แนะ 10 เครื่องดื่ม "ลดพุง" ชนิดแรกนั้นฟรี ทุกบ้านต้องมีติดไว้!

10 เครื่องดื่มช่วยดูแลรูปร่าง น้ำเปล่าอันดับ 1 ดื่มง่าย แถมไม่ต้องเสียเงินซื้อ
อยากลดพุงหรือควบคุมน้ำหนัก นอกจากอาหารและการออกกำลังกายแล้ว “เครื่องดื่ม” ที่เลือกดื่มในแต่ละวันก็มีส่วนสำคัญ เพราะเครื่องดื่มบางชนิดช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ ช่วยให้อิ่มนานขึ้น หรือช่วยลดการบริโภคน้ำตาลและพลังงานส่วนเกินได้ ขณะที่บางชนิดอาจช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ทำให้หน้าท้องดูยุบลงชั่วคราว แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเผาผลาญไขมันหน้าท้องได้โดยตรง
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการมองว่า หากต้องการควบคุมน้ำหนัก สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องดื่มที่ไม่เพิ่มพลังงานโดยไม่จำเป็น และใช้เครื่องดื่มเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม มาดูกันว่า 10 เครื่องดื่มที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง
1. น้ำเปล่า ตัวเลือกง่ายที่สุดและแทบไม่เพิ่มแคลอรี
น้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะไม่มีน้ำตาลและให้พลังงานน้อยมาก การดื่มน้ำอย่างเพียงพอยังช่วยให้ร่างกายทำงานตามปกติ และสำหรับบางคน การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารอาจช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นและรับประทานอาหารน้อยลง
อีกข้อดีคือสามารถใช้แทนน้ำอัดลม ชานม เครื่องดื่มหวาน หรือเครื่องดื่มปรุงแต่งต่างๆ ซึ่งช่วยลดพลังงานส่วนเกินที่สะสมจากเครื่องดื่มได้ หากกำลังลดน้ำหนักและไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน การเปลี่ยนเครื่องดื่มหวานเป็นน้ำเปล่าถือเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและเห็นผลในแง่การลดน้ำตาลที่ได้รับในแต่ละวัน
2. ชาเขียวไม่ใส่น้ำตาล
ชาเขียวมีสารกลุ่มคาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และมีคาเฟอีนในปริมาณหนึ่ง งานวิจัยบางส่วนศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสารในชาเขียวกับการเผาผลาญพลังงานและการออกซิเดชันของไขมัน แต่ผลที่ได้ไม่ได้หมายความว่าการดื่มชาเขียวจะทำให้ไขมันหน้าท้องหายไปโดยตรง
หากเลือกดื่มชาเขียวไม่ใส่น้ำตาลแทนน้ำอัดลมหรือเครื่องดื่มหวาน ก็สามารถช่วยลดพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันได้ อย่างไรก็ตาม หากเติมน้ำตาล นมข้นหวาน หรือน้ำเชื่อมในปริมาณมาก ประโยชน์ด้านการควบคุมพลังงานก็อาจลดลง
3. น้ำมะนาวไม่ใส่น้ำตาล
น้ำมะนาวเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มน้ำเปล่า เพราะรสเปรี้ยวช่วยให้ดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น และมะนาวมีวิตามินซี หากไม่เติมน้ำตาลหรือไซรัป ก็แทบไม่เพิ่มพลังงานมากนัก
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าน้ำมะนาวสามารถ “ละลายไขมันหน้าท้อง” หรือเร่งการลดน้ำหนักได้โดยตรง ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดกว่าคือช่วยให้เราดื่มน้ำมากขึ้นและใช้แทนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลได้
4. ชาขิง
ขิงเป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารมาอย่างยาวนาน และมีงานวิจัยที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างขิงกับอาการคลื่นไส้ แน่นท้อง และความไม่สบายในระบบทางเดินอาหารบางประเภท
สำหรับคนที่มีหน้าท้องป่องจากแก๊สหรืออาการท้องอืดชั่วคราว การดื่มชาขิงอาจช่วยให้รู้สึกสบายท้องขึ้นได้ในบางคน แต่ควรแยกให้ออกระหว่าง “หน้าท้องยุบเพราะอาการท้องอืดลดลง” กับ “ไขมันหน้าท้องลดลง” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
5. น้ำแตงกวา
แตงกวามีน้ำเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง จึงสามารถนำมาหั่นแช่ในน้ำเพื่อเพิ่มรสชาติและทำให้ดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น โดยแทบไม่เพิ่มพลังงาน หากไม่เติมน้ำตาลหรือน้ำเชื่อม
จุดเด่นของน้ำแตงกวาจึงอยู่ที่การเป็นเครื่องดื่มให้ความสดชื่นและช่วยเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มในแต่ละวัน มากกว่าการคาดหวังว่าจะช่วยเผาผลาญไขมันโดยตรง หากต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรเลือกสูตรที่ไม่เติมน้ำตาล
6. ชาเปปเปอร์มินต์
ชาเปปเปอร์มินต์มักถูกใช้เป็นเครื่องดื่มหลังอาหาร และอาจช่วยให้บางคนรู้สึกสบายท้องมากขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการแน่นท้องหรือมีแก๊สในระบบทางเดินอาหาร
ดังนั้น หากหน้าท้องดูป่องจากอาการท้องอืด ชาเปปเปอร์มินต์อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าชาชนิดนี้จะช่วยกำจัดไขมันหน้าท้องโดยตรง และควรเลือกแบบไม่เติมน้ำตาลเพื่อไม่เพิ่มพลังงานโดยไม่จำเป็น
7. น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลเจือจาง
น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล หรือ Apple Cider Vinegar เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดและความรู้สึกอิ่ม แต่งานวิจัยยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเป็นเครื่องดื่มสำหรับ “เผาผลาญไขมันหน้าท้อง” โดยตรง
หากต้องการดื่ม ควรเจือจางด้วยน้ำและไม่ควรดื่มน้ำส้มสายชูเข้มข้นโดยตรง เพราะความเป็นกรดอาจระคายเคืองช่องปาก คอ และกระเพาะอาหาร รวมถึงอาจส่งผลต่อเคลือบฟันได้ การดื่มในปริมาณมากไม่ได้หมายความว่าจะลดน้ำหนักได้มากขึ้น
8. ชาสมุนไพรไม่ใส่น้ำตาล
ชาสมุนไพรหลายชนิดไม่มีคาเฟอีนและสามารถใช้เป็นทางเลือกแทนเครื่องดื่มหวานได้ โดยประโยชน์ของแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไปตามสมุนไพรที่นำมาใช้ บางชนิดอาจเหมาะสำหรับดื่มเพื่อความผ่อนคลาย ขณะที่บางชนิดนิยมใช้หลังอาหารเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายท้อง
สิ่งสำคัญคือควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล เพราะแม้จะเป็นชาสมุนไพร แต่หากเติมน้ำผึ้ง น้ำตาล หรือไซรัปในปริมาณมาก ก็สามารถเพิ่มพลังงานให้กับเครื่องดื่มได้เช่นกัน
9. เครื่องดื่มโปรตีน น้ำตาลต่ำ
โปรตีนมีส่วนช่วยให้อิ่มท้องและมีความสำคัญต่อการรักษามวลกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ควบคุมอาหาร หากเลือกเครื่องดื่มโปรตีนที่มีน้ำตาลและพลังงานไม่สูงเกินไป ก็สามารถใช้เป็นของว่างหรือเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่เหมาะสมได้
อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มโปรตีนไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน และไม่ควรใช้แทนอาหารที่มีความหลากหลายเป็นประจำ การควบคุมน้ำหนักยังควรได้รับโปรตีนจากอาหาร เช่น ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากนม ควบคู่กับผัก ผลไม้ และแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสม
10. น้ำมะพร้าว
น้ำมะพร้าวมีน้ำและแร่ธาตุบางชนิด โดยเฉพาะโพแทสเซียม จึงเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเติมน้ำและอิเล็กโทรไลต์ได้ในระดับหนึ่ง เหมาะกับการดื่มเพื่อความสดชื่น แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำมะพร้าวจะช่วยลดไขมันหน้าท้องโดยตรง
สิ่งที่ต้องระวังคือน้ำมะพร้าวมีน้ำตาลและพลังงานตามธรรมชาติ หากกำลังควบคุมน้ำหนักจึงไม่ควรดื่มในปริมาณมาก โดยเฉพาะน้ำมะพร้าวบรรจุขวดที่อาจมีการเติมน้ำตาลเพิ่มเติม ควรอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้อ
ไม่มีเครื่องดื่มชนิดไหน “เผาผลาญไขมันหน้าท้อง” ได้แบบทันใจ
แม้เครื่องดื่มทั้ง 10 ชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน แต่ไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดที่สามารถทำให้ไขมันหน้าท้องหายไปอย่างรวดเร็วด้วยตัวเอง น้ำเปล่าช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ชาไม่หวานช่วยลดการบริโภคน้ำตาล และเครื่องดื่มบางชนิดอาจช่วยเรื่องความอิ่มหรืออาการท้องอืด แต่การลดไขมันจริงๆ ต้องอาศัยการควบคุมพลังงานที่ได้รับร่วมกับการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้น หากอยากให้รูปร่างกระชับขึ้น ไม่จำเป็นต้องมองหาเครื่องดื่ม “สูตรลับ” เพียงเลือกเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง และดูแลอาหาร การออกกำลังกาย และการนอนหลับไปพร้อมกัน วิธีนี้มีเหตุผลและยั่งยืนกว่าการหวังพึ่งเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว
- อันดับ 1 ของโลก! "ผักพื้นบ้าน" ขึ้นดาษดื่นในไทย คว้าแชมป์ "ต้านมะเร็ง" คะแนนเต็ม 100
- 5 เนื้อสัตว์ ดีต่อสุขภาพที่สุด หมูไม่ติดอันดับ ผู้ชนะคือสัตว์คุ้นชื่อดี แต่หลายคนไม่กล้ากิน!!!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)