3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ผู้ทรงทำศึกสงคราม "มากที่สุด" ในประวัติศาสตร์

3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ผู้ทรงทำศึกสงคราม "มากที่สุด" ในประวัติศาสตร์

3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ผู้ทรงทำศึกสงคราม "มากที่สุด" ในประวัติศาสตร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

3 จอมทัพกษัตริย์ไทย ใครทรงทำศึกสงครามมากที่สุดในประวัติศาสตร์?

เปิดบันทึกพงศาวดาร ย้อนรอยพระปรีชาสามารถแห่งพระมหากษัตริย์นักรบผู้กอบกู้และปกป้องแผ่นดิน

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ไทยในยุคที่บ้านเมืองต้องเผชิญสงคราม การกอบกู้เอกราช และการรวบรวมแผ่นดิน มีพระมหากษัตริย์หลายพระองค์ที่ทรงมีบทบาทสำคัญในการนำทัพและวางยุทธศาสตร์เพื่อปกป้องราชอาณาจักร หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจคือ หากกล่าวถึงกษัตริย์นักรบที่ทรงผ่านศึกสงครามครั้งสำคัญมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย จะมีพระองค์ใดบ้าง?

ในบรรดาพระมหากษัตริย์นักรบที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวาง มี 3 พระองค์ที่โดดเด่น ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทั้งสามพระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย แต่ทรงเผชิญสถานการณ์และภารกิจที่แตกต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใช้จัดอันดับได้อย่างชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกยุคสมัย บทความนี้จึงพาย้อนดูพระราชประวัติและสงครามสำคัญของทั้ง 3 พระองค์ เพื่อทำความเข้าใจว่าเหตุใดพระองค์จึงได้รับการยกย่องในฐานะกษัตริย์นักรบของไทย

1. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบผู้ประกาศอิสรภาพจากหงสาวดี

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงครองราชย์กรุงศรีอยุธยาระหว่าง พ.ศ. 2133–2148 พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการปลดปล่อยกรุงศรีอยุธยาจากอำนาจของหงสาวดี และทำสงครามเพื่อสร้างความมั่นคงให้ราชอาณาจักรในช่วงที่ความขัดแย้งระหว่างรัฐต่าง ๆ ในภูมิภาคยังดำเนินอยู่

ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราชและประทับอยู่ที่เมืองพิษณุโลก เหตุการณ์สำคัญในพระราชประวัติคือการประกาศอิสรภาพจากหงสาวดีใน พ.ศ. 2127 ซึ่งนำไปสู่การทำสงครามครั้งสำคัญระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดีในเวลาต่อมา

สงครามและยุทธการสำคัญ

  • การประกาศอิสรภาพ พ.ศ. 2127: เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับหงสาวดี และเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชในช่วงต่อมา
  • สงครามยุทธหัตถี พ.ศ. 2135: ตามพระราชพงศาวดารไทย สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชาและได้รับชัยชนะ เหตุการณ์นี้กลายเป็นหนึ่งในวีรกรรมสำคัญที่ได้รับการจดจำในประวัติศาสตร์ไทย
  • การทำสงครามกับหงสาวดี: ในรัชสมัยของพระองค์มีการยกทัพทำสงครามหลายครั้ง ทั้งเพื่อป้องกันกรุงศรีอยุธยาและขยายอำนาจไปยังหัวเมืองใกล้เคียง

สิ่งที่ทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงได้รับการยกย่องในฐานะกษัตริย์นักรบ คือบทบาทในการประกาศอิสรภาพและทำสงครามเพื่อรักษาความมั่นคงของกรุงศรีอยุธยา พระราชประวัติของพระองค์จึงเป็นส่วนสำคัญของการศึกษาประวัติศาสตร์การสงครามในสมัยอยุธยา

2. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กษัตริย์ผู้กอบกู้เอกราชและรวบรวมแผ่นดิน

หลังกรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 บ้านเมืองตกอยู่ในภาวะระส่ำระสาย อำนาจส่วนกลางอ่อนแอลง และเกิดชุมนุมทางการเมืองหลายแห่งที่พยายามรวบรวมกำลังของตนเอง สถานการณ์ในเวลานั้นจึงเป็นทั้งวิกฤตจากสงครามภายนอกและความแตกแยกภายใน

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงรวบรวมกำลังจากภาคตะวันออก ก่อนนำกองทัพกลับเข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้ายึดเมืองธนบุรีกับค่ายโพธิ์สามต้นได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 ซึ่งกรมศิลปากรกล่าวถึงเหตุการณ์นี้ในฐานะหมุดหมายสำคัญของการกอบกู้เอกราชหลังเสียกรุงศรีอยุธยา

สงครามและภารกิจทางการทหารสำคัญ

  • การกอบกู้เอกราช พ.ศ. 2310: ทรงนำกำลังเข้าต่อสู้กับข้าศึกและยึดค่ายโพธิ์สามต้นกลับคืนมาได้ เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังการเสียกรุง
  • การปราบชุมนุมต่าง ๆ: ทรงดำเนินการรวบรวมบ้านเมืองให้กลับมาเป็นปึกแผ่น โดยปราบปรามชุมนุมสำคัญ เช่น ชุมนุมเจ้าพิมาย ชุมนุมเจ้านครศรีธรรมราช และชุมนุมเจ้าพระฝาง
  • การรับมือสงครามกับพม่า: ในสมัยกรุงธนบุรีเกิดสงครามกับพม่าหลายครั้ง เช่น ศึกบางแก้ว การรบที่เมืองพิชัย และการรับมือกองทัพพม่าที่เข้ามารุกรานหัวเมืองฝ่ายเหนือ
  • การขยายอำนาจไปยังหัวเมืองใกล้เคียง: มีการส่งกองทัพไปทำสงครามในกัมพูชาและลาว รวมถึงการยกทัพไปเวียงจันทน์ใน พ.ศ. 2321–2322 ซึ่งนำไปสู่การอัญเชิญพระแก้วมรกตมายังกรุงธนบุรี โดยมีเจ้าพระยาจักรีและเจ้าพระยาสุรสีห์เป็นแม่ทัพสำคัญ

ความโดดเด่นของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงอยู่ที่การกอบกู้เอกราชและฟื้นฟูบ้านเมืองในช่วงเวลาที่ราชอาณาจักรแตกแยก ภารกิจทางการทหารของพระองค์ครอบคลุมทั้งการต่อสู้กับข้าศึกภายนอกและการรวบรวมอำนาจภายในให้กลับมาเป็นปึกแผ่น

3. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กษัตริย์ผู้วางรากฐานความมั่นคงแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใน พ.ศ. 2325 ก่อนเสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารในสมัยกรุงธนบุรี และเป็นที่รู้จักในพระนามเจ้าพระยาจักรี เมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ยังต้องทรงรับมือกับสงครามเพื่อปกป้องราชอาณาจักรและสร้างความมั่นคงให้ราชธานีแห่งใหม่

สงครามสำคัญในรัชสมัย

  • สงครามเก้าทัพ พ.ศ. 2328: เป็นสงครามครั้งสำคัญระหว่างสยามกับพม่า เมื่อพม่ายกทัพเข้ามาหลายเส้นทางพร้อมกัน ฝ่ายสยามต้องแบ่งกำลังรับมือในหลายพื้นที่ โดยมีการสู้รบสำคัญที่ลาดหญ้า จังหวัดกาญจนบุรี
  • สงครามท่าดินแดง พ.ศ. 2329: กองทัพพม่าเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์และตั้งค่ายในบริเวณท่าดินแดงกับสามสบ กองทัพสยามจึงยกกำลังเข้าต่อสู้จนฝ่ายพม่าถอยกลับไป
  • การทำสงครามในหัวเมืองต่าง ๆ: ในรัชสมัยยังมีการทำศึกเพื่อป้องกันและรักษาความมั่นคงของหัวเมือง รวมถึงการทำศึกที่เมืองทวายและการขับไล่กองทัพพม่าออกจากดินแดนล้านนาในช่วงต่อมา

สงครามเก้าทัพและสงครามท่าดินแดงเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนความท้าทายของการสร้างราชธานีใหม่ในช่วงที่ความขัดแย้งกับพม่ายังไม่สิ้นสุด พระราชกรณียกิจทางการทหารของรัชกาลที่ 1 จึงเกี่ยวข้องทั้งกับการป้องกันราชอาณาจักรและการสร้างความมั่นคงให้กรุงรัตนโกสินทร์

แล้วพระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุด?

เมื่อพิจารณาจากพระราชประวัติ จะเห็นว่าทั้งสามพระองค์ทรงมีบทบาททางการทหารอย่างโดดเด่น แต่ลักษณะของสงครามแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละยุค สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีบทบาทสำคัญในการประกาศอิสรภาพและทำสงครามกับหงสาวดี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชและรวบรวมบ้านเมืองหลังเสียกรุง ส่วนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงมีบทบาทสำคัญในการป้องกันราชอาณาจักรและสร้างความมั่นคงให้กรุงรัตนโกสินทร์

อย่างไรก็ตาม การจะระบุว่าพระองค์ใดทรงทำสงครามมากที่สุดจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์เปรียบเทียบให้ชัดเจน เช่น นับจำนวนสงครามที่เกิดขึ้นในรัชสมัย นับเฉพาะศึกที่ทรงบัญชาการด้วยพระองค์เอง หรือนับรวมการทำศึกในช่วงก่อนขึ้นครองราชย์ด้วย เพราะข้อมูลในพงศาวดารมักบันทึกสงครามที่แม่ทัพและพระบรมวงศานุวงศ์เป็นผู้บัญชาการไว้ด้วยเช่นกัน

หนังสือ ไทยรบพม่า ของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่รวบรวมเหตุการณ์สงครามระหว่างไทยกับพม่าตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น แต่การรวบรวมสงครามในแต่ละยุคไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำจำนวนศึกทั้งหมดมาใช้จัดอันดับพระมหากษัตริย์ได้โดยตรง

สรุป 3 กษัตริย์นักรบไทย ผู้ทรงมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ล้วนเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์การสงครามของไทย ทั้งการประกาศอิสรภาพ การกอบกู้เอกราช การรวบรวมแผ่นดิน และการป้องกันราชอาณาจักรจากการรุกราน

แม้จะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันว่าพระองค์ใดทรงทำศึกสงครามมากที่สุดอย่างเป็นทางการ แต่พระราชประวัติของทั้งสามพระองค์สะท้อนให้เห็นถึงภารกิจทางการทหารในช่วงเวลาที่บ้านเมืองต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และช่วยให้เข้าใจว่าการสร้างความมั่นคงของราชอาณาจักรในอดีตต้องอาศัยทั้งยุทธศาสตร์ การรวบรวมกำลัง และการฟื้นฟูบ้านเมืองหลังสงคราม

แหล่งอ้างอิง

  1. สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร: วันที่ 6 พฤศจิกายน วันกอบกู้เอกราชไทย
  2. หอสมุดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย: ไทยรบพม่า ฉบับรวมเล่ม โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
  3. กรมศิลปากร: พงศาวดารเรื่องไทยรบพม่า
  4. หอสมุดแห่งชาติ: พระประวัติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล