอกราช การรวบรวมแผ่นดิน และการป้องกันราชอาณาจักรจากการรุกราน
แม้จะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าพระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุดอย่างเป็นทางการ แต่พระราชประวัติของทั้งสามพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงภารกิจทางการทหารในช่วงเวลาที่บ้านเมืองต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และช่วยให้เข้าใจว่าการสร้างความมั่นคงของราชอาณาจักรในอดีตต้องอาศัยทั้งยุทธศาสตร์ การรวบรวมกำลัง และการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม
- เฉลยแล้ว! จังหวัดที่อยู่ "กึ่งกลางประเทศไทย" จริงๆ หลายคนตอบผิด ไม่ใช่กรุงเทพ?
- รวมกษัตริย์ไทย "สู้ศึกบนหลังช้าง" ตำนานวีรกรรม คนแรกอายุเพียง 19 ปี พูดชื่อใครก็รู้จัก!!
- "คุณพระนาย" คือใคร? ใหญ่กว่าพระยาหรือไม่ เปิดความจริงตำแหน่งสำคัญในอดีต

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


