พืชดอกยุคดึกดำบรรพ์ อยู่มานาน 125 ล้านปี ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ สู่อาหารไทยที่คุ้นเคย

พืชดอกยุคดึกดำบรรพ์ อยู่มานาน 125 ล้านปี วิวัฒนาการตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ สู่เมนูอาหารไทยที่คุ้นเคย
ใครจะคิดว่า "บัวสาย" ดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยตามบึงและสระน้ำ รวมถึงสายบัวที่นิยมนำมาทำแกงส้ม จะมีประวัติทางวิวัฒนาการเก่าแก่ย้อนกลับไปถึงยุคไดโนเสาร์เมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน พืชที่ดูธรรมดาชนิดนี้เป็นสมาชิกของกลุ่มพืชดอกยุคแรก ๆ ของโลก และมีหลักฐานฟอสซิลที่ช่วยยืนยันความเก่าแก่ของสายวิวัฒนาการ ว่าบรรพบุรุษของบัวสายมีชีวิตอยู่ในช่วงเดียวกับไดโนเสาร์กินพืชหลายชนิด
บัวสาย หนึ่งในกลุ่มพืชดอกเก่าแก่ที่สุดของโลก
บัวสาย (Water Lily) เป็นพืชน้ำในวงศ์ Nymphaeaceae ซึ่งอยู่ในอันดับ Nymphaeales มีลักษณะเด่นคือใบลอยอยู่บนผิวน้ำ ดอกมีหลากหลายสี เช่น ขาว ชมพู และม่วง ส่วนเหง้าเจริญเติบโตอยู่ในดินโคลนใต้แหล่งน้ำ โดยกลุ่มบัวสายถือเป็นหนึ่งในสายวิวัฒนาการยุคแรก ๆ ของพืชดอกที่ยังมีตัวแทนดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
หลักฐานสำคัญมาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อปี ค.ศ. 2001 ซึ่งรายงานการค้นพบซากดึกดำบรรพ์ของโครงสร้างดอกและละอองเรณูที่เกี่ยวข้องกับพืชกลุ่มบัวสาย ในประเทศโปรตุเกส โดยมีอายุประมาณ 115–125 ล้านปี อยู่ในยุคครีเทเชียสตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไดโนเสาร์ยังคงมีชีวิตอยู่บนโลก
การค้นพบดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์ทราบว่า พืชกลุ่มบัวสายมีประวัติวิวัฒนาการยาวนานกว่าที่หลายคนคิด อย่างไรก็ตาม บัวสายที่เราเห็นในปัจจุบันอาจไม่ใช่พืชสปีชีส์เดียวกับที่เคยเติบโตเมื่อ 125 ล้านปีก่อน แต่เป็นสมาชิกของกลุ่มพืชที่มีสายวิวัฒนาการสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคนั้น
บัวสาย
จากดอกไม้ยุคไดโนเสาร์ สู่แกงส้มสายบัวของคนไทย
บัวสาย เป็นพืชที่อยู่ใกล้ตัวคนไทยอย่างมาก โดยพบและปลูกกันตามหนอง บึง สระน้ำ และแหล่งน้ำต่าง ๆ ทั่วประเทศ นอกจากดอกที่มีความสวยงามแล้ว ก้านดอกของบัวสายยังสามารถนำมารับประทานเป็นผักพื้นบ้านได้อีกด้วย
เมนูที่คนไทยคุ้นเคย ได้แก่ แกงส้มสายบัว ต้มกะทิสายบัวใส่ปลาทู และผัดสายบัวใส่กุ้ง รวมถึงการรับประทานสายบัวสดคู่กับน้ำพริก โดยนิยมนำก้านดอกมาลอกเปลือกและเส้นใยบางส่วนออกก่อนประกอบอาหาร เนื่องจากมีเนื้อสัมผัสนุ่มและดูดซับรสชาติของเครื่องแกงได้ดี
ข้อมูลจาก Japan International Research Center for Agricultural Sciences (JIRCAS) ระบุว่า บัวสายกลุ่มที่ใช้เป็นอาหารในประเทศไทย เช่น Nymphaea lotus มีการนำก้านดอกมารับประทานทั้งแบบสดและปรุงสุก ไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม ผัด หรือแกงกับปลาทู

บัวสายกับบัวหลวง ไม่ใช่พืชชนิดเดียวกัน
แม้จะเรียกว่า "บัว" เหมือนกัน แต่บัวสายและบัวหลวงแตกต่างกันทางพฤกษศาสตร์ โดยบัวสายอยู่ในวงศ์ Nymphaeaceae ส่วนบัวหลวงอยู่ในวงศ์ Nelumbonaceae และมีสายวิวัฒนาการแยกจากกัน
บัวสายมีใบที่มักลอยอยู่บนผิวน้ำ และมีก้านดอกอ่อนที่นิยมนำมารับประทานเป็นผัก ส่วนบัวหลวงมักมีใบขนาดใหญ่ชูพ้นน้ำ และนิยมใช้ประโยชน์จากเมล็ด เหง้า และไหลบัว ดังนั้น สายบัวที่ใช้ทำแกงส้มกับไหลบัวที่นิยมทำยำหรือส้มตำ จึงเป็นส่วนของพืชที่แตกต่างกัน
ทำไมบัวสายจึงยังอยู่บนโลกได้จนถึงปัจจุบัน?
แม้โลกจะผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลายครั้ง รวมถึงเหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 66 ล้านปีก่อนที่ทำให้ไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นกสูญพันธุ์ แต่สายวิวัฒนาการของพืชกลุ่มบัวสายยังคงมีตัวแทนดำรงชีวิตต่อมาได้
พืชกลุ่มนี้มีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในแหล่งน้ำ เช่น การมีใบลอยบนผิวน้ำเพื่อรับแสง และการเจริญเติบโตจากเหง้าที่อยู่ในโคลน ซึ่งเป็นลักษณะที่เหมาะกับการดำรงชีวิตในพื้นที่ชุ่มน้ำ อย่างไรก็ตาม การที่พืชกลุ่มนี้อยู่รอดมาอย่างยาวนานไม่ได้หมายความว่าหยุดวิวัฒนาการ เพราะบัวสายแต่ละชนิดยังคงผ่านการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวมาตลอดประวัติศาสตร์ของโลก
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)