อาชีพในฝันทั้งนั้น! เปิด 7 อาชีพ รายได้สูง แต่ "คนลาออกเยอะที่สุด"

เงินเดือนสูง ทำไมยังอยากลาออก? เปิด 7 สายอาชีพรายได้ดี ที่มีความกดดันซ่อนอยู่ จนกลายเป็นอาชีพที่คนลาออกบ่อยที่สุด!
เงินเดือนดี โบนัสสูง และโอกาสเติบโต อาจทำให้งานหนึ่งดูเป็น “งานในฝัน” แต่เมื่อเริ่มทำจริง บางคนกลับพบว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมชั่วโมงทำงานยาวนาน ความคาดหวังสูง และเวลาพักที่น้อยลง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนทำงานจะเริ่มถามตัวเองว่า เงินที่ได้รับคุ้มกับสิ่งที่ต้องแลกหรือไม่
ผลสำรวจ Randstad Workmonitor Pulse เดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นคนทำงานกว่า 5,000 คนในหลายประเทศ พบว่า 40% ของผู้ตอบเคยรับงานที่ค่าตอบแทนต่ำลงเพื่อลดความเครียด ขณะที่ 43% เคยเลือกงานที่มีโอกาสก้าวหน้าจำกัดกว่า แต่ให้สมดุลชีวิตที่ดีขึ้น ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเงินยังสำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจเลือกงาน
ต่อไปนี้คือ 7 สายอาชีพที่มีโอกาสสร้างรายได้สูง พร้อมความท้าทายที่อาจทำให้คนทำงานคิดถึงการเปลี่ยนงาน อย่างไรก็ตาม รายการนี้ไม่ใช่การจัดอันดับอัตราลาออก และไม่ได้หมายความว่าทุกคนในอาชีพเหล่านี้มีรายได้สูงหรือเผชิญปัญหาเหมือนกัน เพราะตำแหน่ง ประสบการณ์ นายจ้าง และสภาพการทำงานล้วนมีผล
1. แพทย์: รายได้และความมั่นคง มาพร้อมความรับผิดชอบต่อชีวิต
แพทย์เป็นอาชีพที่มีโอกาสสร้างรายได้สูง โดยเฉพาะเมื่อมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและประสบการณ์มากขึ้น แต่เบื้องหลังการรักษาผู้ป่วยคือความรับผิดชอบในการตัดสินใจ เวรดึก และภาระงานที่อาจทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ หากจำนวนบุคลากรไม่สอดคล้องกับผู้รับบริการ ความเหนื่อยสะสมก็อาจกระทบทั้งชีวิตส่วนตัวและความรู้สึกที่มีต่องาน
2. โปรแกรมเมอร์และสายไอที: ทักษะมีมูลค่า แต่ต้องรับมือโจทย์ใหม่เสมอ
คนทำงานเทคโนโลยีที่มีทักษะตรงกับความต้องการขององค์กร เช่น AI การวิเคราะห์ข้อมูล หรือความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่ดี ขณะเดียวกัน งานอาจมาพร้อมกำหนดส่งที่กระชั้น การแก้ปัญหาระบบ และการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง บางตำแหน่งยังต้องพร้อมรับเหตุขัดข้องนอกเวลางาน ทำให้ขอบเขตระหว่างเวลาทำงานกับเวลาพักไม่ชัดเจน
3. งานขาย: คอมมิชชันน่าลุ้น แต่เป้ายอดขายไม่เคยหยุดรอ
งานขายอสังหาริมทรัพย์ ประกัน รถยนต์ หรือการขายให้ลูกค้าองค์กร สามารถสร้างรายได้สูงจากคอมมิชชันและผลงาน แต่รายได้ส่วนนี้อาจผันผวนตามยอดขาย ภาวะตลาด และเงื่อนไขของบริษัท เมื่อเริ่มรอบเดือนหรือไตรมาสใหม่ คนทำงานก็ต้องกลับไปไล่เป้าอีกครั้ง ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันหากเป้าหมายสูงเกินทรัพยากรที่มี
4. วาณิชธนกิจ: โบนัสสูง แลกกับช่วงเวลาที่งานเข้มข้น
งานวาณิชธนกิจ หรือ Investment Banking มีโอกาสได้รับเงินเดือนและโบนัสสูง โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ช่วงเตรียมปิดดีลอาจต้องทำงานยาวนาน ตรวจรายละเอียดจำนวนมาก และปรับงานตามความต้องการของลูกค้าอย่างเร่งด่วน สำหรับคนที่ต้องการเวลาส่วนตัวแน่นอน รูปแบบงานเช่นนี้อาจเป็นโจทย์สำคัญในการตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือเปลี่ยนเส้นทาง
5. ลูกเรือและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน: ได้เดินทาง แต่เวลาพักไม่เหมือนงานทั่วไป
อาชีพลูกเรือมีโอกาสได้รับรายได้จากเงินเดือนและค่าตอบแทนตามเงื่อนไขการบิน พร้อมประสบการณ์เดินทางที่หลายคนสนใจ แต่ตารางงานอาจสลับกลางวันและกลางคืน รวมถึงต้องเดินทางข้ามเขตเวลา สถาบัน NIOSH ของสหรัฐฯ ระบุว่า ลูกเรืออาจเผชิญการรบกวนจังหวะนาฬิกาชีวภาพหรือเจ็ตแล็ก จึงต้องให้ความสำคัญกับการพักผ่อนควบคู่กับการรับมือแรงกดดันจากงานบริการ
6. ทนายความ: ค่าตอบแทนตามความเชี่ยวชาญ พร้อมภาระที่ต้องรอบคอบ
ทนายความบางสาขา โดยเฉพาะงานธุรกิจและกฎหมายองค์กร มีโอกาสสร้างรายได้สูงตามความเชี่ยวชาญและฐานลูกค้า แต่การทำงานต้องอาศัยความละเอียด การเตรียมเอกสาร และการจัดการกำหนดเวลาที่อาจส่งผลต่อสิทธิของลูกค้า เมื่อมีหลายคดีหรือหลายโครงการพร้อมกัน ภาระงานและความคาดหวังจึงอาจทำให้เวลาพักลดลง
7. ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์: ดูเป็นงานอิสระ แต่รายได้ไม่แน่นอน
ครีเอเตอร์บางคนสร้างรายได้สูงจากโฆษณา การร่วมงานกับแบรนด์ และธุรกิจของตัวเอง แต่รายได้แตกต่างกันมาก และไม่ใช่ทุกคนจะมีรายรับสม่ำเสมอ การต้องผลิตผลงานใหม่ ติดตามยอดรับชม และปรับตัวตามแพลตฟอร์ม อาจทำให้รู้สึกว่าหยุดพักได้ยาก อีกทั้งความคิดเห็นจากผู้ชมและแรงกดดันในการรักษาความนิยม ก็เป็นส่วนหนึ่งของงานที่คนภายนอกอาจมองไม่เห็น
ทำไมเงินเดือนสูงจึงไม่ใช่เหตุผลให้อยู่ต่อเสมอไป?
ปัญหาที่ทำให้คนอยากเปลี่ยนงานอาจไม่ได้อยู่ที่อาชีพเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ปริมาณงาน การสนับสนุนจากหัวหน้า ความยืดหยุ่น และโอกาสพักฟื้นจากความเหนื่อยด้วย เมื่อรายได้ดีแต่ไม่มีเวลานอน ดูแลสุขภาพ หรืออยู่กับครอบครัว คนทำงานบางส่วนจึงเลือกเปลี่ยนเงื่อนไขชีวิตแทนการเพิ่มรายได้ การลาออกจึงอาจเป็นการปรับเส้นทางให้เหมาะกับตัวเองในช่วงเวลานั้น
องค์การอนามัยโลกและองค์การแรงงานระหว่างประเทศเผยแพร่งานวิเคราะห์ในปี 2021 พบว่า การทำงานตั้งแต่ 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไปสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจขาดเลือดที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับการทำงาน 35–40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าชั่วโมงทำงานเป็นเรื่องที่ควรพิจารณาควบคู่กับค่าตอบแทน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ทำงานในทั้ง 7 อาชีพจะมีความเสี่ยงเท่ากันทั้งหมด
ก่อนเลือกงานรายได้สูง ต้องดูอะไรนอกจากเงินเดือน?
- รายได้ที่แน่นอน: แยกเงินเดือนประจำออกจากโบนัส คอมมิชชัน และค่าตอบแทนที่มีเงื่อนไข
- เวลาทำงานจริง: รวมเวร งานล่วงเวลา และการต้องพร้อมตอบงานนอกเวลาปกติ
- การดูแลคนทำงาน: ดูจำนวนบุคลากร วันลา และการสนับสนุนเมื่อภาระงานหนัก
- ความเหมาะสมกับชีวิต: พิจารณาสุขภาพ ภาระครอบครัว และเวลาส่วนตัวที่ต้องการ
- โอกาสเติบโต: ประเมินว่าจะได้พัฒนาทักษะและไปถึงเป้าหมายระยะยาวหรือไม่
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




