รู้จัก "จอย จามจุรี เชิดโฉม" อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง

รู้จัก "จอย จามจุรี เชิดโฉม" อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง

รู้จัก "จอย จามจุรี เชิดโฉม" อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้จัก "จอย จามจุรี เชิดโฉม" อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ลาวงการหลังแต่งงานเป็นคุณแม่ลูกสอง

หากพูดถึงนางร้ายระดับตำนานของวงการละครไทยในช่วงปลายยุค 80 ต่อเนื่องถึงยุค 90 ชื่อของ จอย จามจุรี เชิดโฉม คือหนึ่งในนักแสดงที่แฟนละครจำนวนมากยังคงจดจำได้ ด้วยใบหน้าสวยหวานระดับนางเอก แต่เมื่อเข้าฉากกลับพลิกบทบาทเป็นตัวอิจฉาได้อย่างถึงอารมณ์ โดยเฉพาะน้ำเสียงแหลมสูงอันเป็นเอกลักษณ์ที่กลายเป็นภาพจำของเธอ

จอยเคยฝากผลงานไว้กับละครดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาชนก้นครัว, ตำรับรัก, บัวแล้งน้ำ, ทายาทอสูร และอีกหลายเรื่อง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้วงการในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว กระทั่งหลายปีต่อมา แฟนๆ ก็ได้เห็นเธอกลับมาปรากฏตัวบนหน้าจออีกครั้ง

ประวัติ จอย จามจุรี เชิดโฉม

จามจุรี เชิดโฉม หรือชื่อเล่นว่า จอย เกิดวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2511 มีพื้นเพอยู่ที่อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี คุณพ่อรับราชการเป็นทหารอากาศ และจอยเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัวที่มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน ชีวิตในวัยเด็กของเธอค่อนข้างเรียบง่าย และเคยช่วยพี่ๆ ทำน้ำเต้าหู้ขายเพื่อหารายได้เสริมให้ครอบครัว

เมื่อเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพฯ เส้นทางชีวิตของสาวอุดรธานีก็เริ่มเปลี่ยนไป จอยก้าวเข้าสู่วงการตั้งแต่อายุประมาณ 17 ปี โดยเข้าประกวด นางสาวไทย ปี พ.ศ. 2529 แม้ครั้งนั้นจะไม่ผ่านเข้ารอบ แต่เธอก็ไม่ได้หยุดเส้นทางบนเวทีประกวดไว้เพียงเท่านั้น

จากเวทีประกวด สู่การเป็นนางแบบและนักแสดง

ในปีเดียวกัน จอยได้เข้าประกวด นางนพมาศแดนเนรมิต และสามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 2 พร้อมรางวัลขวัญใจช่างภาพมาได้ ความโดดเด่นจากเวทีนี้ทำให้เธอเริ่มเป็นที่สนใจ มีงานถ่ายแบบนิตยสารและโฆษณาตามมา ก่อนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว

งานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกของจอยคือ อีกสิบวันโลกจะแตก ในปี พ.ศ. 2530 ซึ่งเธอได้รับบทเป็นนางเอก ก่อนจะมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง บ๊าย..บาย ไทยแลนด์ ตามมา โดยหอภาพยนตร์แห่งชาติยังมีข้อมูลระบุชื่อ จามจุรี เชิดโฉม เป็นหนึ่งในนักแสดงของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวด้วย

“ปัญญาชนก้นครัว” จุดเปลี่ยนจากสาวหน้าหวานสู่นางร้ายระดับตำนาน

หลังจากทำงานภาพยนตร์ จอยเริ่มเข้าสู่วงการละครโทรทัศน์กับค่ายกันตนา โดยหนึ่งในผลงานช่วงแรกคือ ผีกุ๊กกิ๊ก ทางช่อง 7 ก่อนที่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตการแสดงจะมาถึง เมื่อ สุรางค์ เปรมปรีดิ์ หรือ “คุณแดง” มองเห็นเอกลักษณ์จากน้ำเสียงแหลมสูงของเธอ และแนะนำให้ลองเปลี่ยนมารับบทตัวอิจฉา

บทบาทนั้นคือ “อรวิลาศ” ในละครเรื่อง ปัญญาชนก้นครัว ซึ่งกลายเป็นบทแจ้งเกิดของจอยอย่างเต็มตัว เธอเข้าฉากคู่กับ ดวงตา ตุงคะมณี ซึ่งรับบทเป็นคุณแม่ จนเคมีของทั้งคู่กลายเป็นที่จดจำ และมีคำเรียกติดหูอย่าง “คุณลูกขา” ที่แฟนละครในยุคนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี

จอย จามจุรี กับฉายา “นางร้ายหน้าสวย”

หลังแจ้งเกิดจากบทอรวิลาศ จอยมีผลงานละครตามมาอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่ได้รับบทตัวร้ายอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็น กระเช้ารัตน์ ในเรื่อง ตำรับรัก หรือ มนตรา ใน บัวแล้งน้ำ รวมถึงผลงานอย่าง ทายาทอสูร, พ่อปลาไหล แม่พังพอน, เมืองโพล้เพล้ และ พรพรหมอลเวง

แม้คนดูจะคุ้นเคยกับเธอในฐานะนางร้าย แต่ด้วยใบหน้าที่สวยหวานและบุคลิกโดดเด่น จอยจึงได้รับฉายาจากแฟนละครว่าเป็น “นางร้ายหน้าสวย” อีกคนของวงการ และความสามารถของเธอก็ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบทอิจฉาเท่านั้น เพราะยังเคยพลิกมารับบทผู้หญิงน่าสงสารในละคร เพลิงพ่าย ทางช่อง 9 อีกด้วย

ผลงานเรื่องเพลิงพ่ายยังทำให้ชื่อของจามจุรีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ในช่วงปี พ.ศ. 2533 สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพจำของ “นางร้ายเสียงแหลม” เธอเป็นนักแสดงที่สามารถรับบทได้หลากหลายกว่าที่หลายคนคุ้นเคย

เหตุผลที่ จอย จามจุรี หายไปจากวงการบันเทิง

ในช่วงที่ชื่อเสียงกำลังอยู่ในระดับสูง จอยกลับตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตอีกแบบ หลังแต่งงานและมีครอบครัว เธอลดบทบาทในวงการบันเทิงลง เพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการเป็นคุณแม่ลูกสอง ทำให้แฟนละครไม่ได้เห็นเธอบนหน้าจออย่างต่อเนื่องเหมือนในอดีต 

อย่างไรก็ตาม จอยไม่ได้หายไปจากงานแสดงเสียทีเดียว โดยในปี พ.ศ. 2553 เธอเคยกลับมารับเชิญในละคร นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ทางช่อง 7 ก่อนจะเว้นช่วงจากงานละครไปอีกระยะหนึ่ง

จอย จามจุรี กับลูกๆ

คืนจออีกครั้งใน “มนต์รักแม่กลอง”

กระทั่งปี พ.ศ. 2567 แฟนละครรุ่นเก่าก็ได้เห็น จอย จามจุรี เชิดโฉม กลับมารับงานละครอีกครั้งแบบเต็มๆ ในเรื่อง มนต์รักแม่กลอง ทางช่อง one31 โดยรับบทเป็น “คุณนายเพ็ญแสง” ตัวละครที่มีสีสันและมีบทบาทสำคัญกับเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นการกลับคืนหน้าจอที่ทำให้ผู้ชมซึ่งเติบโตมากับละครยุค 90 หายคิดถึงไม่น้อย

แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ภาพของจอยในบทนางร้ายหน้าสวย น้ำเสียงแหลมเป็นเอกลักษณ์ และฝีมือการแสดงที่ทำให้คนดูทั้งหมั่นไส้และจดจำ ก็ยังคงติดอยู่ในความทรงจำของแฟนละครมาจนถึงปัจจุบัน จึงไม่แปลกที่ทุกครั้งที่ชื่อของ จามจุรี เชิดโฉม กลับมาเป็นที่พูดถึง หลายคนจะนึกถึงหนึ่งใน “นางร้ายระดับตำนาน” ของละครไทยทันที

มนต์รักแม่กลอง (2567)

ผลงานเด่นของ จามจุรี เชิดโฉม

  • ผีกุ๊กกิ๊ก (พ.ศ. 2530) รับบท ฟ้า
  • ปัญญาชนก้นครัว (พ.ศ. 2531) รับบท อรวิลาศ
  • ตำรับรัก (พ.ศ. 2532) รับบท กระเช้ารัตน์
  • บัวแล้งน้ำ (พ.ศ. 2533) รับบท มนตรา
  • เพลิงพ่าย (พ.ศ. 2533) รับบท ไอลดา
  • พ่อปลาไหล แม่พังพอน (พ.ศ. 2534) รับบท ทรงสุดา
  • ทายาทอสูร (พ.ศ. 2535) รับบท นิลุบล
  • เมืองโพล้เพล้ (พ.ศ. 2535) รับบท สุดโสภา
  • พรพรหมอลเวง (พ.ศ. 2535) รับบท สุนันท์
  • นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว (พ.ศ. 2553) นักแสดงรับเชิญ
  • มนต์รักแม่กลอง (พ.ศ. 2567) รับบท คุณนายเพ็ญแสง

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ รู้จัก "จอย จามจุรี เชิดโฉม" อดีตนางร้ายในตำนานยุค 90 ทิ้งวงการตอนกำลังรุ่ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล