ไปจีนห้ามใส่ "หมวกสีเขียว" จริงหรือไม่? เปิดความหมายแฝงที่คนไทยอาจไม่รู้

ไปจีนห้ามใส่ "หมวกสีเขียว" จริงหรือไม่? เปิดความหมายแฝงที่คนไทยอาจไม่รู้

ไปจีนห้ามใส่ "หมวกสีเขียว" จริงหรือไม่? เปิดความหมายแฝงที่คนไทยอาจไม่รู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไปจีนทำไมควรเลี่ยงใส่ “หมวกสีเขียว”? ความหมายที่คนไทยอาจไม่รู้

ใครกำลังมีแพลนไปเที่ยวประเทศจีน อาจเคยได้ยินคำเตือนว่า “อย่าใส่หมวกสีเขียว” โดยเฉพาะหากต้องพบปะคนจีนหรือเดินทางไปติดต่อเรื่องงาน เหตุผลเพราะ “หมวกสีเขียว” มีความหมายแฝงในภาษาจีน ที่คนไทยหลายคนอาจไม่เคยรู้

คำว่า 戴绿帽子 - ไต้ ลวี่ เม่า จึ แปลตรงตัวว่า “สวมหมวกสีเขียว” แต่ในภาษาจีนใช้เป็นสำนวนหมายถึง ผู้ชายที่ถูกภรรยาหรือคู่รักนอกใจ  มีนัยในทางล้อเลียนและสร้างความอับอายอยู่พอสมควร

“หมวกสีเขียว” กลายเป็นสัญลักษณ์ของการถูกนอกใจได้อย่างไร?

ตำนานภรรยาช่างตัดเสื้อกับคนขายผ้า (นิทานพื้นบ้าน)

เล่ากันว่าในอดีต มีพ่อค้าคนหนึ่งต้องเดินทางไปค้าขายต่างเมืองบ่อยครั้ง ภรรยาของเขาแอบคบชู้กับพ่อค้าขายผ้าในละแวกบ้าน ทั้งคู่จึงวางแผนส่งสัญญาณกัน โดยภรรยาได้นำเศษผ้าสีเขียวมาตัดเป็นหมวกให้สามีใส่ และบอกกับชู้รักว่า “วันไหนที่เห็นสามีใส่หมวกสีเขียวออกจากบ้าน แปลว่าวันนั้นเขากำลังจะออกเดินทางไกล ให้มาหาที่บ้านได้เลย” ตั้งแต่นั้นมา หมวกสีเขียวจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการลอบคบชู้

ลำดับชนชั้นผ่านสีในสมัยโบราณ

ในจีนโบราณ สีของเสื้อผ้าไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนสถานะและลำดับชนชั้นในสังคม ด้วย โดยสีแดง สีเหลือง สีดำ และสีขาว ถูกจัดเป็น “สีหลัก” หรือ 正色 ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับชนชั้นที่มีสถานะสูงกว่า ขณะที่สีเขียวถูกมองว่าเป็น “สีผสม” หรือ 间色 ซึ่งอยู่ระหว่างสีต่าง ๆ และถูกเชื่อมโยงกับผู้ที่มีสถานะทางสังคมต่ำกว่า จึงถูกมองว่าไม่ใช่สีที่มีความเป็นทางการหรือสูงศักดิ์

บันทึกทางประวัติศาสตร์

  • สมัยราชวงศ์ถัง: มีบันทึกเกี่ยวกับการให้ผู้กระทำผิดสวมผ้าโพกศีรษะสีเขียวเพื่อเป็นการประจานต่อสาธารณะ จึงอาจมีส่วนทำให้สีเขียวค่อย ๆ ถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความต่ำต้อยและความอับอาย ในบริบททางสังคมบางอย่าง
  • สมัยราชวงศ์หยวน (มองโกล): ทางการออกกฎหมายควบคุมสถานะทางสังคมอย่างเข้มงวด โดยระบุว่าครอบครัวใดที่มีผู้หญิงเป็นคณิกา สามีและผู้ชายในบ้านนั้นต้องใช้ผ้าสีเขียวโพกศีรษะ เมื่อผู้ชายเหล่านี้ออกไปในที่สาธารณะ คนอื่นจึงสามารถรับรู้ถึงภูมิหลังของครอบครัวได้

  • สมัยราชวงศ์หมิง: จักรพรรดิหมิงไท่จู่ (จูหยวนจาง) ตรากฎหมายต่อยอด บังคับให้ผู้ชายที่ทำงานหรือเกี่ยวข้องกับหอนางโลมต้องโพกผ้าสีเขียวเช่นกัน สีเขียวบนหัวจึงกลายเป็นตราบาปแห่งความอับอายตั้งแต่นั้นมา

ต่อมา เมื่อวิวัฒนาการการแต่งกายเปลี่ยนจาก "ผ้าโพกหัว" มาเป็น "หมวก" สำนวนนี้จึงค่อย ๆ พัฒนากลายมาเป็นคำว่า 戴绿帽子 (ไต้ ลวี่ เม่า จึ - สวมหมวกสีเขียว) ที่ใช้เปรียบเปรยถึงผู้ชายที่ถูกแฟนนอกใจหรือถูกสวมเขาในปัจจุบันนั่นเอง

ไปจีนห้ามใส่หมวกสีเขียวจริงไหม?

สำหรับนักท่องเที่ยว การใส่หมวกสีเขียว ไม่ได้ผิดกฎหมายและไม่ได้หมายความว่าคนจีนทุกคนจะต้องรู้สึกไม่ดี เพราะสีเขียวโดยทั่วไปยังสามารถใช้กับเสื้อผ้า สิ่งของ และแฟชั่นได้ตามปกติ

แต่เมื่อเป็น “หมวกสีเขียว” โดยเฉพาะการสวมบนศีรษะ ความหมายแฝงอาจผุดขึ้นมาในความคิดของคนที่เข้าใจสำนวนนี้ จึงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถหลีกเลี่ยงได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อไปพบลูกค้า เข้าร่วมงานทางธุรกิจ หรือมอบหมวกเป็นของขวัญให้ผู้ชายจีน

เรื่อง “หมวกสีเขียว” เป็นตัวอย่างที่ดีของ ความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม เพราะสิ่งที่ดูธรรมดาสำหรับคนไทย อาจมีความหมายอีกแบบในภาษาจีน การรู้เกร็ดเล็ก ๆ เหล่านี้จึงช่วยให้การเดินทาง การพบปะ หรือการติดต่อกับคนจีนเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

ดังนั้น หากกำลังจัดกระเป๋าไปเที่ยวจีน ไม่จำเป็นต้องรื้อเสื้อผ้าสีเขียวออกจากกระเป๋าแต่อย่างใด เพียงแค่ ถ้าเลือกได้ ก็ควรเลี่ยง “หมวกสีเขียว” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการความสุภาพและเป็นทางการ เท่านี้ก็ช่วยลดโอกาสเกิดความเข้าใจผิดจากความหมายแฝงทางภาษาได้แล้ว

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล