เตือนด่วน! เปิด 5 จังหวัดพบ "สารเร่งเนื้อแดง" เจอตั้งแต่อาหารสัตว์-ฟาร์มโค

ตำรวจ-ปศุสัตว์ สกัดวงจร “สารเร่งเนื้อแดง” ตรวจพบ 5 จังหวัด ตั้งแต่อาหารสัตว์ถึงฟาร์มโค หวั่นตกค้างถึงคนกิน
เปิดปฏิบัติการ 8 เดือน ตำรวจ-ปศุสัตว์ สกัดวงจรสารเร่งเนื้อแดง ตรวจพบ 5 จังหวัด ตั้งแต่ปทุมธานี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี พบสารตกค้างในเนื้อสัตว์ อาหารสัตว์ และฟาร์มโค
เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับกรมปศุสัตว์ เดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบใช้ “สารเร่งเนื้อแดง” อย่างต่อเนื่องนานกว่า 8 เดือน หลังพบการใช้สารดังกล่าวในหลายขั้นตอนของห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่อาหารสัตว์ ฟาร์มเลี้ยงโคเนื้อ ไปจนถึงเนื้อสัตว์ที่วางจำหน่าย
จากการปฏิบัติการตรวจสอบทั้งหมด 16 จุด ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และเพชรบุรี พบหลักฐานเชื่อมโยงการใช้สารเร่งเนื้อแดง ทั้งในเนื้อสัตว์ ปัสสาวะโค อาหารสัตว์ วัตถุดิบ และอุปกรณ์การผลิตอาหารสัตว์
เจ้าหน้าที่ระบุว่า สารเร่งเนื้อแดงช่วยเพิ่มปริมาณเนื้อแดง ทำให้สัตว์มีลักษณะเนื้อแน่นขึ้นและลดไขมัน ซึ่งอาจเพิ่มมูลค่าทางการค้า แต่การนำมาใช้กับสัตว์ที่เข้าสู่ห่วงโซ่อาหารถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค
เปิดเส้นทางตรวจสอบ 8 เดือน พบสารเร่งเนื้อแดงตั้งแต่ต้นทาง
จุดเริ่มต้นของการขยายผลเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบร้านจำหน่ายเนื้อวัวภายในตลาดแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ผลตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงตกค้างในเนื้อสัตว์ จึงนำไปสู่การสืบสวนหาแหล่งที่มาและขยายผลไปยังฟาร์มโคเนื้อที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบฟาร์มโคในพื้นที่จังหวัดสระบุรี พบโคเนื้อจำนวน 21 ตัว ผลสุ่มตรวจปัสสาวะพบสารเร่งเนื้อแดง ก่อนจะขยายผลเข้าตรวจค้นฟาร์มอีกแห่งในตำบลงิ้วงาม จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
การตรวจค้นครั้งดังกล่าวพบโคเนื้อจำนวน 257 ตัว ผลสุ่มตรวจปัสสาวะพบสารเร่งเนื้อแดง พร้อมพบอาหารสัตว์และพรีมิกซ์ต้องสงสัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม
พบอาหารสัตว์ต้องสงสัยในสุพรรณบุรี สกัดการกระจายสารอันตราย
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อหยุดยั้งการกระจายอาหารสัตว์ที่อาจมีส่วนผสมของสารเร่งเนื้อแดง โดยพบอาหารสัตว์ต้องสงสัยจำนวน 220 กระสอบ
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ผลิตและจำหน่ายอาหารสัตว์รายใหญ่ในจังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน 2 จุด พบอาหารสัตว์ วัตถุดิบ เครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์จำนวนมาก รวมถึงพบโคเนื้อ 100 ตัว ผลตรวจปัสสาวะโคพบสารเร่งเนื้อแดง
จากนั้นวันที่ 11 มิถุนายน 2569 มีการปูพรมตรวจค้นพร้อมกัน 7 จุด ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี โดยพบทั้งสถานที่ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มโคเนื้อหลายแห่ง ส่วนใหญ่ไม่มีใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ
เจ้าหน้าที่พบโคเนื้อหลายร้อยตัว รวมถึงวัตถุดิบและเครื่องจักรผลิตอาหารสัตว์ ขณะที่ผลตรวจปัสสาวะจากโคที่สุ่มตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงทั้งหมด
ตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงในอาหารสัตว์ ยืนยันปัญหาถึงต้นตอ
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสถานที่ผลิตอาหารสัตว์ในจังหวัดสุพรรณบุรี พบอาหารสัตว์ไม่มีเลขทะเบียน จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์ ก่อนพบว่ามีสารเร่งเนื้อแดงปนเปื้อนอยู่ในอาหารสัตว์ดังกล่าว
ล่าสุดวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตอาหารสัตว์และฟาร์มโคเนื้อในจังหวัดเพชรบุรี จำนวน 2 จุด พบอาหารสัตว์ไม่มีเลขทะเบียน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน
จับผู้ลักลอบขายสารเร่งเนื้อแดง พบเงินหมุนเวียนกว่า 80 ล้านบาท
จากการรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่พบว่าการใช้สารเร่งเนื้อแดงเชื่อมโยงไปถึงผู้ลักลอบจำหน่ายสารดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทั่งวันที่ 4 กันยายน 2569 ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้จำหน่ายสารเร่งเนื้อแดง
จากการตรวจสอบหลักฐาน พบเส้นทางการเงินเข้า-ออกรวม 80,289,292 บาท พร้อมพบโคเนื้อในฟาร์มที่เกี่ยวข้องจำนวน 967 ตัว รวมถึงอาหารสัตว์ วัตถุดิบ และอุปกรณ์การผลิต คิดเป็นมูลค่ารวม 32,366,240 บาท
สารเร่งเนื้อแดงอันตรายถึงคนกินหรือไม่?
สารเร่งเนื้อแดงเป็นสารที่ถูกนำมาใช้เพื่อกระตุ้นให้สัตว์มีปริมาณเนื้อแดงเพิ่มขึ้น ลดไขมัน และทำให้ได้ผลผลิตที่ตรงตามความต้องการของตลาด แต่สารกลุ่มนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค เนื่องจากอาจเกิดการตกค้างในเนื้อสัตว์
หากผู้บริโภครับประทานเนื้อสัตว์ที่มีสารตกค้าง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือผู้ที่มีความไวต่อสารกระตุ้นบางชนิด ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่ออาการผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด
กรณีการตรวจพบสารเร่งเนื้อแดงครั้งนี้ จึงสะท้อนให้เห็นว่าความปลอดภัยของอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับขั้นตอนจำหน่ายเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคุมตั้งแต่ต้นทาง ตั้งแต่การผลิตอาหารสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ ไปจนถึงกระบวนการส่งต่อถึงผู้บริโภค
- 5 เนื้อสัตว์ ดีต่อสุขภาพที่สุด หมูไม่ติดอันดับ ผู้ชนะคือสัตว์คุ้นชื่อดี แต่หลายคนไม่กล้ากิน!!!
- หมอญี่ปุ่นลดน้ำหนัก 14 กก. สำเร็จในปีเดียว แค่จำหลัก 3 ข้อ อะไรกินได้ อะไรควรเลี่ยง
- แม่เฒ่าญี่ปุ่น ป่วยมะเร็ง 2 ครั้ง แต่อายุยืนถึง 119 ปี เผยสิ่งที่กินประจำ เมืองไทยขายถูก!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


