"ไฮโซน้ำหวาน" ผวาโดนทำคุณไสย สุดท้าย "นาวิน ต้าร์" เลือกครอบครัว

"ไฮโซน้ำหวาน" ผวาโดนทำคุณไสย สุดท้าย "นาวิน ต้าร์" เลือกครอบครัว

"ไฮโซน้ำหวาน" ผวาโดนทำคุณไสย สุดท้าย "นาวิน ต้าร์" เลือกครอบครัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

“ของแรงหวังบ้านแตก” ไฮโซน้ำหวานผวาโดนทำคุณไสย วิ่งรอกเกจิดังหลายสำนัก สุดท้าย นาวิน ต้าร์ เลือกครอบครัว

เจอมรสุมหนักทั้งดราม่าครอบครัวและกระแสเรื่องคุณไสย “ไฮโซน้ำหวาน” ถูกคนทักว่ามีผู้ไม่หวังดีทำของใส่ หวังให้ครอบครัวแตกแยก จนต้องเดินสายพบเกจิอาจารย์หลายสำนักเพื่อความสบายใจ ล่าสุด “นาวิน ต้าร์” ประกาศชัด ครอบครัว 5 ชีวิตสำคัญที่สุด พร้อมยืนเคียงข้างภรรยาและเป็นพยานในคดีคนใส่ร้าย ด้านภรรยาคนเก่งกลับมายิ้มสดใสอีกครั้ง แถมมีช็อตหวานสามีจุ๊บโชว์กลางไลฟ์ ตอกย้ำรักยังเหนียวแน่น

เรียกได้ว่าหลังเผชิญมรสุมดราม่าครอบครัวมาอย่างหนักหน่วง ในที่สุดท้องฟ้าก็เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง สำหรับครอบครัวของ “นาวิน ต้าร์” และ “ไฮโซน้ำหวาน พัสวี” ที่ก่อนหน้านี้ต้องเจอกับสารพัดปัญหา ทั้งความขัดแย้งภายในครอบครัว กระแสข่าวลือ และเรื่องราวจากบุคคลรอบข้าง จนกลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองอย่างต่อเนื่อง

แถมเรื่องราวยังลุกลามไปถึงประเด็นความเชื่อเหนือธรรมชาติ หลังมีผู้ทัก ไฮโซน้ำหวาน หลายรายว่า มีคนไม่หวังดีทำคุณไสยใส่เพื่อให้ชีวิตคู่และครอบครัวเกิดความแตกแยก ทำให้เจ้าตัวต้องเดินสายเข้าพบเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายองค์ เพื่อทำพิธีตามความเชื่อและสร้างความสบายใจให้กับตัวเอง และครอบครัว

ล่าสุด นาวิน ต้าร์ ได้ออกมาเปิดใจถึงสถานการณ์ภายในครอบครัว พร้อมยืนยันว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาคือภรรยาและลูกทั้ง 3 คน รวมเป็นครอบครัว 5 ชีวิตที่ต้องดูแลและปกป้องให้ดีที่สุด

ที่สำคัญ นาวิน ต้าร์ ยังเห็นด้วยกับการที่ภรรยาจะดำเนินคดีกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าสร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงของเธอ พร้อมแสดงจุดยืนว่าจะเป็นพยานให้ภรรยา โดยเฉพาะกรณีข้อกล่าวหาที่ว่าไฮโซน้ำหวานเรียกร้องเงิน 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการหย่าร้าง ซึ่งฝ่ายภรรยาปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และมองว่าเป็นการกล่าวหาที่ทำให้เธอเสียหาย ขณะที่ข้อเท็จจริงยังต้องรอการพิสูจน์ตามกระบวนการกฎหมาย

งานนี้หลายคนยิ่งจับตามอง เพราะที่ผ่านมา ไฮโซน้ำหวาน ต้องรับบทหนักไม่ใช่น้อย ทั้งเป็นคุณแม่ลูก 3 ดูแลความเรียบร้อยภายในบ้าน และยังต้องทำงานหาเงินผ่านการไลฟ์ขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง เรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ทำงานหนักและพยายามประคับประคองทุกอย่างในครอบครัวไปพร้อมกัน

ยิ่งช่วงนี้ลูกอีก 2 คนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทั้ง นาวิน ต้าร์ และ ไฮโซน้ำหวาน ก็ต้องช่วยกันแบ่งหน้าที่ สลับกันไปเฝ้าดูแลลูก ขณะที่อีกฝ่ายรับผิดชอบงานและดูแลเรื่องต่าง ๆ ภายในบ้าน แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงใด แต่ทั้งคู่ก็ยังให้ความสำคัญกับหน้าที่พ่อแม่เป็นอันดับแรก

โดย นาวิน ต้าร์ ได้เปิดใจถึงเรื่องราวที่ผ่านมาเอาไว้ว่า “ที่ผ่านมาก็มีปัญหาหลายอย่างที่เราต้องแก้ไข แล้วการที่ปัญหามันยังไม่ถูกแก้ ผมก็ไม่สามารถที่จะออกมาพูดอะไรได้ แต่ ณ วันนี้ก็บอกได้เลยว่า ผมรู้แล้วว่า ต่อไปเรามีแผนจะเป็นยังไง ดังนั้นพอปัญหามันคลี่คลาย ผมก็สามารถพูดได้ ครอบครัวผมก็มีอยู่ 5 ชีวิต ก็มีตัวผม ภรรยาผม ลูกสาว 2 คน และลูกชายอีก 1 คน ทุกคนสำคัญในชีวิตผมหมด

ตอนนี้ผมก็รู้สึกว่าพายุลูกใหญ่ที่สุดมันผ่านไปแล้วล่ะ คือเรามองแต่ในเรื่องที่มันเป็นเรื่อง positive แล้วครับ แค่ 5 คนของเรา คนที่สำคัญที่สุด แล้วก็โฟกัสที่ลูกเป็นอันดับหนึ่ง เพราะว่าเขายังเล็กกันอยู่เลย ลูกผมคนนึง 9 ขวบ 6 ขวบ แล้วก็ 3 ขวบ อายุยังน้อยกันอยู่เลยครับ ทั้งๆ ที่ผมเองก็อายุมากแล้วนะ อีก 3 ปี ผมก็ 50 แล้ว แต่ผมยังมีลูกเล็กอยู่ ก็ยังต้องเหนื่อยอยู่ แล้วก็ต้องปกป้องความรู้สึกของเขาให้มากที่สุดครับ”

หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย คนใกล้ชิดต่างสังเกตเห็นว่าไฮโซน้ำหวานกลับมามีรอยยิ้มและดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อความกดดันจากปัญหาภายนอกเริ่มลดลง และมีการเว้นระยะห่างจากบุคคลที่เคยเป็นประเด็นขัดแย้ง ทำให้ทั้งคู่มีเวลาหันกลับมาโฟกัสกับลูก ๆ และความสุขของครอบครัวมากขึ้น

แต่ที่ทำเอาแฟนคลับยิ้มตามกันทั้งไลฟ์ คงหนีไม่พ้นโมเมนต์หวาน ๆ ของสามีภรรยาคู่นี้ เมื่อไฮโซน้ำหวานแอบซื้อกางเกงแบรนด์ดังมาเซอร์ไพรส์สามี งานนี้นาวินต้าร์ถึงกับปลื้มใจ ก่อนจะตอบแทนความน่ารักของภรรยาด้วยการจุ๊บโชว์กลางไลฟ์ให้แฟน ๆ ได้เห็นกันแบบเต็มตา กลายเป็นช็อตหวานที่ช่วยสยบกระแสข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ร้าวฉานไปได้ไม่น้อย

เรียกได้ว่าแม้ก่อนหน้านี้จะต้องเจอเรื่องราวหนักหนาสาหัส แต่ความรักของทั้งคู่ก็ยังมีมุมอบอุ่นให้เห็น โดยเฉพาะการหันกลับมาจับมือกันดูแลลูกทั้ง 3 คน และพยายามเดินหน้าชีวิตครอบครัวต่อไป

ขณะที่อีกมุมหนึ่งที่หลายคนอาจยังไม่รู้ก็คือ เรื่องฐานะและความสามารถในการทำธุรกิจของ ไฮโซน้ำหวาน ซึ่งเจ้าตัวเคยเล่าถึงธุรกิจที่ดูแลอยู่หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ธุรกิจนำเข้ายาและเครื่องมือแพทย์ ร้านทำเล็บ รวมถึงคลินิกความงาม อีกทั้งยังมีแผนขยายธุรกิจด้วยการเปิดร้านอาหารเพิ่มเติมที่ประเทศอังกฤษ แต่ถ้าไม่รวยจริงคงทำไม่ได้แน่ จ้างช่างหน้าช่างผมทุกวัน แถมบินตามทั่วโลกจะเอาไปทำไมแค่ 10 ล้าน ซึ่งเจ้าตัวทำมาก่อนแต่งงานด้วยซ้ำ

โดย ไฮโซน้ำหวาน ระบุว่าธุรกิจของตนดำเนินงานด้วยเงินทุนของตัวเอง ไม่มีภาระเงินกู้ตามที่โดนกล่าวอ้าง และยังมีเรื่องราวความใจป้ำเพิ่งไลฟ์สดโชว์การซื้อนาฬิกาแบรนด์ Panerai มอบให้ลูกน้องคนสนิทที่อยู่เคียงข้างกันมาโดยตลอด ขายของถูกลดกระหน่ำ เหมือนทำเล่นๆคลายเครียด

จึงไม่แปลกที่ฝ่าย ไฮโซน้ำหวาน จะรู้สึกไม่สบายใจกับข้อกล่าวหาเรื่องเรียกร้องเงิน 10 ล้านบาทเพื่อแลกกับการหย่า เพราะเจ้าตัวยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น และต้องการปกป้องชื่อเสียงของตัวเองจากเรื่องที่มองว่าไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่เจ้าตัวเคยเล่าผ่านคลิปเกี่ยวกับการไปดูดวงและได้รับคำทักเรื่องทรัพย์สิน รวมถึงบุคคลที่อาจเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ อยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวมในวันนี้ ดูเหมือนว่าทั้งนาวินต้าร์และไฮโซน้ำหวานจะเลือกหันกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีค่าที่สุด นั่นก็คือลูกทั้ง 3 คน และการรักษาความอบอุ่นของครอบครัวเอาไว้

งานนี้คงต้องบอกว่า ภรรยาทั้งเก่ง ทั้งขยันทำมาหากิน ดูแลลูก และยังช่วยจัดการสารพัดเรื่องภายในบ้านได้ขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่นาวินต้าร์จะยืนยันจุดยืนชัดเจนว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุด

สุดท้ายก็ขอให้จากนี้ทั้งคู่ได้กลับมาใช้ชีวิตครอบครัวอย่างสงบสุข มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสดใสของลูก ๆ เหมือนเดิม เพราะไม่ว่าพายุชีวิตจะรุนแรงสักแค่ไหน การที่คนในครอบครัวยังพร้อมจับมือกันเดินต่อ ก็ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการก้าวผ่านทุกปัญหา

จากวันที่เจอมรสุมรอบด้าน สู่วันที่สามียืนเคียงข้างภรรยาอีกครั้ง งานนี้รักจะหวานแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ นาวินต้าร์ประกาศชัดแล้วว่า “ครอบครัว 5 ชีวิต” คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล