อย่าหยิบผิด! "น้ำส้มสายชูทำความสะอาด VS น้ำส้มสายชูกลั่น" ต่างกันอย่างไร?

อย่าหยิบผิด! "น้ำส้มสายชูทำความสะอาด VS น้ำส้มสายชูกลั่น" ต่างกันอย่างไร?

อย่าหยิบผิด! "น้ำส้มสายชูทำความสะอาด VS น้ำส้มสายชูกลั่น" ต่างกันอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

 "น้ำส้มสายชูทำความสะอาด" VS "น้ำส้มสายชูกลั่น" ต่างกันอย่างไร ใช้แทนกันได้ไหม?

หลายคนอาจเคยยืนงงหน้าชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเผลอหยิบขวดน้ำส้มสายชูสลับกันระหว่างที่ใช้ในครัวกับใช้ทำความสะอาดบ้าน เพราะรูปลักษณ์ภายนอกดูคล้ายกันมาก แต่ความจริงแล้ว น้ำส้มสายชูสำหรับประกอบอาหารและสำหรับทำความสะอาดนั้นมีจุดประสงค์และคุณสมบัติที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงสรุปจุดสำคัญที่ต้องรู้

  • น้ำส้มสายชูทำความสะอาด (Cleaning Vinegar): มีกรดเข้มข้นกว่า ขจัดคราบและสิ่งสกปรกได้ดีกว่า
  • ห้ามกินเด็ดขาด: น้ำส้มสายชูทำความสะอาดอาจมีสารเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • ผสมน้ำก่อนใช้: ควรเจือจางก่อนทำความสะอาด และหลีกเลี่ยงการใช้กับหินธรรมชาติ อะลูมิเนียม และเหล็กหล่อ

ไขข้อแตกต่าง: ทำไมน้ำส้มสายชูทำความสะอาดถึงแรงกว่า?

สิ่งสำคัญที่ทำให้น้ำส้มสายชูทุกชนิดมีกลิ่นฉุนและรสเปรี้ยวคือ "กรดอะซิติก" (Acetic Acid) ซึ่งกรดนี้เองที่มีคุณสมบัติขจัดคราบมันและสิ่งสกปรกได้อย่างยอดเยี่ยม

ความแตกต่างหลักๆ ระหว่างน้ำส้มสายชูกลั่นสายประกอบอาหารกับแบบทำความสะอาด อยู่ที่ "ระดับความเข้มข้นของกรด":

  • น้ำส้มสายชูกลั่นทั่วไป (White Distilled Vinegar): มีความเข้มข้นของกรดอะซิติกอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งปลอดภัยสำหรับการรับประทาน
  • น้ำส้มสายชูสำหรับทำความสะอาด (Cleaning Vinegar): มีความเข้มข้นของกรดอะซิติกอยู่ที่ 6% แม้จะฟังดูต่างกันแค่ 1% แต่ทำให้มันมีความแรงมากกว่าถึง 20% เลยทีเดียว

นอกจากนี้ น้ำส้มสายชูสำหรับทำความสะอาดอาจมีสารเจือปนหรือสารเติมแต่งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการบริโภค ดังนั้นจึงไม่ปลอดภัยที่จะนำมาใส่ในอาหาร


แล้วน้ำส้มสายชูทำอาหารชนิดอื่นล่ะ?

แม้ว่าน้ำส้มสายชูกลั่นจะนิยมนำมาใช้ดองผักหรือทำสลัดชอว์ แต่สำหรับการปรุงอาหารทั่วไปยังมีน้ำส้มสายชูอีกหลายชนิดที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว เช่น:

  • น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล (Apple Cider Vinegar) และไวน์: นิยมใช้ทำน้ำสลัดและปรุงรสผัก
  • น้ำส้มสายชูข้าว (Rice Vinegar): ให้รสหวานซ่อนเปรี้ยวกลมกล่อม เหมาะกับเมนูข้าวและปลา
  • น้ำส้มสายชูบัลซามิก (Balsamic Vinegar): ให้รสสัมผัสที่เข้มข้น หวานหอม เหมาะกับการทำซอสเคี่ยว (Glaze)

คำถามยอดฮิต: ใช้น้ำส้มสายชูสลับประเภทกันได้หรือไม่?

1. เอาน้ำส้มสายชูทำความสะอาด มาปรุงอาหารได้ไหม?

คำตอบคือ "ไม่ได้เด็ดขาด!": ไม่ควรนำน้ำส้มสายชูทำความสะอาดมาใช้ทำอาหารหรือดองผัก แม้ในยามฉุกเฉิน เพราะนอกจากความกรดจะสูงเกินไปจนทำลายรสชาติแล้ว ยังอาจมีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้เก็บไว้สำหรับขจัดคราบไขมัน คราบสบู่ คราบตะกรันน้ำ ล้างกระจก หรือล้างถังเครื่องซักผ้าจะดีที่สุด

ข้อควรระวัง: เนื่องจากเป็นกรด ก่อนนำไปเช็ดถูแนะนำให้ผสมน้ำเปล่าในอัตราส่วน 50:50 เพื่อลดความเข้มข้น และ ห้ามใช้กับหินธรรมชาติ (เช่น หินอ่อน หินแกรนิต) อะลูมิเนียม และกระทะเหล็กหล่อ (Cast Iron) เพราะกรดจะกัดกร่อนพื้นผิวจนเสียหายได้

2. เอาน้ำส้มสายชูทำอาหาร มาทำความสะอาดได้ไหม?

คำตอบคือ "ทำได้ แต่ต้องเลือกชนิด": หากต้องการใช้น้ำส้มสายชูจากในครัวมาทำความสะอาด ให้เลือกใช้เฉพาะ "น้ำส้มสายชูกลั่นใส" (White Distilled Vinegar) เท่านั้น

ไม่ควรใช้น้ำส้มสายชูที่มีสีหรือรสหวาน เช่น น้ำส้มสายชูบัลซามิก เพราะจะทิ้งคราบเหนียวและรอยด่างไว้บนพื้นผิวอ่อนๆ หรือน้ำส้มสายชูหมักแบบไม่กรอง เพราะจะส่งกลิ่นเหม็นอับและทำความสะอาดได้ไม่ดีพอ

สรุปวิธีจำง่ายๆ: น้ำส้มสายชูทำความสะอาด = เข้มข้นกว่า ห้ามกิน ใช้ขจัดคราบหนัก / น้ำส้มสายชูกลั่นใส = ปลอดภัยต่อการกิน และเอามาเช็ดถูทำความสะอาดทั่วไปได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล