ไวรัลสูตรเด็ด! ใช้แค่ 2 วัตถุดิบบ้านๆ "ชุบชีวิต" ให้ผ้าขนหนูสากๆ กลับมานุ่มฟู

ไวรัลสูตรเด็ด! ใช้แค่ 2 วัตถุดิบบ้านๆ "ชุบชีวิต" ให้ผ้าขนหนูสากๆ กลับมานุ่มฟู

ไวรัลสูตรเด็ด! ใช้แค่ 2 วัตถุดิบบ้านๆ "ชุบชีวิต" ให้ผ้าขนหนูสากๆ กลับมานุ่มฟู
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บอกลาผ้าเช็ดตัวแข็งกระด้าง! เผยวิธีชุบชีวิตผ้าขนหนูสากๆ ให้กลับมากระดกนุ่มฟู ด้วย 2 วัตถุดิบก้นครัว

เมื่อผ้าเช็ดตัวผืนโปรดที่เคยนุ่มฟูเริ่มหมดสภาพและให้สัมผัสสากจนเหมือนกระดาษทราย คนส่วนใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยการประเคนใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเพิ่มขึ้น แต่นั่นแหละคือ "ตัวการร้าย" ที่ทำให้ผ้าเช็ดตัวของคุณหมดความนุ่มตั้งแต่แรก!

ทำไมผ้าเช็ดตัวถึงยิ่งซักยิ่งแข็งสาก?

น้ำยาปรับผ้านุ่มและผงซักฟอกทั่วไปจะทิ้งคราบไขเคลือบใยผ้าเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไป คราบเคมีเหล่านี้จะจับตัวกับแร่ธาตุในน้ำประปา จนกลายเป็นแผ่นฟิล์มแข็งๆ กดทับเส้นใยฝ้ายให้ลีบแบน ซ้ำร้ายยังดักจับน้ำมันจากร่างกายและกลิ่นอับไว้ข้างใน ผลลัพธ์ที่ได้คือผ้าเช็ดตัวที่แข็งสากและแทบจะไม่ซับน้ำเลย!

วิทยาศาสตร์หลังการล้างคราบฝังลึก (Strip Wash)

การจะลอกสารเคมีสะสมหลายปีออก แล้วคืนความนุ่มฟูตามธรรมชาติให้ผ้าขนหนู คุณไม่จำเป็นต้องซื้อน้ำยาแพงๆ เพียงแค่ใช้ของคู่ครัวราคาประหยัด 2 อย่าง คือ "น้ำส้มสายชูหมักใส" และ "เบกกิ้งโซดา"

1. น้ำส้มสายชูหมักใส (Distilled White Vinegar)

มีกรดอะซิติกอ่อนๆ (ประมาณ 5%) ช่วยลดค่า pH ของน้ำซักผ้า เพื่อละลายคราบแร่ธาตุที่เป็นด่างและสลายคราบไขมันที่เกาะแน่นบนเส้นใยผ้าออกอย่างปลอดภัย

2. เบกกิ้งโซดา (Baking Soda)

รับหน้าที่ต่อในการขจัดกลิ่นอับฝังลึกและปรับสภาพกรดตกค้าง เมื่อคราบเคมีสะสมถูกลอกออก เส้นใยฝ้ายจะสามารถ "คลี่ตัว" และคืนสัมผัสนุ่มฟูได้ทันที


ขั้นตอนการซัก 2 สเต็ป คืนความนุ่มฟูให้ผ้าเช็ดตัว

ข้อควรระวัง: ห้ามผสมน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาพร้อมกันในรอบซักเดียวเด็ดขาด เพราะจะเกิดปฏิกิริยาหักล้างกันเองจนหมดฤทธิ์ ให้ทำตามขั้นตอนแยกซักดังนี้:

  1. รอบที่ 1 (ล้างคราบเคมี): ใส่ผ้าเช็ดตัวที่แข็งกระด้างลงในเครื่องซักผ้า โดยไม่ต้องใส่ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า หรือน้ำยาปรับผ้านุ่มใดๆ ทั้งสิ้น จากนั้นเทน้ำส้มสายชูหมักใส 1 ถ้วยตวงลงในช่องใส่น้ำยาซักผ้า แล้วเปิดซักตามปกติด้วย "น้ำอุ่น/น้ำร้อน"
  2. รอบที่ 2 (ขจัดกลิ่นอับ): เมื่อรอบแรกซักเสร็จ ให้ทิ้งผ้าไว้ในเครื่องแบบนั้น จากนั้นโรยเบกกิ้งโซดา ½ ถ้วยตวงลงไปบนผ้าในถังซักโดยตรง แล้วเปิดซักด้วย "น้ำอุ่น/น้ำร้อน" อีกรอบโดยไม่ต้องใส่ผงซักฟอกเช่นกัน
  3. การตากและอบผ้า: เมื่อซักเสร็จ นำผ้าไปอบด้วยความร้อนระดับปานกลาง ใส่ลูกบอลอบผ้า (Wool Dryer Balls) หรือลูกเทนนิสสะอาดๆ 2 ลูกลงไปด้วย เพื่อช่วยตีเส้นใยผ้าให้ฟูกระจายตัว (เลี่ยงการใช้อุณหภูมิสูงเกินไปเพราะจะทำให้ปลายเส้นใยฝ้ายไหม้และแข็ง)

*หากไม่มีเครื่องอบผ้า ให้สะบัดผ้าเช็ดตัวแรงๆ หลายๆ ครั้งก่อนนำไปตากลม เพื่อให้เส้นใยผ้าคลี่ตัวออก


3 เคล็ดลับรักษาผ้าเช็ดตัวให้นุ่มนาน ไม่กลับมาแข็งสากอีก

  • ลดปริมาณผงซักฟอกลงครึ่งหนึ่ง: ในการซักผ้าเช็ดตัว ให้ใส่ผงซักฟอกเพียงครึ่งเดียวของปริมาณปกติ เพราะผงซักฟอกส่วนเกินมักถูกชะล้างออกไม่หมดและสะสมเป็นคราบแข็ง
  • เลิกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มและแผ่นอบผ้าอย่างเด็ดขาด: เปลี่ยนมาใส่น้ำส้มสายชูหมักใส ½ ถ้วยตวงในช่องใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มแทนในการซักปกติ
  • อย่าใส่ผ้าแน่นถังจนเกินไป: ผ้าเช็ดตัวต้องการน้ำและพื้นที่ในการหมุนวน เพื่อให้คราบสบู่และสิ่งสกปรกถูกชะล้างออกได้อย่างหมดจด

ผ้าเช็ดตัวที่กลับมาแข็งกระด้างไม่ได้หมายความว่าต้องทิ้งเสมอไป เพราะคราบสะสมจากผลิตภัณฑ์ซักผ้าและแร่ธาตุในน้ำอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นใยผ้าสูญเสียความนุ่ม การทำความสะอาดแบบล้างคราบฝังลึกด้วยน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาอย่างถูกวิธี รวมถึงปรับพฤติกรรมการซักในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้ผ้าเช็ดตัวกลับมานุ่ม ฟู และซับน้ำได้ดีขึ้น พร้อมยืดอายุการใช้งานได้นานกว่าเดิม

 

เรียบเรียงจากบทความต้นฉบับโดย: Kaycee (How-To Editor จาก Tom's Guide)
อ้างอิงข้อมูล: Tom's Guide
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล