ทำไมถึงชื่อ "พระโขนง" ย้อนที่มาและความหมาย อำเภอเก่าแก่ที่ไม่ได้ขึ้นกับพระนคร

ทำไมถึงชื่อ "พระโขนง" ย้อนที่มาและความหมาย อำเภอเก่าแก่ที่ไม่ได้ขึ้นกับพระนคร

ทำไมถึงชื่อ "พระโขนง" ย้อนที่มาและความหมาย อำเภอเก่าแก่ที่ไม่ได้ขึ้นกับพระนคร
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมถึงชื่อ "พระโขนง" ย้อนที่มาและความหมาย เปิดประวัติอำเภอเก่าแก่ที่ไม่ได้ขึ้นกับพระนคร ก่อนกลายมาเป็นเขตหนึ่งของกรุงเทพฯ

พูดถึง “พระโขนง” หลายคนอาจนึกถึงตำนานแม่นากพระโขนงเป็นอันดับแรก แต่หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของพื้นที่ จะพบว่าพระโขนงเป็นย่านเก่าแก่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่มีพัฒนาการมายาวนาน ทั้งในฐานะชุมชนริมน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม เส้นทางคมนาคม และอดีตอำเภอขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่กว้างกว่าพระโขนงในปัจจุบันมาก

น่าสนใจว่าแม้ชื่อ “พระโขนง” จะอยู่คู่กรุงเทพฯ มานาน แต่จนถึงทุกวันนี้กลับยังไม่มีข้อสรุปที่ยืนยันได้อย่างเด็ดขาดว่าชื่อนี้มีต้นกำเนิดจากอะไร โดยมีข้อสันนิษฐานที่ถูกกล่าวถึงอยู่หลายแนวทาง

พระโขนงในอดีต เริ่มจากชุมชนที่ผูกพันกับสายน้ำ

ก่อนถนนและรถไฟฟ้าจะกลายเป็นเส้นทางหลัก พระโขนงในอดีตมีลักษณะเป็นพื้นที่ชานเมือง มีท้องนา สวน และชุมชนตั้งกระจายอยู่ตามลำคลอง การเดินทางของผู้คนจึงพึ่งพาเรือและเส้นทางน้ำเป็นสำคัญ

หนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ของพื้นที่คือ คลองพระโขนง ซึ่งเชื่อมพื้นที่จากบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่พื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ และเชื่อมต่อกับเครือข่ายคลองที่พัฒนาในเวลาต่อมา ทำให้พระโขนงมีบทบาททั้งด้านการเดินทาง การขนส่งสินค้า และการตั้งถิ่นฐานของผู้คน

ข้อมูลในสารานุกรมวัฒนธรรมไทยของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่า คลองพระโขนงขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระยาศรีพิพัฒน์ หรือ ทัด บุนนาค ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ เป็นผู้ดำเนินการขุด

การขุดเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2380 แล้วเสร็จราว พ.ศ. 2383 มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อการคมนาคม การเกิดเส้นทางน้ำดังกล่าวมีส่วนทำให้พื้นที่สองฝั่งคลองสามารถเชื่อมต่อกับพื้นที่อื่นได้สะดวกมากขึ้น และเอื้อต่อการขยายตัวของชุมชนในเวลาต่อมา

พื้นที่พระโขนงยังเชื่อมโยงกับชุมชนบริเวณคลองตัน คลองแสนแสบ มีนบุรี และหนองจอก ทำให้ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ กลายเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนจากหลายเชื้อสายและศาสนาเข้ามาตั้งถิ่นฐานร่วมกัน เต็มไปด้วยบ้านเรือนริมคลอง นาข้าว สวน และทางน้ำที่แตกแขนงออกไป ชาวบ้านใช้เรือเดินทางไปมาหาสู่กัน รวมถึงขนพืชผลและสินค้าเข้าสู่ตลาด

เฟซบุ๊ก สาระ - บรรณคลองพระโขนงในอดีต

ชื่อ “พระโขนง” มาจากอะไร?

ข้อสันนิษฐานแรก “โขนง” มาจากภาษาเขมร แปลว่า “คิ้ว”

ข้อสันนิษฐานหนึ่งอธิบายว่า คำว่า “โขนง” มีรากจากภาษาเขมร คำว่า “ขนง” มีรากจากคำว่า ก่ง แปลว่า โค้ง, ทำให้โค้ง และ คิ้ว ซึ่งสอดคล้องกับคำราชาศัพท์อย่าง “พระขนง” ที่ใช้หมายถึงคิ้วของพระมหากษัตริย์หรือเจ้านาย

ศาสตราจารย์ นายแพทย์เสม พริ้งพวงแก้ว เขียนไว้ในสารจากผู้อาวุโส ในหนังสือการประชุมใหญ่สภาวัฒนธรรมเขตพระโขนง ว่า พระโขนงเดิมเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ จึงเปรียบได้เสมือน “คิ้ว” ของพระนคร และชื่อสถานที่ใกล้เคียงหลายแห่ง เช่น สำโรง ก็มีร่องรอยคำจากภาษาเขมรเช่นกัน

อีกแนวคิดหนึ่งที่ต่อยอดจากความหมายว่า “คิ้ว” มองไปที่ลักษณะของคลองพระโขนง ซึ่งมีแนวคดเคี้ยวโค้งเหมือนคิ้ว แต่สมัยหลังมีการขุดแต่งแปลงคลองให้ตรงขึ้นเพื่อความสะดวกการคมนาคม

ยุทธ บางขวางคลองพระโขนงในอดีต

อีกข้อสันนิษฐาน “โขนง” อาจเพี้ยนมาจาก “ขนอน” ที่แปลว่า ด่าน

อีกแนวหนึ่งเสนอว่า “โขนง” อาจไม่ได้หมายถึงคิ้ว แต่เพี้ยนมาจากคำว่า “ขนอน” ซึ่งหมายถึง “ด่าน” หรือจุดตรวจคนและสินค้า

ในอดีต การเดินทางเข้าออกพระนครทั้งทางบกและทางน้ำมีการตั้งด่านขนอนเพื่อควบคุมผู้คน สินค้า และการเก็บภาษี โดยในพื้นที่คลองพระโขนงเองมีหลักฐานเกี่ยวกับด่านภาษีอยู่ด้วย พระโขนงอาจสัมพันธ์กับบทบาทของพื้นที่ในฐานะทางผ่านหรือ “ด่านใต้” ของเมือง

แนวคิดนี้เสนอโดยสุรพล วัฒนธรรม ผู้ศึกษาประวัติท้องถิ่นพระโขนง เห็นว่า “โขนง” อาจเป็นเสียงที่เปลี่ยนแปลงมาจาก “ขนอน” และสัมพันธ์กับพื้นที่หน้าด่านทางทะเลที่มีหน้าที่ตรวจตราผู้คนและสิ่งของเข้าออกเมือง ใกล้เคียงกับคำว่า “ปะแดง”  หรือ “บาแดง”  ซึ่งแปลว่า คนเดินหมาย หรือ คนนำข่าวสาร

จนถึงวันนี้ เรายังไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่นอนว่า ชื่อ “พระโขนง” มาจากคำที่หมายถึง “คิ้ว” มาจากชื่อเก่าอย่าง “บางขนง” หรือเปลี่ยนเสียงมาจาก “ขนอน” ที่หมายถึงด่าน เพราะแต่ละแนวทางยังอยู่ในระดับข้อเสนอและข้อสันนิษฐาน

วิวัฒนาการก่อนเป็น "เขตพระโขนง" ในปัจจุบัน

เดิมพระโขนงเป็นชุมชนชานพระนครที่ผูกพันกับลำคลอง มีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม บ้านเรือนริมคลอง และเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตขึ้นตามการขยายตัวของกรุงเทพฯ ทางฝั่งตะวันออก

ใน พ.ศ. 2445 พระโขนงมีสถานะเป็น อำเภอพระโขนง ขึ้นกับเมืองนครเขื่อนขันธ์ ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณพระประแดงในปัจจุบัน โดยมีอาณาเขตกว้างกว่าพระโขนงในทุกวันนี้มาก ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของพระนคร

ต่อมาใน พ.ศ. 2470 อำเภอพระโขนงถูกโอนมาขึ้นกับจังหวัดพระนคร เมื่อถนนสุขุมวิทและโครงข่ายถนนต่าง ๆ ขยายตัว การเดินทางทางบกเริ่มเข้ามาแทนที่การสัญจรทางน้ำ พื้นที่เกษตรกรรมจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย ย่านการค้า และโรงงานมากขึ้น

กระทั่งใน พ.ศ. 2515 เมื่อมีการจัดตั้งกรุงเทพมหานครและปรับโครงสร้างการปกครอง หน่วยการปกครองแบบ “อำเภอ” ในกรุงเทพฯ ถูกเปลี่ยนเป็น “เขต” ทำให้อำเภอพระโขนงเปลี่ยนสถานะมาเป็น เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร นับเป็นจุดเปลี่ยนจากพื้นที่ชานเมืองในอดีต สู่ส่วนหนึ่งของมหานครที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

จุดเปลี่ยนสำคัญคือใน พ.ศ. 2532 กรุงเทพมหานครปรับพื้นที่เขตพระโขนงเดิมออกเป็น 3 เขต ได้แก่ เขตพระโขนง เขตคลองเตย และเขตประเวศ ต่อมา เขตสวนหลวง จัดตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2537 จากพื้นที่ของเขตคลองเตยและเขตประเวศ ขณะที่ เขตวัฒนา แยกจากเขตคลองเตยใน พ.ศ. 2541 และ เขตบางนา แยกจากเขตพระโขนงในช่วงเดียวกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล