ทำไมคำว่า “ฝ่าบาท-ใต้เท้า” ฟังดูเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำ แต่กลับถูกนำมาใช้เรียกผู้สูงศักดิ์

ทำไมคำว่า “ฝ่าบาท-ใต้เท้า” ฟังดูเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำ แต่กลับถูกนำมาใช้เรียกผู้สูงศักดิ์

ทำไมคำว่า “ฝ่าบาท-ใต้เท้า” ฟังดูเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำ แต่กลับถูกนำมาใช้เรียกผู้สูงศักดิ์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ทำไมคำว่า “ฝ่าบาท-ใต้เท้า”  ฟังดูเป็นสิ่งที่อยู่ต่ำ แต่กลับถูกนำมาใช้เรียกฮ่องเต้ ผู้สูงศักดิ์ หรือคนที่มียศมีตำแหน่งสูง

เวลาดูซีรีส์จีนย้อนยุค เรามักคุ้นเคยกับคำว่า “ฝ่าบาท” ซึ่งในภาษาจีนคือคำว่า 陛下 (bìxià - ปี้เซี่ย) ใช้สำหรับเรียกจักรพรรดิหรือฮ่องเต้โดยเฉพาะ แต่หากผ่าความหมายตามตัวอักษรจีนแบบตรงตัว จะพบว่ามันแปลว่า “ใต้บันได” แล้วเหตุใดคำนี้ถึงกลายมาเป็นคำเรียกบุคคลที่สูงส่งที่สุดในแผ่นดินได้?

เจาะรากศัพท์: 陛下 (ปี้เซี่ย) แปลว่าอะไร?

หากแยกอักษรจีนออกมาทีละตัว 陛 (bì): หมายถึง บันไดที่ทอดยาวขึ้นสู่ท้องพระโรงหรือพระราชบัลลังก์ 下 (xià) หมายถึง เบื้องล่าง หรือ ด้านล่าง

เมื่อรวมกัน แปลตรงตัวว่า “เบื้องล่างของบันไดท้องพระโรง” แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายถึงองค์ฮ่องเต้ประทับอยู่ใต้บันได แต่มันคือศิลปะการพูดแบบอ้อมของราชสำนักโบราณ ในธรรมเนียมจีน การเอ่ยนามหรือชี้ตรงไปยังองค์จักรพรรดิถือเป็นการลบหลู่และตีตนเสมอ ขุนนางจึงไม่สามารถกราบทูลต่อพระพักตร์ได้ตรง ๆ

คนโบราณจึงเลือกใช้ “บันไดท้องพระโรง (陛)” มาเป็นตัวแทนขององค์จักรพรรดิ เพื่อหลีกเลี่ยงการพาดพิงถึงพระองค์โดยตรงนั่นเอง โดยภาพจำของท้องพระโรงจีนโบราณ องค์ฮ่องเต้จะประทับอยู่บนบัลลังก์สูงตระหง่าน ส่วนขุนนางและผู้เข้าเฝ้าต้องหมอบกราบอยู่บนพื้นด้านล่าง คำว่า 下 (เซี่ย - เบื้องล่าง) จึงไม่ได้สะท้อนตำแหน่งของฮ่องเต้ แต่เป็นการระบุตำแหน่งของผู้พูดเพื่อแสดงความเจียมเนื้อเจียมตัว

เช่นเดียวกับในระบบราชาศัพท์ไทย การพูดถึง "ฝ่าพระบาท" หรือ "ละอองธุลีพระบาท" จะมีลำดับขั้นที่ละเอียดอ่อนและจำแนกตามชั้นยศ แต่หัวใจสำคัญของทั้งภาษาไทยและจีนนั้นตรงกัน

คำว่า "ใต้เท้า" แปลว่าอะไร

“ใต้เท้า” ก็เป็นคำที่ภาษาไทยรับอิทธิพลมาจากภาษาจีน ก่อนนำมาปรับใช้ในบริบทของสังคมไทย แต่เมื่อแปลความหมายตามตัวอักษรจึงทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดคำที่หมายถึง “เท้า” และ “ใต้” จึงกลายเป็นคำที่ใช้เรียกผู้มีฐานะสูงกว่า

คำจีนที่มาของ “ใต้เท้า” คือ 足下 (จู๋เซี่ย) โดย 足 (จู๋) หมายถึง “เท้า” และ 下 (เซี่ย) หมายถึง “ใต้” หรือ “เบื้องล่าง” เมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายตามตัวอักษรว่า “ใต้เท้า”

แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช้ “คนที่ถูกเรียกอยู่ต่ำ” แต่เป็นการถ่อมตัวของผู้พูด ว่าตนเองอยู่เบื้องล่าง ขณะที่บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า การเรียกผ่านสิ่งที่อยู่ “ใต้เท้า” จึงกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงความเคารพ

ใต้เท้า ในสังคมไทย

ในสังคมไทยแต่เดิม “ใต้เท้า” เป็นคำเรียกขานเชิงยกย่อง ใช้สำหรับผู้น้อยที่กล่าวกับผู้หลักผู้ใหญ่ โดยหลีกเลี่ยงการเรียกชื่อหรือนามของอีกฝ่ายโดยตรง จึงมีลักษณะเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 หรือคำเรียกแทน “ท่าน” ในบริบทที่ต้องแสดงความเคารพ

ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 คำว่า “ใต้เท้า” ยังพบการใช้อยู่ในสังคมไทย โดยขุนนางชั้นผู้น้อยหรือบุคคลทั่วไปสามารถใช้เรียกขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่มิใช่เชื้อพระวงศ์ได้ เป็นคำที่สะท้อนลำดับชั้นและความสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ที่ถูกเรียกอย่างชัดเจน

ต่อมาเมื่อสังคมและระบบการปกครองเปลี่ยนแปลงไปหลัง พ.ศ. 2475 การใช้คำดังกล่าวยังคงปรากฏอยู่ในบางบริบท เช่น ข้าราชการชั้นผู้น้อยใช้เรียกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ หรือบุคคลทั่วไปใช้เรียกผู้หลักผู้ใหญ่ที่มีฐานะทางสังคมสูง แต่เมื่อเวลาผ่านไป คำว่า “ใต้เท้า” ก็ค่อย ๆ เสื่อมความนิยมและแทบเลือนหายไปจากการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน แต่คนไทยยังคุ้นเคยกับคำนี้เพราะได้ยินในซีรีส์จีนย้อนยุค

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล