ทารกฉลาดไหม ดูได้จาก "มือ" เปิด 8 พฤติกรรมลูกน้อย อย่ามองข้าม บ่งบอกประสิทธิภาพสมอง

ทารกฉลาดไหม ดูได้จาก "มือ" เปิด 8 พฤติกรรมลูกน้อย อย่ามองข้าม บ่งบอกประสิทธิภาพสมอง

ทารกฉลาดไหม ดูได้จาก "มือ" เปิด 8 พฤติกรรมลูกน้อย อย่ามองข้าม บ่งบอกประสิทธิภาพสมอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

8 พฤติกรรมทารกที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม บ่งบอกลูกฉลาดไหม ดูได้ชัดๆจาก "มือ" สัญญาณพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของสมอง

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ลูกน้อยของตัวเองมีพัฒนาการดีหรือไม่ เพราะเด็กแต่ละคนมีวิธีเรียนรู้และแสดงออกแตกต่างกัน บางพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นความซน เช่น ชอบจับของ ชอบโยนของ หรือชอบกดปุ่มซ้ำ ๆ จริง ๆ แล้วอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ตามวัย

โดยเฉพาะการใช้มือของทารก ถือเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญ เพราะมือไม่ได้มีหน้าที่เพียงหยิบจับสิ่งของ แต่ยังช่วยให้เด็กสำรวจโลก ฝึกการควบคุมร่างกาย และสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมือ ดวงตา และสมอง

อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนหนึ่ง “ฉลาดกว่า” เด็กคนอื่นเสมอไป แต่เป็นสัญญาณว่าทักษะบางด้านกำลังพัฒนา ซึ่งพ่อแม่สามารถส่งเสริมผ่านการเล่นและการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย

1. ลูกชอบคว้าทุกอย่างที่เห็น ฝึกประสานมือ ตา และสมอง

หากลูกน้อยชอบเอื้อมมือคว้าเสื้อผ้า ของเล่น หรือสิ่งของรอบตัวอยู่เสมอ พ่อแม่หลายคนอาจมองว่าเป็นความซุกซน แต่จริง ๆ แล้วนี่เป็นช่วงเวลาที่เด็กกำลังฝึกการประสานงานระหว่างมือและสายตา

ตั้งแต่การขยับมือแบบยังควบคุมไม่ได้ ไปจนถึงการหยิบของ ส่งของจากมือหนึ่งไปอีกมือหนึ่ง เด็กกำลังเรียนรู้เรื่องตำแหน่ง ระยะห่าง น้ำหนัก และการควบคุมกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเคลื่อนไหวในอนาคต

พ่อแม่ช่วยส่งเสริมได้ด้วย: เตรียมของเล่นที่ปลอดภัย เช่น ของเล่นเขย่า หรือของเล่นที่มีพื้นผิวแตกต่างกัน ให้ลูกได้สัมผัสและสำรวจ โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดการเคลื่อนไหวของมือมากเกินไป

2. ชอบโยนของซ้ำ ๆ ไม่ใช่แค่เล่นซน แต่กำลังเรียนรู้เหตุและผล

ช่วงวัยประมาณ 1 ขวบ เด็กหลายคนมักชอบโยนของลงพื้น แล้วรอให้ผู้ใหญ่เก็บให้ ก่อนจะโยนซ้ำอีกครั้งจนกลายเป็นเกมที่ทำให้พ่อแม่เหนื่อยใจ

แต่พฤติกรรมนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่เด็กกำลังทดลองเรียนรู้ว่า “เมื่อปล่อยมือแล้วจะเกิดอะไรขึ้น” เช่น ของตกลงพื้น เสียงของสิ่งของแต่ละชนิดแตกต่างกัน หรือของที่มีน้ำหนักต่างกันจะมีผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

คำแนะนำ: สำหรับเด็กเล็กก่อนอายุ 2 ปี พ่อแม่อาจเตรียมของเล่นที่เหมาะกับการโยน เช่น ลูกบอลนุ่ม ๆ และใช้การเล่นนี้เป็นโอกาสฝึกการเรียนรู้ ส่วนเมื่อเด็กโตขึ้น ค่อยสอนเรื่องขอบเขตและการควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม

3. ดูดนิ้วหรือกัดมือ เป็นวิธีสำรวจและปลอบตัวเองตามวัย

การที่ทารกชอบนำมือเข้าปาก หรือดูดนิ้ว อาจทำให้พ่อแม่กังวลเรื่องความสะอาด แต่สำหรับเด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงอายุต่ำกว่า 1 ปี พฤติกรรมนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้

ทารกใช้ปากเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสำรวจสิ่งต่าง ๆ การนำมือเข้าปากยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถควบคุมการทำงานร่วมกันระหว่างมือ สายตา และสมองได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ การดูดนิ้วยังอาจเป็นวิธีที่เด็กใช้ปลอบตัวเองเมื่อรู้สึกง่วง เบื่อ หรือไม่สบายใจ พ่อแม่ควรดูแลให้มือลูกสะอาด และไม่ควรฝืนดึงมือออกทุกครั้ง เพราะอาจทำให้เด็กเครียดมากขึ้น

4. เริ่มชี้นิ้วบอกความต้องการ แสดงถึงพัฒนาการด้านการสื่อสาร

เมื่อเด็กอายุประมาณ 10 เดือนขึ้นไป หลายคนเริ่มมีพฤติกรรมชี้นิ้วไปยังสิ่งของที่สนใจ เช่น ของเล่น นม หรือสิ่งที่อยากได้ นี่เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการสื่อสารก่อนเริ่มพูด

การชี้ไม่ได้เป็นเพียงการบอกความต้องการ แต่แสดงให้เห็นว่าเด็กเริ่มเข้าใจว่าตัวเองสามารถสื่อสารกับคนอื่น และทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจสิ่งที่ตัวเองสนใจได้

พ่อแม่สามารถช่วยได้: เมื่อเด็กชี้สิ่งของ ลองพูดชื่อสิ่งนั้นออกมา เช่น “นี่คือนม” หรือ “นี่คือลูกบอล” เพื่อช่วยเชื่อมโยงภาพกับคำศัพท์และส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา

5. ชอบฉีกกระดาษ เปิดหนังสือซ้ำ ๆ ฝึกกล้ามเนื้อมือและสมาธิ

แม้การฉีกกระดาษอาจทำให้บ้านเต็มไปด้วยเศษกระดาษ แต่สำหรับเด็กเล็ก นี่คือกิจกรรมที่ช่วยฝึกการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนิ้วมือ

เด็กกำลังเรียนรู้การออกแรง การควบคุมมือ รวมถึงสังเกตความแตกต่างของพื้นผิว เสียง และสัมผัสจากวัสดุต่าง ๆ ซึ่งช่วยพัฒนาสมาธิและการควบคุมร่างกาย

พ่อแม่สามารถเตรียมกระดาษสะอาด หนังสือผ้า หรือหนังสือสำหรับเด็กเล็กให้ลูกทดลอง โดยควรดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการนำกระดาษเข้าปาก

6. เลียนแบบปรบมือ โบกมือ แสดงถึงการเรียนรู้จากการสังเกต

เมื่อเด็กเริ่มปรบมือตามผู้ใหญ่ หรือโบกมือลาเมื่อมีคนเดินจากไป นี่ไม่ใช่เพียงการทำตามแบบง่าย ๆ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ซับซ้อน

เด็กต้องใช้การสังเกต จดจำรูปแบบการเคลื่อนไหว และควบคุมร่างกายให้ทำตาม จึงเป็นการฝึกทั้งความจำ การเลียนแบบ และการสื่อสารกับผู้อื่น

พ่อแม่สามารถเล่นเกมท่าทางง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ปรบมือ โบกมือ หรือทำท่าประกอบเพลง เพื่อให้ลูกเรียนรู้ผ่านการเล่น

7. ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้หยิบของเล็ก ๆ ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก

การใช้ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้หยิบสิ่งของเล็ก ๆ เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการสำคัญของทารก โดยมักเริ่มเห็นได้ชัดช่วงประมาณ 9 เดือนขึ้นไป

ทักษะนี้ต้องอาศัยการควบคุมกล้ามเนื้อมืออย่างละเอียด รวมถึงการประสานงานระหว่างมือและตา เช่น การหยิบอาหารชิ้นเล็กหรือของเล่นขนาดเล็กอย่างระมัดระวัง

กิจกรรมง่าย ๆ เช่น ให้ลูกหยิบของเล่นที่ปลอดภัยตามวัย สามารถช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือและเตรียมความพร้อมสำหรับทักษะในอนาคต เช่น การเขียนหนังสือ

8. ชอบกดปุ่ม เปิด-ปิดสวิตช์ กำลังเรียนรู้เรื่องเหตุและผล

เด็กเล็กหลายคนสนุกกับการกดปุ่มของเล่น เปิดไฟ หรือสลับสวิตช์ซ้ำ ๆ เพราะพวกเขากำลังทดลองว่า “เมื่อทำสิ่งนี้ จะเกิดอะไรขึ้น”

เมื่อกดปุ่มแล้วมีเสียงหรือแสงตอบสนอง เด็กจะเริ่มเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำกับผลลัพธ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา

พ่อแม่สามารถเลือกของเล่นที่ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็ก มีความปลอดภัย และเล่นไปพร้อมกับอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจโลกผ่านการทดลอง

สรุป พฤติกรรมเล็ก ๆ ของลูก อาจเป็นการเรียนรู้ครั้งใหญ่

การคว้าของ โยนของ ดูดนิ้ว ชี้สิ่งของ หรือกดปุ่ม อาจดูเป็นเรื่องธรรมดาในสายตาผู้ใหญ่ แต่สำหรับทารกแล้ว ทุกการเคลื่อนไหวคือการฝึกฝนและเรียนรู้สิ่งใหม่

สิ่งสำคัญคือพ่อแม่ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้สำรวจอย่างปลอดภัย พร้อมสังเกตพัฒนาการตามวัย ไม่ควรเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่น เพราะเด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตแตกต่างกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล