ซักเสื้อแล้วเจอ "คราบสีชมพู" เกิดจากอะไร? กูรูญี่ปุ่นเฉลย สาเหตุใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

ซักเสื้อแล้วเจอ "คราบสีชมพู" เกิดจากอะไร? กูรูญี่ปุ่นเฉลย สาเหตุใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง

ซักเสื้อแล้วเจอ "คราบสีชมพู" เกิดจากอะไร? กูรูญี่ปุ่นเฉลย สาเหตุใกล้ตัวที่คาดไม่ถึง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขข้อสงสัย! เสื้อผ้าเปลี่ยนเป็น "สีชมพู" ผู้เชี่ยวชาญเฉลย สาเหตุมาจากครีมกันแดด พร้อมแนะวิธีซักอย่างถูกต้อง 

เคยกันไหมเมื่อนำเสื้อผ้าไปซักแล้วพบว่ามีรอยคราบเปลี่ยนเป็น สีชมพู อย่างน่าประหลาดใจ? คำตอบคือเกิดจากปฏิกิริยาเคมีของ "ครีมกันแดด" ที่ติดอยู่บนเนื้อผ้า สื่อญี่ปุ่น grape ได้สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจาก Nihon Sawayaka Group ผู้บริหารร้านซักแห้งชื่อดัง White Express ถึงสาเหตุและเทคนิคการขจัดคราบครีมกันแดดอย่างถูกวิธี เพื่อไม่ให้เสื้อผ้าตัวโปรดต้องพังเสียหาย

ทำไมซักธรรมดาถึงไม่ออก? เจาะลึกส่วนผสมครีมกันแดด

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ครีมกันแดดถูกออกแบบมาให้ทนเหงื่อและกันน้ำ จึงมีส่วนผสมของสารดูดซับรังสี UV, สารที่มีไขมันเป็นหลัก , อิมัลซิไฟเออร์ และสารเคลือบผิว ซึ่งสารเคลือบผิวนี้เองที่ช่วยยึดเกาะผิวหนัง ทำให้เมื่อติดลงบนเส้นใยผ้า โดยเฉพาะผ้าใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ จะซึมลึกและล้างออกได้ยากมาก หากนำไปซักเครื่องทันทีโดยไม่ผ่านการเตรียมผ้า อาจทำให้คราบฝังแน่นยิ่งกว่าเดิม

5 ขั้นตอนซักคราบครีมกันแดด สำหรับผ้าที่ซักน้ำได้

หากเสื้อผ้าของคุณมีสัญลักษณ์ที่สามารถซักน้ำได้ ให้ปฏิบัติตาม 5 ขั้นตอนการเตรียมผ้าก่อนซัก ดังนี้:

  1. ซับส่วนเกิน: หากครีมกันแดดติดเป็นก้อน ให้ใช้กระดาษทิชชูค่อยๆ ซับออก ห้ามถูขยี้เด็ดขาดเพราะจะทำให้คราบขยายวงกว้าง
  2. เช็กป้ายดูแลผ้า: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสื้อผ้าตัวนั้นสามารถซักด้วยน้ำได้ หากระบุว่าซักไม่ได้ควรส่งร้านซักแห้ง
  3. ทำการป้ายน้ำยา: พรมน้ำลงบนบริเวณคราบเล็กน้อย ทาน้ำยาซักผ้าชนิดน้ำ แบบเข้มข้นลงไปโดยตรง ทิ้งไว้ประมาณ 5–20 นาที แล้วใช้ปลายนิ้วนวดเบาๆ ให้ซึมเข้าเส้นใย
  4. ล้างออกด้วยน้ำอุ่น: ล้างออกด้วยน้ำอุ่นเบาๆ หากยังมีคราบหลงเหลืออยู่ ให้ทำซ้ำขั้นตอนการป้ายน้ำยาและล้างออกอีกครั้ง
  5. ซักตามปกติ: นำเสื้อผ้าไปซักตามโปรแกรมซักปกติ

iStockphoto

6 พฤติกรรมต้องห้าม! ที่คนส่วนใหญ่ชอบทำจนผ้าพัง

ผู้เชี่ยวชาญได้เปิดเผย 6 ข้อควรระวังที่ไม่ควรทำเมื่อครีมกันแดดเปื้อนเสื้อผ้า ได้แก่:

  • ยัดเข้าเครื่องซักผ้าทันทีโดยไม่ป้ายน้ำยาก่อน
  • ขยี้หรือถูคราบอย่างรุนแรง
  • เก็บเสื้อผ้าเข้าตู้โดยไม่ซัก เพียงเพราะเห็นว่าคราบเริ่มมองไม่เห็น
  • นำผ้าเข้าเครื่องอบผ้าทันทีโดยไม่เช็กว่าคราบหลุดหมดหรือยัง (ความร้อนจะทำให้คราบฝังแน่น)
  • ใช้ไฮเตอร์ หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ชนิดคลอรีน: สารเคมีในคลอรีนจะทำปฏิกิริยากับส่วนผสมในครีมกันแดด ส่งผลให้ผ้าเปลี่ยนเป็น "สีชมพู" ทันที
  • ปล่อยคราบทิ้งไว้ไม่ยอมซักซ้ำ เมื่อซักครั้งแรกไม่ยอมออก

ข้อควรระวังสำคัญที่สุดคือการใช้ น้ำยาฟอกขาวชนิดคลอรีน เพราะจะทำให้คราบเปลี่ยนเป็นสีชมพูทันที นอกจากนี้ การปล่อยคราบครีมกันแดดทิ้งไว้นานๆ จะเกิดการออกซิไดซ์ ผสมกับเหงื่อไคลและฝุ่นละออง จนกลายเป็นคราบเหลืองฝังแน่นในที่สุด

สำหรับวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลังจากทาครีมกันแดดแล้วควรรอให้เนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวหนังแห้งสนิทเสียก่อนจึงค่อยสวมใส่เสื้อผ้า และก่อนนำผ้าเข้าเครื่องอบผ้าหรือจัดเก็บข้ามฤดูกาล ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าไม่มีคราบครีมกันแดดตกค้างอยู่บนเนื้อผ้าอีกต่อไป

แหล่งอ้างอิง

  1. grape
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล