ตะเกียบ จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ต่างกันอย่างไร? ดีไซน์สะท้อนวัฒนธรรม เห็นปุ๊บรู้เลยชาติไหน

ตะเกียบ จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ต่างกันอย่างไร? ดีไซน์สะท้อนวัฒนธรรม เห็นปุ๊บรู้เลยชาติไหน

ตะเกียบ จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี ต่างกันอย่างไร? ดีไซน์สะท้อนวัฒนธรรม เห็นปุ๊บรู้เลยชาติไหน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมตะเกียบจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีถึงหน้าตาไม่เหมือนกัน? คำตอบซ่อนอยู่ในวัฒนธรรมการกิน

ถ้ามองผ่าน ๆ “ตะเกียบ” ไม่ว่าชาติไหนอาจดูเหมือนกันหมด แต่ถ้าลองหยิบขึ้นมาใช้จริง จะพบว่าทั้งความยาว รูปทรง ปลายตะเกียบ ไปจนถึงวัสดุ กลับแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

ตะเกียบจีนมักยาวและปลายค่อนข้างทู่ ตะเกียบญี่ปุ่นกลับสั้นกว่าและเรียวแหลม ส่วนตะเกียบเกาหลีที่หลายคนคุ้นจากซีรีส์มักทำจากโลหะและมีลักษณะแบน ความต่างเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อความสวยงามเท่านั้น แต่สัมพันธ์กับวิธีทำอาหาร วิธีจัดโต๊ะ และวัฒนธรรมการกินที่พัฒนาต่างกันมาตลอดหลายร้อยปี

ตะเกียบมีจุดเริ่มต้นจากจีน ก่อนแพร่ไปทั่วเอเชียตะวันออก

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้ว่าตะเกียบมีต้นกำเนิดในจีนเมื่อหลายพันปีก่อน โดยในระยะแรกอาจใช้แท่งไม้หรือกิ่งไม้สำหรับหยิบอาหารจากภาชนะร้อน ก่อนจะค่อย ๆ กลายมาเป็นอุปกรณ์สำหรับกินอาหารในชีวิตประจำวัน และแพร่เข้าสู่พื้นที่อื่นของเอเชียตะวันออกในเวลาต่อมา

เมื่อเข้าสู่ญี่ปุ่นและคาบสมุทรเกาหลี ตะเกียบไม่ได้ถูกนำมาใช้แบบเดิมทั้งหมด แต่แต่ละพื้นที่ค่อย ๆ ปรับรูปทรงและวัสดุให้เข้ากับอาหารและธรรมเนียมของตัวเอง 

ตะเกียบจีน ยาวและปลายทู่

ตะเกียบจีน โดยทั่วไปมีลักษณะค่อนข้างยาวกว่าตะเกียบญี่ปุ่น และปลายไม่ได้เรียวแหลมมากนัก วัสดุที่พบได้บ่อยมีทั้งไม้ ไผ่ พลาสติก หรือวัสดุสังเคราะห์ต่าง ๆ

หนึ่งในเหตุผลสำคัญอยู่ที่วัฒนธรรมการกินอาหารแบบ “สำรับกลาง” อาหารหลายจานถูกวางรวมกันตรงกลางโต๊ะ ผู้ร่วมโต๊ะจึงต้องเอื้อมไปคีบอาหารจากจานที่อยู่ห่างตัว ตะเกียบที่ยาวจึงเหมาะกับรูปแบบการกินลักษณะนี้มากกว่า

นอกจากนี้ อาหารจีนจำนวนมากถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำตั้งแต่ก่อนปรุง ทำให้ผู้กินไม่จำเป็นต้องใช้มีดตัดอาหารบนโต๊ะมากนัก ตะเกียบจึงตอบโจทย์การหยิบอาหารที่เตรียมเป็นชิ้นไว้แล้วได้อย่างพอดี

ตะเกียบจีน

ตะเกียบญี่ปุ่น สั้นและปลายแหลม

ตะเกียบญี่ปุ่น จะสังเกตได้ว่ารูปร่างมักเรียวกว่า และส่วนปลายแหลมกว่าตะเกียบจีนอย่างชัดเจน วัสดุที่พบได้บ่อยคือไม้หรือไม้ไผ่ รวมถึงตะเกียบเคลือบแลกเกอร์แบบดั้งเดิม

รูปทรงเช่นนี้สัมพันธ์กับอาหารญี่ปุ่นที่มีปลาเป็นส่วนสำคัญของมื้ออาหาร ปลายตะเกียบที่เล็กช่วยให้คีบเนื้อปลา แยกชิ้นอาหารเล็ก ๆ หรือจัดการก้างปลาได้ง่ายกว่า ขณะที่อาหารถูกเสิร์ฟเป็นชุดหรือเป็นส่วนของแต่ละคน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ตะเกียบที่ยาวมากเพื่อเอื้อมไปยังจานกลาง

ตะเกียบญี่ปุ่นในยุคแรกยังไม่ได้ใช้กินอาหารอย่างแพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน โดยมีหลักฐานว่าตะเกียบรุ่นแรก ๆ ในญี่ปุ่นถูกใช้ในบริบทเกี่ยวกับพิธีกรรม ก่อนจะค่อย ๆ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ตะเกียบญี่ปุ่น

ตะเกียบเกาหลี เป็นโลหะและแบน

ตะเกียบเกาหลี แตกต่างจากสองประเทศแรกอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกวันนี้มักทำจากสเตนเลส มีรูปทรงบางและค่อนข้างแบน ใครที่เคยใช้ครั้งแรกอาจรู้สึกว่าคีบยากกว่าไม้ เพราะทั้งหนักกว่าและผิวลื่นกว่า

วัฒนธรรมการใช้ภาชนะโลหะในเกาหลีมีประวัติยาวนาน หลักฐานทางโบราณคดีพบตะเกียบโลหะในสมัยโบราณ และต่อมาในยุคอุตสาหกรรม ตะเกียบสเตนเลสแบบแบนกลายเป็นของใช้แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา เมื่อการผลิตเครื่องใช้สเตนเลสในประเทศขยายตัว รูปทรงแบนยังเหมาะกับการผลิตจำนวนมากจากแผ่นโลหะด้วย

ในอดีตชนชั้นสูงของเกาหลีใช้ตะเกียบเงินเพื่อทดสอบพิษในอาหาร เงินจะทำปฏิกิริยากับสารพิษ ต่อมาจึงกลายเป็นวัฒนธรรมที่แพร่หลาย แล้วเปลี่ยนมาเป็นสแตนเลสในภายหลัง

เหตุผลทางด้านการใช้งาน อาหารเกาหลีมักมีเครื่องเคียงประเภทของดองหรือหมัก (เช่น กิมจิ) ซึ่งมีสีและกลิ่นที่ติดไม้ได้ง่าย ตะเกียบโลหะจึงไม่ดูดซับสีและกลิ่น ล้างทำความสะอาดได้ง่าย

ที่น่าสนใจคือเกาหลีไม่ได้ใช้ตะเกียบเพียงอย่างเดียว แต่มีวัฒนธรรมการใช้ ช้อนและตะเกียบเป็นคู่ โดยช้อนมักใช้สำหรับข้าวและซุป ส่วนตะเกียบใช้คีบเครื่องเคียงและอาหารอื่น ๆ จึงทำให้รูปแบบอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารแตกต่างจากจีนและญี่ปุ่นด้วย

ตะเกียบเกาหลี

ของธรรมดา ๆ อย่าง “ตะเกียบ” ก็เล่าประวัติศาสตร์ได้

ตะเกียบจีนที่ยาว ตะเกียบญี่ปุ่นที่ปลายแหลม และตะเกียบเกาหลีที่ทำจากโลหะ จึงไม่ใช่เพียงความแตกต่างด้านดีไซน์ แต่เป็นผลจากอาหาร วิธีจัดโต๊ะ เทคโนโลยีการผลิต และพฤติกรรมการกินที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นในแต่ละสังคม

ครั้งหน้าที่ไปร้านอาหารจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ลองสังเกตตะเกียบที่วางอยู่ตรงหน้าดูให้ดี ของใช้ธรรมดาเพียงสองแท่งอาจกำลังบอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมหลายร้อยปีอยู่โดยที่เราไม่ทันสังเกตก็ได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล