ต้นไม้ 5 แบบที่ "งูชอบซ่อนตัว" หลายบ้านปลูกไว้ไม่รู้ตัว นิตยสารออสเตรเลียเตือน!

5 ต้นไม้ในบ้านที่อาจเป็นแหล่งหลบซ่อนของงู หลายบ้านปลูกไว้แต่ไม่รู้ตัว
ต้นไม้ในสวนช่วยเพิ่มความร่มรื่นและทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น แต่หากปล่อยให้เติบโตหนาแน่นเกินไป อาจกลายเป็นมุมหลบซ่อนของงูโดยไม่รู้ตัว
สนามหญ้าสีเขียว ซุ้มไม้เลื้อยหน้าบ้าน หรือพุ่มเฟิร์นริมทางเดิน ล้วนเป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้พื้นที่รอบบ้านดูสวยงามและใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น แต่เมื่อพืชเหล่านี้เติบโตแน่นเกินไป อาจสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการซ่อนตัวของงู ทั้งยังอาจดึงดูดสัตว์ขนาดเล็กที่เป็นอาหารของงูเข้ามาในพื้นที่อีกด้วย
นิตยสาร Better Homes and Gardens ประเทศออสเตรเลีย ระบุว่า ต้นไม้บางประเภทไม่ได้ “เรียกงู” โดยตรง แต่สามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยของงู เช่น มีร่มเงา มีความชื้น มีพื้นที่ซ่อนตัว และมีแหล่งอาหาร ดังนั้น หากปลูกต้นไม้เหล่านี้ ควรดูแลให้โปร่ง ไม่ปล่อยให้รกจนกลายเป็นจุดเสี่ยง
1. หญ้าที่ปล่อยให้ขึ้นสูงและเป็นกอหนา
สนามหญ้าที่ไม่ได้ตัดแต่งเป็นเวลานาน อาจกลายเป็นพื้นที่ที่งูสามารถซ่อนตัวอยู่ใกล้พื้นดินได้โดยสังเกตเห็นได้ยาก เพราะหญ้าสูงช่วยบดบังสายตา ให้ร่มเงา และช่วยลดโอกาสที่งูจะถูกพบโดยสัตว์อื่น
ไม่เพียงแต่หญ้าสนามเท่านั้น หญ้าประดับที่ขึ้นเป็นกอใหญ่ก็อาจสร้างช่องว่างบริเวณโคนต้น ซึ่งเป็นจุดที่สัตว์เลื้อยคลานสามารถหลบซ่อนได้ หากปลูกไว้ใกล้บ้าน ควรตัดแต่งเป็นประจำและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้พุ่มหญ้าต่อเนื่องเป็นแนวยาวติดกับตัวบ้าน
2. ไม้คลุมดินที่เลื้อยติดพื้น
ต้นไม้คลุมดิน เช่น ตีนตุ๊กแกเลื้อย ไม้เลื้อยคลุมพื้น หรือพืชที่แผ่เป็นพรม อาจช่วยเพิ่มความสวยงามให้สวน แต่เมื่อใบและลำต้นขึ้นหนาแน่น อาจทำให้มองเห็นพื้นที่ด้านล่างได้ยาก
บริเวณใต้พุ่มไม้เหล่านี้ยังอาจเป็นแหล่งอาศัยของแมลง กบ หรือสัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็ก ซึ่งอาจกลายเป็นอาหารของงูบางชนิดได้ พื้นที่ที่มีทั้งแหล่งอาหารและมุมหลบซ่อนจึงมีโอกาสดึงดูดสัตว์นักล่าเข้ามาใกล้บ้านมากขึ้น
3. ต้นไม้และซุ้มไม้เลื้อย
ซุ้มไม้เลื้อย เช่น พวงชมพู วิสทีเรีย หรือไม้เลื้อยที่ปล่อยให้ปกคลุมโครงสร้างจนแน่น อาจกลายเป็นพื้นที่หลบซ่อนของงูบางชนิดที่สามารถปีนหรือเคลื่อนที่ตามกิ่งไม้ได้
กิ่งและเถาที่พันกันแน่นทำให้งูสามารถซ่อนตัวได้ดี โดยเฉพาะหากซุ้มไม้เลื้อยอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ที่ทำให้เกิดพื้นที่เชื่อมต่อกันเป็นมุมมืด ดังนั้นควรตัดแต่งกิ่งและใบที่หนาแน่นออกเป็นระยะ เพื่อให้สามารถตรวจสอบบริเวณรอบบ้านได้ง่ายขึ้น
4. ต้นไม้กลิ่นหอม แต่มีพุ่มแน่น
ต้นไม้ที่มีกลิ่นหอม เช่น มะลิ หรือไม้หอมบางชนิด ไม่ได้มีหลักฐานว่ากลิ่นสามารถดึงดูดงูโดยตรง แต่ดอกไม้เหล่านี้อาจดึงดูดแมลง ผีเสื้อ หรือสัตว์ขนาดเล็กบางชนิดเข้ามา
เมื่อมีแมลงมากขึ้น ก็อาจทำให้เกิดห่วงโซ่อาหาร เช่น กิ้งก่า กบ หรือสัตว์ขนาดเล็กเข้ามาหากิน และอาจทำให้งูที่ล่าเหยื่อเหล่านี้เข้ามาในบริเวณใกล้เคียงได้
หากปลูกต้นไม้ประเภทนี้ ควรควบคุมไม่ให้พุ่มหนาทึบ โดยเฉพาะบริเวณใกล้ประตู หน้าต่าง หรือทางเดินรอบบ้าน เพราะพื้นที่ที่มีทั้งอาหารและที่หลบซ่อนอาจกลายเป็นจุดที่สัตว์ต่าง ๆ เข้ามาอาศัย
5. ต้นไม้ที่สร้างร่มเงาหนาแน่น
ต้นไม้ที่มีใบดกและให้ร่มเงามาก เช่น ไม้ไม่ผลัดใบ เฟิร์น หรือไม้ใบขนาดใหญ่ อาจสร้างพื้นที่เย็นและชื้นใต้พุ่ม ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่งูบางชนิดชอบใช้พักหลบแดด
งูเป็นสัตว์เลือดเย็นที่ต้องปรับอุณหภูมิร่างกายด้วยการเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่อุ่นและพื้นที่เย็น ดังนั้นบริเวณใต้ต้นไม้ที่มีร่มเงาและมีวัสดุปกคลุมพื้นจำนวนมาก จึงอาจกลายเป็นจุดพักของงูได้
วิธีดูแลสวน ลดโอกาสงูเข้าบ้าน
หน่วยงานด้านสัตว์ป่าในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย แนะนำให้ประชาชนดูแลพื้นที่รอบบ้านให้โล่ง เช่น ตัดหญ้าให้สั้น เก็บกองไม้ กองใบไม้แห้ง ขยะ หรือสิ่งของที่สามารถเป็นที่ซ่อนของสัตว์ รวมถึงควบคุมจำนวนหนูและกบซึ่งเป็นแหล่งอาหารของงู
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบช่องว่างบริเวณรั้ว ประตู โรงเก็บของ และพื้นที่ใต้สิ่งปลูกสร้าง เพื่อจำกัดเส้นทางที่สัตว์สามารถเข้ามาได้
หากพบงูภายในบ้านหรือบริเวณสวน ไม่ควรพยายามจับหรือไล่ด้วยตัวเอง ควรรักษาระยะห่าง นำเด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ และติดต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อจัดการอย่างปลอดภัย
หมายเหตุ: ต้นไม้ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้งูเข้าบ้าน แต่สภาพแวดล้อมที่รก มีอาหาร และมีพื้นที่หลบซ่อน อาจเพิ่มโอกาสให้งูเข้ามาใกล้บริเวณบ้านมากขึ้น
อ้างอิง: Better Homes and Gardens (Australia)
- 4 ไม้ดอก ที่คนเชื่อว่า "งูไม่ชอบ" แนะปลูกไว้รอบบ้าน ทั้งสวยและช่วยลดความเสี่ยง จริงหรือ?!
- รูหนู vs รูงู แตกต่างกันอย่างไร? เช็กให้ชัวร์ด้วย 3 จุดสังเกตง่ายๆ ที่หลายคนมักดูผิด
- งูขึ้นหลังคาบ้านได้ไหม? เปิดวิธีที่งูใช้ขึ้นที่สูง พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้เข้าบ้าน

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี