10 ภัยแฝงที่ต้อง "กลัว" ตอนน้ำท่วม อันตรายยิ่งกว่าระดับน้ำ เรื่องใกล้ตัวที่อาจมองข้าม

10 ภัยแฝงที่ต้อง "กลัว" ตอนน้ำท่วม อันตรายยิ่งกว่าระดับน้ำ เรื่องใกล้ตัวที่อาจมองข้าม

10 ภัยแฝงที่ต้อง "กลัว" ตอนน้ำท่วม อันตรายยิ่งกว่าระดับน้ำ เรื่องใกล้ตัวที่อาจมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

10 ภัยแฝงที่ต้อง "กลัว" ตอนน้ำท่วม อันตรายยิ่งกว่าระดับน้ำ เรื่องใกล้ตัวที่อาจมองข้าม 

ช่วงฤดูมรสุมหรือเวลาที่เกิดวิกฤตน้ำท่วมฉับพลัน ความสูญเสียส่วนใหญ่มักไม่ได้มาจากตัวระดับน้ำเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ภัยแฝง" ที่มาพร้อมกับสายน้ำ เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกคนในครอบครัว นี่คือ 10 เรื่องสำคัญที่ต้องระวังและเตรียมพร้อมรับมืออย่างมีสติ

1. ไฟช็อต ไฟดูด (ภัยเงียบที่คร่าชีวิตเร็วที่สุด)

  • ปลดเบรกเกอร์หรือคัตเอาต์ชั้นล่างลงทันทีเมื่อระดับน้ำเริ่มเข้าใกล้ปลั๊กไฟ

  • ห้ามสัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ เสาไฟ หรือแม้แต่ผนังปูนที่เปียกชื้นในขณะที่ตัวเปียกหรือยืนแช่น้ำ

  • ระวังกระแสไฟฟ้ารั่วลงน้ำตามเสาไฟฟ้าส่องสว่างริมถนนหรือป้ายโฆษณา

2. เชื้อโรคและโรคระบาดที่มากับน้ำ

  • โรคน้ำกัดเท้าและเชื้อรา: จากการแช่น้ำสกปรกเป็นเวลานาน

  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis): เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา/ปาก หลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า

  • โรคระบบทางเดินอาหาร: ท้องร่วง ท้องเสีย อหิวาตกโรค จากการกินอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค

3. สัตว์มีพิษและสัตว์เลื้อยคลานหนีน้ำ

  • เมื่อน้ำท่วมรูหรือโพรงดิน สัตว์ต่าง ๆ จะหนีขึ้นที่สูงเข้ามาหลบซ่อนตามบ้านเรือน

  • ตรวจสอบมุมอับ ตู้รองเท้า ซอกตู้ ใต้เตียง และเสื้อผ้าก่อนหยิบใช้ ระวังงู ตะขาบ แมงป่อง และปลิง

  • สวมรองเท้าบูทยางหนาเสมอหากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ

4. หลุมพรางและอุบัติเหตุใต้น้ำที่มองไม่เห็น

  • หลีกเลี่ยงการเดินฝ่าน้ำขุ่น เพราะอาจตกฝาท่อระบายน้ำที่เปิดทิ้งไว้ หรือตกร่องระบายน้ำลึก

  • ระวังเศษแก้ว ตะปู สังกะสี และเหล็กเส้นใต้น้ำที่อาจบาดเท้าจนติดเชื้อบาดทะยัก

  • กระแสน้ำที่ไหลแรงเพียงแค่ระดับหัวเข่า ก็มีแรงพอที่จะพัดคนและรถยนต์ให้ลอยไปตามน้ำได้

5. ปัญหาห้องน้ำ ส้วมเต็ม ขยะล้นบ้าน

  • เมื่อระดับน้ำภายนอกสูงกว่าระบบท่อน้ำทิ้ง ชักโครกจะกดไม่ลงและน้ำเน่าอาจตีกลับขึ้นมา

  • ควรเตรียมถุงดำ ทรายแมว หรือปูนขาวสำหรับทำห้องน้ำฉุกเฉิน

  • ขยะเศษอาหารต้องมัดปากถุงให้มิดชิดและเก็บไว้ในที่สูง ป้องกันน้ำพัดกระจายและไม่ให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

6. การขาดแคลนน้ำสะอาด อาหาร และยาประจำตัว

  • สำรองน้ำดื่มสะอาดให้เพียงพออย่างน้อย 3-5 วัน และเตรียมอาหารแห้งที่ไม่ต้องปรุงหรือใช้น้ำ เช่น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง

  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เบาหวาน, ความดัน, โรคไต, หัวใจ): ต้องเก็บยาประจำตัวไว้ในซองซิปล็อกกันน้ำพกติดตัว เพราะหากติดค้างอยู่ในบ้าน การขาดยาต่อเนื่องอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

7. ถังแก๊สลอยน้ำและสารเคมีรั่วไหล

  • ถังแก๊สหุงต้ม (LPG) เมื่อเจอน้ำท่วมจะลอยตัวและดึงสายแก๊สจนหลุดรั่ว เสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ ควรผูกล่ามถังแก๊สไว้กับเสาหรือย้ายขึ้นชั้นบน หลังน้ำท่วมควรล้าง พร้อมตรวจเช็ควาล์ว และถอดสายยางส่งแก๊สออกมาทำความสะอาดและไล่น้ำออก ตรวจสอบตามบริเวณข้อต่อของถังแก๊ส วาล์ว อุปกรณ์ปรับความดัน และสายยางส่งแก๊ส ว่ามีก๊าซรั่วหรือไม่

  • น้ำยาล้างห้องน้ำ ยาฆ่าแมลง สีทาบ้าน หรือสารเคมีทางการเกษตร ต้องเก็บให้พ้นน้ำเพื่อไม่ให้สารพิษละลายปนเปื้อนในน้ำรอบบ้าน

8. โครงสร้างบ้านพังถล่ม ดินสไลด์

  • สังเกตรอยแตกร้าวของตัวบ้าน กำแพงรั้ว หรือการทรุดตัวของพื้นดินริมตลิ่ง

  • แรงดันน้ำและดินที่อุ้มน้ำไว้มากอาจทำให้กำแพงบ้านพังถล่มลงมาทับคนในบ้านได้

9. ยานพาหนะ เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินมีค่า

  • นำรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ไปจอดในพื้นที่สูงล่วงหน้า การลุยน้ำลึกเกินครึ่งล้ออาจทำให้เครื่องยนต์พังเสียหายถาวร

  • รวบรวมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน สมุดบัญชี กรมธรรม์ประกันภัย ใส่ซองกันน้ำและเก็บไว้ในจุดที่หยิบง่ายเมื่อต้องอพยพ

10. สัญญาณสื่อสารล่ม แบตเตอรี่หมด และข่าวปลอม

  • ชาร์จสมาร์ตโฟนและพาวเวอร์แบงก์ให้เต็มอยู่เสมอ เผื่อกรณีตัดไฟเป็นเวลานาน

  • จดเบอร์โทรศัพท์สายด่วนฉุกเฉินใส่กระดาษไว้ล่วงหน้า

  • ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการและแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ระวังข่าวลือหรือข่าวปลอมที่สร้างความตื่นตระหนก

การรู้เท่าทันภัยที่มากับน้ำท่วมและป้องกันเท่าที่ทำได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการตัดไฟ ย้ายของขึ้นที่สูง เตรียมยา เอกสารสำคัญ น้ำดื่ม หรือวางแผนอพยพ ล้วนช่วยลดความเสี่ยงและจำกัดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุดได้ เพราะทรัพย์สินยังซ่อมหรือหาใหม่ได้ แต่ชีวิตไม่มีอะไรทดแทนได้ ความปลอดภัยจึงต้องมาก่อนเสมอ

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงน้ำท่วมไม่ใช่บ้าน รถ หรือทรัพย์สิน แต่คือ “ชีวิต” หากสถานการณ์เริ่มไม่ปลอดภัย อย่าฝืนอยู่เพื่อเฝ้าทรัพย์สินหรือเสี่ยงเข้าไปเก็บของที่อาจทดแทนกันได้ ควรอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล