เจอ "งูนอนขด" อยู่ในสวน สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร? รู้วิธีรับมือให้ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้!

เจอ "งูนอนขด" อยู่ในสวน สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร? รู้วิธีรับมือให้ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้!

เจอ "งูนอนขด" อยู่ในสวน สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร? รู้วิธีรับมือให้ปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจองูนอนขดอยู่ในสวน สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร? รู้วิธีรับมืออย่างปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยงเข้าใกล้

หากพบงูนอนขดอยู่ในสวน อย่าเพิ่งรีบไล่หรือพยายามจับด้วยตัวเอง โดยเฉพาะเมื่อยังไม่รู้ว่าเป็นงูชนิดใด เพราะงูที่นอนนิ่งไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นอันตราย การรักษาระยะห่างและจัดการพื้นที่ให้ปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

การพบงูในสวนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ใกล้พื้นที่รกร้าง พุ่มไม้ แหล่งน้ำ หรือบริเวณที่มีหนูและสัตว์ขนาดเล็กอาศัยอยู่ หากวันหนึ่งเดินออกไปแล้วพบงูนอนขดอยู่ใต้ต้นไม้ ข้างกอหญ้า หรือริมกำแพง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การพยายามไล่งูออกจากบ้านทันที แต่ควรหยุดและถอยออกมาให้ห่างก่อน

แม้งูจะนอนนิ่งอยู่กับที่ แต่หากถูกเหยียบ ถูกสัมผัส ถูกต้อนจนมุม หรือรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม ก็สามารถตอบโต้เพื่อป้องกันตัวได้ ดังนั้นการจัดการที่ปลอดภัยควรเน้นการหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง และให้ผู้ที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการ

สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเห็นงูในสวน คือหยุดและถอยออกมา

ทันทีที่พบงู ให้หยุดการเคลื่อนไหวและค่อย ๆ ถอยออกจากบริเวณนั้น ไม่ควรเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ หรือพยายามถ่ายภาพในระยะประชิด หากมีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงอยู่ในสวน ควรพาออกจากพื้นที่ด้วยเส้นทางที่ไม่ต้องผ่านใกล้กับงู

จากนั้นควรจดจำตำแหน่งที่พบงูเอาไว้ หากสามารถมองเห็นจากระยะปลอดภัย เช่น จากภายในบ้าน หลังประตู หรือผ่านกระจก ควรสังเกตว่างูยังอยู่ที่เดิมหรือเริ่มเคลื่อนที่ไปทางใด ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากหากต้องแจ้งผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยเหลือ

ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด คือให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยจับและเคลื่อนย้าย

หากงูยังอยู่ในบริเวณบ้าน ควรติดต่อผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการจับและเคลื่อนย้ายงู หน่วยงานช่วยเหลือสัตว์ หรือหน่วยงานในพื้นที่ที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ แทนการพยายามจับด้วยตัวเอง

ผู้ที่มีความชำนาญจะสามารถประเมินตำแหน่ง ลักษณะ และพฤติกรรมของงูก่อนเลือกวิธีจัดการที่เหมาะสม ขณะที่คนทั่วไปไม่ควรใช้มือเปล่า ไม้กวาด คีม อุปกรณ์ดัดแปลง หรือภาชนะต่าง ๆ เข้าไปจับงู เพราะอาจทำให้งูตกใจและเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกกัด

ที่สำคัญ ไม่ควรตัดสินจากสีหรือลักษณะภายนอกเพียงอย่างเดียวว่างูตัวนั้น “ไม่มีพิษ” แล้วจึงเข้าไปจับ เพราะการจำแนกชนิดงูอาจทำได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อมองจากระยะไกล

อย่าพยายามใช้ไม้ไล่ ฉีดน้ำ หรือโยนของใส่งู

เมื่อเห็นงูนอนอยู่ใกล้รั้วหรือประตูบ้าน หลายคนอาจคิดว่าการใช้ไม้กวาดหรือสายยางฉีดน้ำเพื่อบังคับให้งูเลื้อยออกไปนอกบ้านน่าจะเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด แต่การทำเช่นนั้นอาจทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น

เมื่อถูกรบกวน งูอาจไม่ได้เลื้อยไปในทิศทางที่เราต้องการ แต่อาจหนีเข้าไปในกองใบไม้ กองไม้ กระถางต้นไม้ ซอกกำแพง หรือบริเวณใต้สิ่งของต่าง ๆ จนมองไม่เห็นตัว จากเดิมที่รู้ตำแหน่งงูอย่างชัดเจน กลับกลายเป็นต้องตามหางูที่ซ่อนอยู่ในพื้นที่ซึ่งเข้าถึงได้ยาก

ดังนั้น หากงูยังนอนขดอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ ควรปล่อยให้อยู่ตรงนั้น ไม่ควรใช้ไม้แหย่ ตี ฉีดน้ำ โยนสิ่งของเข้าใส่ หรือพยายามจับหางและต้อนให้เคลื่อนที่

ถ้างูเลื้อยหนีไปก่อน ควรทำอย่างไร?

หากงูเริ่มเลื้อยออกจากจุดเดิม อย่าวิ่งไล่ตามหรือพยายามขวางทาง ให้รักษาระยะห่างและสังเกตทิศทางที่มันเคลื่อนที่ หากเห็นว่างูเลื้อยออกจากรั้วหรือออกจากพื้นที่บ้านไปแล้ว ก็ไม่ควรตามไปจับ เพราะการเข้าใกล้โดยไม่จำเป็นอาจเพิ่มความเสี่ยง

แต่หากงูเลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้ กองฟืน กองวัสดุ กระถาง หรือซอกต่าง ๆ ภายในสวน อย่าคิดว่าเมื่อมองไม่เห็นแล้วหมายความว่างูออกไปจากบริเวณนั้นแล้ว ควรจำตำแหน่งสุดท้ายที่เห็นงู และกันเด็กกับสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณดังกล่าว

ไม่ควรใช้มือแหวกหญ้า ยกกระถาง ยกก้อนอิฐ หรือใช้ไม้แหย่เข้าไปในจุดที่งูเพิ่งหลบซ่อน เพราะอาจทำให้เข้าใกล้งูโดยไม่รู้ตัวและเพิ่มโอกาสถูกกัด

ถ้างูอยู่ตรงประตูบ้าน ต้องเพิ่มความระมัดระวัง

กรณีงูนอนขดอยู่ตรงบันได หน้าประตู ระเบียง หรือบริเวณทางเชื่อมระหว่างสวนกับตัวบ้าน ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หากอยู่ภายในบ้าน ให้ปิดประตูและกันเด็กกับสัตว์เลี้ยงให้อยู่ห่างจากบริเวณดังกล่าว

หากอยู่นอกบ้าน ไม่ควรพยายามเดินเบียดผ่านงูเพื่อกลับเข้าไปในบ้าน แต่ควรใช้เส้นทางอื่นที่อยู่ห่างจากงู หากมีทางเลือก และรอให้ผู้ที่มีประสบการณ์เข้ามาช่วยจัดการ

เช่นเดียวกัน หากงูเริ่มเลื้อยไปทางตัวบ้าน ไม่ควรวิ่งเข้าไปขวางหรือใช้ไม้กวาดบังคับทิศทาง ควรให้ความสำคัญกับการพาคนและสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณนั้นก่อน

งูออกไปแล้ว ค่อยเริ่มจัดสวนและป้องกันไม่ให้กลับมา

เมื่อมั่นใจว่างูถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว หรือสังเกตเห็นชัดเจนว่างูเลื้อยออกจากพื้นที่บ้านไปแล้ว จึงค่อยตรวจสอบและจัดสภาพแวดล้อมภายในสวน

ควรตัดหญ้าที่รก เก็บใบไม้แห้ง เศษไม้ กองอิฐ กองวัสดุ และสิ่งของที่วางทิ้งไว้นาน ๆ เพราะพื้นที่รกและมีซอกหลืบจำนวนมากอาจกลายเป็นที่หลบซ่อนของสัตว์ต่าง ๆ นอกจากนี้ควรดูแลเรื่องหนู กบ และสัตว์ขนาดเล็กที่อาจเป็นแหล่งอาหารของงูด้วย

อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือช่องทางจากสวนเข้าสู่ตัวบ้าน ควรตรวจสอบช่องว่างใต้ประตู รอยแตกบริเวณผนัง ช่องรอบท่อ และจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ แล้วซ่อมแซมหรือปิดช่องที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดโอกาสที่สัตว์จะเลื้อยเข้ามาภายในบ้าน

หากถูกงูกัด ห้ามทำแผลเองแบบผิดวิธี

หากมีผู้ถูกงูกัด ควรรีบนำตัวไปยังสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด และพยายามให้ผู้ถูกกัดเคลื่อนไหวร่างกายน้อยที่สุด หากมีแหวน กำไล หรือสิ่งของที่รัดแน่นบริเวณที่อาจบวม ควรถอดออก

ไม่ควรกรีดแผล ดูดพิษ ประคบน้ำแข็ง หรือใช้เชือกรัดแน่นเหนือบริเวณที่ถูกกัด และไม่ควรเสียเวลาเสี่ยงกลับไปจับงูเพื่อเอามาให้แพทย์ดู หากจำลักษณะงูได้สามารถบอกข้อมูลแก่บุคลากรทางการแพทย์ได้ แต่ไม่ควรเข้าใกล้หรือจับงูเพื่อระบุตัวชนิด

เห็นงูนอนขดในสวน สิ่งที่ดีที่สุดคือ “อย่าเข้าใกล้”

เมื่อพบงูนอนขดอยู่ในสวน สิ่งที่ได้เปรียบที่สุดคือเรายังสามารถมองเห็นและรู้ตำแหน่งของมันอย่างชัดเจน การรักษาระยะห่าง กันเด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ และขอความช่วยเหลือจากผู้มีประสบการณ์ จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยกว่าการพยายามไล่หรือจับด้วยตัวเอง

เพราะการพยายามจัดการอย่างรวดเร็วด้วยไม้กวาด สายยาง หรือการตีงู อาจทำให้งูตกใจและหนีเข้าไปในจุดที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจทำให้การควบคุมสถานการณ์ยากกว่าเดิม

การป้องกันที่ดีที่สุดในระยะยาว คือดูแลสวนให้โล่ง ลดแหล่งอาหารและที่หลบซ่อนของงู พร้อมปิดช่องทางที่อาจเชื่อมต่อเข้าสู่ตัวบ้าน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปในการรับมือเมื่อพบงู ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือบุคลากรทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล