มีไข้ ปวดน่อง ร่วม 3 อาการนี้หลังลุยน้ำ อย่าชะล่าใจ สัญญาณ "โรคฉี่หนู" ที่ไม่ควรรอดูอาการ

มีไข้ ปวดน่อง ร่วม 3 อาการนี้หลังลุยน้ำ อย่าชะล่าใจ สัญญาณ "โรคฉี่หนู" ที่ไม่ควรรอดูอาการ

มีไข้ ปวดน่อง ร่วม 3 อาการนี้หลังลุยน้ำ อย่าชะล่าใจ สัญญาณ "โรคฉี่หนู" ที่ไม่ควรรอดูอาการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ ปวดน่อง อย่าชะล่าใจ รีบพบแพทย์! เช็กอาการ “โรคฉี่หนู” มีอะไรบ้าง อันตรายแค่ไหน? 

ประชาชนที่ต้องเดินลุยน้ำท่วม ย่ำโคลน หรือเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลด ควรเฝ้าระวังโรคฉี่หนูอย่างใกล้ชิด หากหลังสัมผัสน้ำแล้วเริ่มมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย โดยเฉพาะอาการปวดน่อง ปวดหลัง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงหรือซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง

หลังฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ทั้งบริเวณถนนรามคำแหงช่วงพระราม 9 ถึงแยกลำสาลี ถนนลาดพร้าวบริเวณแยกบางกะปิและแยกแฮปปี้แลนด์ ถนนศรีนครินทร์ช่วงแยกลำสาลีถึงถนนพัฒนาการ รวมถึงชุมชนเคหะคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า ประชาชนจำนวนมากต้องเดินลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนโดยหลีกเลี่ยงได้ยาก

แม้น้ำที่สัมผัสอาจดูไม่สกปรกมาก แต่ไม่สามารถมองเห็นเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ได้ หนึ่งในโรคสำคัญที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลดคือ “โรคฉี่หนู” หรือโรคเลปโตสไปโรซิส ซึ่งหากได้รับการวินิจฉัยและรักษาช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไต ตับ ปอด และอวัยวะสำคัญได้

โรคฉี่หนูคืออะไร ทำไมมักพบหลังน้ำท่วม?

โรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเลปโตสไปรา เชื้อถูกขับออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ ก่อนปนเปื้อนลงในน้ำ ดิน โคลน หรือพื้นที่ชื้นแฉะ เมื่อเกิดน้ำท่วม เชื้อจึงสามารถกระจายไปกับน้ำและเพิ่มโอกาสที่คนจะสัมผัสเชื้อได้ง่ายขึ้น

แม้ชื่อเรียกว่าโรคฉี่หนู แต่หนูไม่ใช่สัตว์ที่แพร่เชื้อได้เพียงชนิดเดียว สุนัข สุกร โค กระบือ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นก็อาจเป็นพาหะได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หนูเป็นพาหะสำคัญในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากสามารถปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะได้โดยอาจไม่แสดงอาการป่วย

คนไม่ได้ติดโรคเพียงเพราะมองเห็นหนูหรือเดินผ่านบริเวณที่มีหนู แต่ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อสัมผัสปัสสาวะสัตว์โดยตรง หรือสัมผัสน้ำและดินที่มีเชื้อปนเปื้อน การแพร่เชื้อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก จึงไม่ใช่โรคที่ติดต่อกันง่ายจากการอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับผู้ป่วย

เชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน หรือผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน รวมถึงผ่านเยื่อบุตา จมูก และปาก การไม่มีแผลขนาดใหญ่จึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อ เพราะรอยแตกเล็ก ๆ บนผิวหนังอาจมองเห็นได้ไม่ชัด

พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ การเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ การย่ำโคลนโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน การเก็บขยะหรือซากสัตว์ด้วยมือเปล่า การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด และการดื่มหรือใช้น้ำที่อาจปนเปื้อนโดยไม่ได้ผ่านการทำให้ปลอดภัย

อาการโรคฉี่หนูมักเริ่มเมื่อไรหลังลุยน้ำ?

กรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยมักเริ่มแสดงอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ระบุว่า ระยะฟักตัวอาจอยู่ระหว่าง 2–30 วัน และส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการภายใน 5–14 วันหลังสัมผัสเชื้อ

ดังนั้น คนที่ลุยน้ำแล้วกลับบ้านโดยยังไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยจากโรคทันที ควรจดจำวันที่สัมผัสน้ำและสังเกตสุขภาพต่อเนื่องประมาณ 30 วัน โดยเฉพาะช่วงสองสัปดาห์แรกซึ่งเป็นช่วงที่พบการเริ่มแสดงอาการได้บ่อย

อาการเริ่มต้นของโรคฉี่หนู มีอะไรบ้าง?

อาการในระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัด ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อชนิดอื่น ทำให้ประชาชนไม่สามารถวินิจฉัยโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ แต่หากมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรนึกถึงโรคฉี่หนูและไปพบแพทย์

  • มีไข้ หรือไข้สูงเฉียบพลัน
  • หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ
  • อ่อนเพลียมาก
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง โคนขา หรือหลัง
  • ตาแดงโดยไม่มีขี้ตามาก หรือเยื่อบุตาแดง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้องหรือท้องเสีย
  • บางรายอาจมีผื่น

ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกข้อ และบางรายอาจมีเพียงไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยธรรมดา จุดที่ช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็วขึ้นคือประวัติการลุยน้ำ สัมผัสโคลน หรือทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วมในช่วง 2–30 วันก่อนเริ่มป่วย โดยเฉพาะ 5 อาการนี้ ซึ่งเป็นอาการหลักๆ ของโรคฉี่หนู

  • มีไข้สูงหรือไข้ขึ้นเฉียบพลัน หลังลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนภายใน 2–30 วัน
  • ปวดกล้ามเนื้อมากผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณน่อง โคนขา หรือหลัง
  • ตาแดง โดยมักแดงบริเวณเยื่อบุตา แต่ไม่มีขี้ตามากเหมือนตาอักเสบทั่วไป
  • ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง

ปวดน่องแบบไหนต้องสงสัยโรคฉี่หนู?

อาการปวดกล้ามเนื้อจากโรคฉี่หนูมักเด่นบริเวณน่อง โคนขา หรือหลัง และอาจปวดมากกว่าการเมื่อยล้าจากการเดินทั่วไป แต่การปวดน่องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นโรคฉี่หนู เพราะอาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ การใช้งานหนัก หรือสาเหตุอื่นได้

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคืออาการปวดน่องที่เกิดร่วมกับไข้ ปวดศีรษะ ตาแดง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย หลังจากเคยลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลน หากมีอาการลักษณะนี้ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการจนไข้สูงหรือเดินไม่ไหว

มีไข้หลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำท่วม ดิน หรือโคลน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดน่อง ปวดหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน ควรไปสถานพยาบาลโดยเร็ว แม้อาการจะยังไม่รุนแรง เพราะการเริ่มรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

เมื่อพบแพทย์ ควรบอกให้ชัดว่าเคยลุยน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วมเมื่อวันใด สัมผัสน้ำนานแค่ไหน สวมรองเท้าบูตหรือไม่ และขณะนั้นมีแผลหรือผิวหนังเปื่อยหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะอาการของโรคฉี่หนูคล้ายกับโรคติดเชื้ออีกหลายชนิด

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง เนื่องจากการเลือกชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลารักษาต้องพิจารณาจากอาการและสุขภาพของผู้ป่วย การใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้อาการสำคัญถูกบดบัง เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้การวินิจฉัยล่าช้า

อาการอันตรายของโรคฉี่หนู ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

โรคฉี่หนูบางรายอาจรุนแรงจนส่งผลต่อตับ ไต ปอด สมอง หรือระบบไหลเวียนเลือด หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้ถึงวันนัดหรือทดลองรับประทานยาเอง

  • ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
  • ปัสสาวะออกน้อยลงหรือไม่ออก
  • หายใจหอบ เหนื่อย หรือหายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก
  • ไอเป็นเลือดหรือมีเลือดออกผิดปกติ
  • ซึมลง สับสน หรือหมดสติ
  • อาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้
  • อ่อนเพลียรุนแรง หน้ามืด หรือมีอาการคล้ายช็อก

อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับไตวาย ตับทำงานผิดปกติ เลือดออกในปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น การรักษาอย่างเร่งด่วนจึงมีความสำคัญ และไม่ควรรอให้ตัวเหลืองหรือปัสสาวะน้อยก่อนจึงค่อยไปพบแพทย์

ใครบ้างเสี่ยงโรคฉี่หนูมากเป็นพิเศษ?

  • ผู้ที่ต้องเดินหรือยืนแช่น้ำท่วมเป็นเวลานาน
  • เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่เก็บขยะ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม
  • ผู้ที่ทำความสะอาดบ้าน ขนโคลน หรือเก็บซากสัตว์หลังน้ำลด
  • เกษตรกร ชาวนา คนเลี้ยงสัตว์ และผู้ทำงานในพื้นที่ชื้นแฉะ
  • ผู้ที่มีบาดแผล รอยถลอก เชื้อราที่เท้า หรือน้ำกัดเท้า
  • ผู้ที่เดินเท้าเปล่าหรือไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะลุยน้ำ
  • ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงเมื่อเกิดการติดเชื้อ

วิธีป้องกันโรคฉี่หนูระหว่างน้ำท่วม

  1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น หากมีเส้นทางอื่นหรือสามารถรอให้น้ำลดได้ ควรลดการสัมผัสน้ำโดยตรง
  2. สวมรองเท้าบูตและถุงมือกันน้ำ โดยเฉพาะเมื่อต้องย่ำโคลน เก็บขยะ หรือทำความสะอาดบ้าน
  3. ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ หากมีแผลเปิด แผลถลอก หรือน้ำกัดเท้า ควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำจนกว่าแผลจะปิดสนิท
  4. อาบน้ำและฟอกสบู่ทันที หลังสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลน พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดและเช็ดร่างกายให้แห้ง
  5. ทำความสะอาดบาดแผล ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วปิดแผลด้วยวัสดุที่สะอาด หากแผลลึก บวม แดง หรือมีหนอง ควรพบแพทย์
  6. ไม่ดื่มน้ำหรือใช้น้ำท่วมประกอบอาหาร ควรใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการรับรองหรือผ่านกระบวนการทำให้ปลอดภัย
  7. เก็บอาหารและขยะให้มิดชิด ลดแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของหนู รวมถึงไม่จับซากสัตว์ด้วยมือเปล่า

ถ้าไม่มีรองเท้าบูต ใช้ถุงพลาสติกแทนได้ไหม?

กรมควบคุมโรคแนะนำว่า หากจำเป็นต้องลุยน้ำและไม่มีรองเท้าบูต อาจใช้ถุงพลาสติกสะอาดที่ไม่รั่วสวมคลุมเท้าเพื่อลดการสัมผัสน้ำโดยตรงเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ถุงพลาสติกฉีกขาดและลื่นได้ง่าย จึงไม่ควรถือว่าให้การป้องกันเทียบเท่ารองเท้าบูต

ควรหลีกเลี่ยงการเดินในจุดที่มองไม่เห็นพื้น เพราะอาจมีเศษแก้ว ตะปู ฝาท่อ หรือกระแสไฟฟ้ารั่ว หากถุงพลาสติกขาดหรือมีน้ำเข้า ควรล้างเท้าและผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีเมื่อสามารถทำได้

ลุยน้ำมาแล้วแต่ยังไม่มีอาการ ต้องกินยาป้องกันหรือไม่?

ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินป้องกันเองหลังลุยน้ำ เพราะการให้ยาป้องกันต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นรายบุคคล เช่น ระดับและระยะเวลาที่สัมผัสน้ำ การมีบาดแผล โรคประจำตัว และสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ ผู้ที่กังวลว่าได้รับเชื้อในระดับสูงควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

สิ่งที่ควรทำหลังลุยน้ำคือรีบทำความสะอาดร่างกาย ดูแลบาดแผล จดจำวันที่สัมผัสน้ำ และสังเกตอาการต่อเนื่อง 30 วัน หากเริ่มมีไข้หรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมตั้งแต่ต้น

โรคฉี่หนูรักษาหายไหม?

โรคฉี่หนูสามารถรักษาได้ โดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสมของอาการ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงอาจรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ส่วนรายที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและดูแลการทำงานของไต ตับ ปอด หรือระบบไหลเวียนเลือดอย่างใกล้ชิด

หัวใจสำคัญคือการไปพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการและบอกประวัติสัมผัสน้ำอย่างชัดเจน เพราะโรคนี้ไม่สามารถยืนยันจากอาการปวดน่องหรือตาแดงเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความจำเป็น

สรุป ลุยน้ำท่วมแล้วต้องเฝ้าระวังโรคฉี่หนูนานแค่ไหน?

หลังสัมผัสน้ำท่วม ดิน หรือโคลน ควรเฝ้าสังเกตอาการนานประมาณ 30 วัน โดยเฉพาะช่วง 5–14 วันแรก หากมีไข้ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดน่อง ปวดหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งวันที่ลุยน้ำ

อย่ารอให้มีตัวเหลือง ปัสสาวะน้อย หอบเหนื่อย หรือไอเป็นเลือด เพราะอาการเหล่านี้อาจหมายถึงโรคเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว ผู้ที่ต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูต ปิดแผลให้มิดชิด และอาบน้ำฟอกสบู่ทันทีหลังสัมผัสน้ำ หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล