มีไข้ ปวดน่อง ร่วม 3 อาการนี้หลังลุยน้ำ อย่าชะล่าใจ สัญญาณ "โรคฉี่หนู" ที่ไม่ควรรอดูอาการ

ลุยน้ำท่วมแล้วมีไข้ ปวดน่อง อย่าชะล่าใจ รีบพบแพทย์! เช็กอาการ “โรคฉี่หนู” มีอะไรบ้าง อันตรายแค่ไหน?
ประชาชนที่ต้องเดินลุยน้ำท่วม ย่ำโคลน หรือเก็บกวาดบ้านหลังน้ำลด ควรเฝ้าระวังโรคฉี่หนูอย่างใกล้ชิด หากหลังสัมผัสน้ำแล้วเริ่มมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย โดยเฉพาะอาการปวดน่อง ปวดหลัง หรือตาแดง ควรรีบไปพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ไม่ควรรอให้อาการรุนแรงหรือซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
หลังฝนตกหนักและเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ทั้งบริเวณถนนรามคำแหงช่วงพระราม 9 ถึงแยกลำสาลี ถนนลาดพร้าวบริเวณแยกบางกะปิและแยกแฮปปี้แลนด์ ถนนศรีนครินทร์ช่วงแยกลำสาลีถึงถนนพัฒนาการ รวมถึงชุมชนเคหะคลองจั่นและเคหะร่มเกล้า ประชาชนจำนวนมากต้องเดินลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนโดยหลีกเลี่ยงได้ยาก
แม้น้ำที่สัมผัสอาจดูไม่สกปรกมาก แต่ไม่สามารถมองเห็นเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ได้ หนึ่งในโรคสำคัญที่ต้องระวังในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลดคือ “โรคฉี่หนู” หรือโรคเลปโตสไปโรซิส ซึ่งหากได้รับการวินิจฉัยและรักษาช้า อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่อไต ตับ ปอด และอวัยวะสำคัญได้
โรคฉี่หนูคืออะไร ทำไมมักพบหลังน้ำท่วม?
โรคฉี่หนู หรือเลปโตสไปโรซิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรียกลุ่มเลปโตสไปรา เชื้อถูกขับออกมากับปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ ก่อนปนเปื้อนลงในน้ำ ดิน โคลน หรือพื้นที่ชื้นแฉะ เมื่อเกิดน้ำท่วม เชื้อจึงสามารถกระจายไปกับน้ำและเพิ่มโอกาสที่คนจะสัมผัสเชื้อได้ง่ายขึ้น
แม้ชื่อเรียกว่าโรคฉี่หนู แต่หนูไม่ใช่สัตว์ที่แพร่เชื้อได้เพียงชนิดเดียว สุนัข สุกร โค กระบือ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นก็อาจเป็นพาหะได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม หนูเป็นพาหะสำคัญในพื้นที่ชุมชน เนื่องจากสามารถปล่อยเชื้อออกมากับปัสสาวะได้โดยอาจไม่แสดงอาการป่วย
คนไม่ได้ติดโรคเพียงเพราะมองเห็นหนูหรือเดินผ่านบริเวณที่มีหนู แต่ความเสี่ยงเกิดขึ้นเมื่อสัมผัสปัสสาวะสัตว์โดยตรง หรือสัมผัสน้ำและดินที่มีเชื้อปนเปื้อน การแพร่เชื้อจากคนสู่คนพบได้น้อยมาก จึงไม่ใช่โรคที่ติดต่อกันง่ายจากการอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับผู้ป่วย
เชื้อโรคฉี่หนูเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน หรือผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน รวมถึงผ่านเยื่อบุตา จมูก และปาก การไม่มีแผลขนาดใหญ่จึงไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสติดเชื้อ เพราะรอยแตกเล็ก ๆ บนผิวหนังอาจมองเห็นได้ไม่ชัด
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ การเดินเท้าเปล่าลุยน้ำ การย่ำโคลนโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน การเก็บขยะหรือซากสัตว์ด้วยมือเปล่า การทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด และการดื่มหรือใช้น้ำที่อาจปนเปื้อนโดยไม่ได้ผ่านการทำให้ปลอดภัย
อาการโรคฉี่หนูมักเริ่มเมื่อไรหลังลุยน้ำ?
กรมควบคุมโรคระบุว่า ผู้ป่วยมักเริ่มแสดงอาการหลังได้รับเชื้อประมาณ 1–2 สัปดาห์ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC ระบุว่า ระยะฟักตัวอาจอยู่ระหว่าง 2–30 วัน และส่วนใหญ่มักเริ่มมีอาการภายใน 5–14 วันหลังสัมผัสเชื้อ
ดังนั้น คนที่ลุยน้ำแล้วกลับบ้านโดยยังไม่มีอาการ ไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยจากโรคทันที ควรจดจำวันที่สัมผัสน้ำและสังเกตสุขภาพต่อเนื่องประมาณ 30 วัน โดยเฉพาะช่วงสองสัปดาห์แรกซึ่งเป็นช่วงที่พบการเริ่มแสดงอาการได้บ่อย
อาการเริ่มต้นของโรคฉี่หนู มีอะไรบ้าง?
อาการในระยะแรกอาจคล้ายไข้หวัด ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ หรือการติดเชื้อชนิดอื่น ทำให้ประชาชนไม่สามารถวินิจฉัยโรคจากอาการเพียงอย่างเดียวได้ แต่หากมีประวัติสัมผัสน้ำท่วมร่วมกับอาการต่อไปนี้ ควรนึกถึงโรคฉี่หนูและไปพบแพทย์
- มีไข้ หรือไข้สูงเฉียบพลัน
- หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลียมาก
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะน่อง โคนขา หรือหลัง
- ตาแดงโดยไม่มีขี้ตามาก หรือเยื่อบุตาแดง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- ปวดท้องหรือท้องเสีย
- บางรายอาจมีผื่น
ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องมีอาการครบทุกข้อ และบางรายอาจมีเพียงไข้ ปวดศีรษะ หรือปวดเมื่อยธรรมดา จุดที่ช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็วขึ้นคือประวัติการลุยน้ำ สัมผัสโคลน หรือทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วมในช่วง 2–30 วันก่อนเริ่มป่วย โดยเฉพาะ 5 อาการนี้ ซึ่งเป็นอาการหลักๆ ของโรคฉี่หนู
- มีไข้สูงหรือไข้ขึ้นเฉียบพลัน หลังลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลนภายใน 2–30 วัน
- ปวดกล้ามเนื้อมากผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณน่อง โคนขา หรือหลัง
- ตาแดง โดยมักแดงบริเวณเยื่อบุตา แต่ไม่มีขี้ตามากเหมือนตาอักเสบทั่วไป
- ปวดศีรษะ หนาวสั่น อ่อนเพลียมาก
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง
ปวดน่องแบบไหนต้องสงสัยโรคฉี่หนู?
อาการปวดกล้ามเนื้อจากโรคฉี่หนูมักเด่นบริเวณน่อง โคนขา หรือหลัง และอาจปวดมากกว่าการเมื่อยล้าจากการเดินทั่วไป แต่การปวดน่องเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นโรคฉี่หนู เพราะอาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ การใช้งานหนัก หรือสาเหตุอื่นได้
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญคืออาการปวดน่องที่เกิดร่วมกับไข้ ปวดศีรษะ ตาแดง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย หลังจากเคยลุยน้ำหรือสัมผัสดินโคลน หากมีอาการลักษณะนี้ควรพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการจนไข้สูงหรือเดินไม่ไหว
มีไข้หลังลุยน้ำ ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?
หากมีไข้หลังสัมผัสน้ำท่วม ดิน หรือโคลน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการปวดน่อง ปวดหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน ควรไปสถานพยาบาลโดยเร็ว แม้อาการจะยังไม่รุนแรง เพราะการเริ่มรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
เมื่อพบแพทย์ ควรบอกให้ชัดว่าเคยลุยน้ำหรือทำความสะอาดพื้นที่น้ำท่วมเมื่อวันใด สัมผัสน้ำนานแค่ไหน สวมรองเท้าบูตหรือไม่ และขณะนั้นมีแผลหรือผิวหนังเปื่อยหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะอาการของโรคฉี่หนูคล้ายกับโรคติดเชื้ออีกหลายชนิด
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง เนื่องจากการเลือกชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลารักษาต้องพิจารณาจากอาการและสุขภาพของผู้ป่วย การใช้ยาไม่ถูกต้องอาจทำให้อาการสำคัญถูกบดบัง เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้การวินิจฉัยล่าช้า
อาการอันตรายของโรคฉี่หนู ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
โรคฉี่หนูบางรายอาจรุนแรงจนส่งผลต่อตับ ไต ปอด สมอง หรือระบบไหลเวียนเลือด หากพบสัญญาณต่อไปนี้ ควรไปห้องฉุกเฉินหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที ไม่ควรรอให้ถึงวันนัดหรือทดลองรับประทานยาเอง
- ตัวเหลืองหรือตาเหลือง
- ปัสสาวะออกน้อยลงหรือไม่ออก
- หายใจหอบ เหนื่อย หรือหายใจลำบาก
- เจ็บหน้าอก
- ไอเป็นเลือดหรือมีเลือดออกผิดปกติ
- ซึมลง สับสน หรือหมดสติ
- อาเจียนมาก ดื่มน้ำไม่ได้
- อ่อนเพลียรุนแรง หน้ามืด หรือมีอาการคล้ายช็อก
อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับไตวาย ตับทำงานผิดปกติ เลือดออกในปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น การรักษาอย่างเร่งด่วนจึงมีความสำคัญ และไม่ควรรอให้ตัวเหลืองหรือปัสสาวะน้อยก่อนจึงค่อยไปพบแพทย์
ใครบ้างเสี่ยงโรคฉี่หนูมากเป็นพิเศษ?
- ผู้ที่ต้องเดินหรือยืนแช่น้ำท่วมเป็นเวลานาน
- เจ้าหน้าที่กู้ภัย เจ้าหน้าที่เก็บขยะ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม
- ผู้ที่ทำความสะอาดบ้าน ขนโคลน หรือเก็บซากสัตว์หลังน้ำลด
- เกษตรกร ชาวนา คนเลี้ยงสัตว์ และผู้ทำงานในพื้นที่ชื้นแฉะ
- ผู้ที่มีบาดแผล รอยถลอก เชื้อราที่เท้า หรือน้ำกัดเท้า
- ผู้ที่เดินเท้าเปล่าหรือไม่สวมอุปกรณ์ป้องกันขณะลุยน้ำ
- ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรงเมื่อเกิดการติดเชื้อ
วิธีป้องกันโรคฉี่หนูระหว่างน้ำท่วม
- หลีกเลี่ยงการลุยน้ำโดยไม่จำเป็น หากมีเส้นทางอื่นหรือสามารถรอให้น้ำลดได้ ควรลดการสัมผัสน้ำโดยตรง
- สวมรองเท้าบูตและถุงมือกันน้ำ โดยเฉพาะเมื่อต้องย่ำโคลน เก็บขยะ หรือทำความสะอาดบ้าน
- ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ หากมีแผลเปิด แผลถลอก หรือน้ำกัดเท้า ควรหลีกเลี่ยงการลงน้ำจนกว่าแผลจะปิดสนิท
- อาบน้ำและฟอกสบู่ทันที หลังสัมผัสน้ำท่วมหรือดินโคลน พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดและเช็ดร่างกายให้แห้ง
- ทำความสะอาดบาดแผล ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วปิดแผลด้วยวัสดุที่สะอาด หากแผลลึก บวม แดง หรือมีหนอง ควรพบแพทย์
- ไม่ดื่มน้ำหรือใช้น้ำท่วมประกอบอาหาร ควรใช้น้ำสะอาดที่ผ่านการรับรองหรือผ่านกระบวนการทำให้ปลอดภัย
- เก็บอาหารและขยะให้มิดชิด ลดแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของหนู รวมถึงไม่จับซากสัตว์ด้วยมือเปล่า
ถ้าไม่มีรองเท้าบูต ใช้ถุงพลาสติกแทนได้ไหม?
กรมควบคุมโรคแนะนำว่า หากจำเป็นต้องลุยน้ำและไม่มีรองเท้าบูต อาจใช้ถุงพลาสติกสะอาดที่ไม่รั่วสวมคลุมเท้าเพื่อลดการสัมผัสน้ำโดยตรงเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ถุงพลาสติกฉีกขาดและลื่นได้ง่าย จึงไม่ควรถือว่าให้การป้องกันเทียบเท่ารองเท้าบูต
ควรหลีกเลี่ยงการเดินในจุดที่มองไม่เห็นพื้น เพราะอาจมีเศษแก้ว ตะปู ฝาท่อ หรือกระแสไฟฟ้ารั่ว หากถุงพลาสติกขาดหรือมีน้ำเข้า ควรล้างเท้าและผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทันทีเมื่อสามารถทำได้
ลุยน้ำมาแล้วแต่ยังไม่มีอาการ ต้องกินยาป้องกันหรือไม่?
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมากินป้องกันเองหลังลุยน้ำ เพราะการให้ยาป้องกันต้องพิจารณาความเสี่ยงเป็นรายบุคคล เช่น ระดับและระยะเวลาที่สัมผัสน้ำ การมีบาดแผล โรคประจำตัว และสถานการณ์การระบาดในพื้นที่ ผู้ที่กังวลว่าได้รับเชื้อในระดับสูงควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
สิ่งที่ควรทำหลังลุยน้ำคือรีบทำความสะอาดร่างกาย ดูแลบาดแผล จดจำวันที่สัมผัสน้ำ และสังเกตอาการต่อเนื่อง 30 วัน หากเริ่มมีไข้หรืออาการผิดปกติควรพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำท่วมตั้งแต่ต้น
โรคฉี่หนูรักษาหายไหม?
โรคฉี่หนูสามารถรักษาได้ โดยแพทย์อาจพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสมของอาการ ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงอาจรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้ ส่วนรายที่มีภาวะแทรกซ้อนอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและดูแลการทำงานของไต ตับ ปอด หรือระบบไหลเวียนเลือดอย่างใกล้ชิด
หัวใจสำคัญคือการไปพบแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการและบอกประวัติสัมผัสน้ำอย่างชัดเจน เพราะโรคนี้ไม่สามารถยืนยันจากอาการปวดน่องหรือตาแดงเพียงอย่างเดียว แพทย์จะประเมินร่วมกับประวัติ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความจำเป็น
สรุป ลุยน้ำท่วมแล้วต้องเฝ้าระวังโรคฉี่หนูนานแค่ไหน?
หลังสัมผัสน้ำท่วม ดิน หรือโคลน ควรเฝ้าสังเกตอาการนานประมาณ 30 วัน โดยเฉพาะช่วง 5–14 วันแรก หากมีไข้ร่วมกับปวดศีรษะ ปวดน่อง ปวดหลัง ตาแดง คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรไปพบแพทย์โดยเร็วและแจ้งวันที่ลุยน้ำ
อย่ารอให้มีตัวเหลือง ปัสสาวะน้อย หอบเหนื่อย หรือไอเป็นเลือด เพราะอาการเหล่านี้อาจหมายถึงโรคเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว ผู้ที่ต้องลุยน้ำควรสวมรองเท้าบูต ปิดแผลให้มิดชิด และอาบน้ำฟอกสบู่ทันทีหลังสัมผัสน้ำ หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม สามารถสอบถามสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


