ผ้าเหลืองฉาว! บุกจับ "พระราชาคณะ" ต้นตำรับเหรียญเหนือดวง พบคลิปเสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด 92 ล้าน

ผ้าเหลืองฉาว! บุกจับ "พระราชาคณะ" ต้นตำรับเหรียญเหนือดวง พบคลิปเสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด 92 ล้าน

ผ้าเหลืองฉาว! บุกจับ "พระราชาคณะ" ต้นตำรับเหรียญเหนือดวง พบคลิปเสพเมถุน-ยักยอกเงินวัด 92 ล้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

CIB จับ "พระราชาคณะ" เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ต้นตำรับเหรียญเหนือดวง พบยักยอกเงินวัด 92 ล้าน คลิปเสพเมถุนสีกาในกุฏิ

ตำรวจสอบสวนกลางเปิดปฏิบัติการควบคุมตัว “พระวชิรญาณ วิ.” หรือ “หลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร” พระราชาคณะและเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม ตามหมายจับในคดีเบียดบังเงินวัดและฟอกเงิน หลังการสืบสวนพบความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังควบคุมตัวสีกาคนสนิทซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบสวนด้วย

CIB ควบคุมตัวเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ตามหมายจับ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการกองปราบปราม สั่งการให้ชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปรามลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการตามหมายจับในคดีดังกล่าว

กำลังตำรวจนำโดย พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม และ พ.ต.ท.สมเดช สารบรรณ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เข้าควบคุมตัวพระวชิรญาณ วิ. หรือหลวงพ่ออติโชติ ภายในกุฏิของวัดพุทไธศวรรย์ ก่อนเริ่มตรวจค้นพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

เปิดข้อกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดดัง ปมเบียดบังเงินวัดและฟอกเงิน

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ และการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต

นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ รวมถึงข้อหาสมคบและร่วมกันฟอกเงิน หลังตำรวจพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงระหว่างเงินของวัดกับสีกาคนสนิท

ตำรวจพบความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท จากใบอนุโมทนาบัตรกว่า 20 รายการ

รายงานระบุว่า คดีนี้เริ่มต้นจากกองปราบปรามได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าอาวาส ก่อนชุดสืบสวนจะตรวจสอบข้อมูลอย่างลับ ๆ ต่อเนื่อง กระทั่งพบหลักฐานที่ตำรวจเชื่อว่ามีการเบียดบังเงินของวัดไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว

จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ในช่วงเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับและเข้าตรวจค้นวัด

CIB เผยเส้นทางเงินวัด ถูกโอนให้สีกาคนสนิทแปลงสภาพ

เพจเฟซบุ๊กตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB ระบุว่า จากการตรวจสอบพบพฤติกรรมเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตนเอง ก่อนนำเงินบางส่วนไปมอบให้สีกาคนสนิท เพื่อแปลงสภาพและอำพรางทรัพย์สินไว้ในชื่อของบุคคลอื่น

ตำรวจยังพบว่าบัญชีที่เกี่ยวข้องกับหญิงคนดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนระดับหลักสิบล้านบาทต่อปี จึงเข้าควบคุมตัวมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเบียดบังเงินวัดและการฟอกเงิน พร้อมตรวจค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมตามจุดที่เกี่ยวข้อง

พบหลักฐานในกุฏิ เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับสีกาคนสนิท

ระหว่างการเข้าจับกุมและตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ โดยตำรวจระบุว่าพบภาพเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับสีกาคนสนิท ทั้งการหยอกล้อ เกี้ยวพาราสี และภาพที่ถูกใช้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการเสพเมถุนภายในกุฏิ

หลักฐานดังกล่าวสอดคล้องกับเบาะแสที่เจ้าหน้าที่ได้รับก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นความสัมพันธ์ส่วนตัวและหลักฐานทั้งหมดจะต้องถูกนำไปประกอบการสอบสวน รวมถึงพิจารณาควบคู่กับเส้นทางการเงินในคดี

ตำรวจเตรียมขยายผลยึดทรัพย์ คุมตัวสอบปากคำที่กองปราบปราม

ภายหลังควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจค้นภายในวัดและสถานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมเอกสาร บัญชีการเงิน ตลอดจนทรัพย์สินที่อาจเชื่อมโยงกับเงินของวัด จากนั้นจะนำตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียดที่กองบังคับการปราบปราม

ตำรวจเตรียมขยายผลไปยังบุคคลและบัญชีอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบการถือครองทรัพย์สินว่าได้มาจากเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเบียดบังจากวัดหรือไม่ หากพบหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายและเข้าสู่กระบวนการยึดหรืออายัดทรัพย์ต่อไป

สรุปคดีเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ เงินวัด 92 ล้านบาท

คดีนี้มีจุดสำคัญอยู่ที่ข้อกล่าวหาเรื่องการนำเงินวัดมูลค่ากว่า 92 ล้านบาทไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ก่อนส่งต่อให้สีกาคนสนิทช่วยแปลงสภาพและอำพรางทรัพย์สิน ตำรวจจึงดำเนินคดีกับพระวชิรญาณ วิ. ในหลายข้อหา ทั้งการเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และฟอกเงิน

ขณะเดียวกัน สีกาคนสนิทถูกควบคุมตัวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินหลักสิบล้านบาทต่อปี ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการสอบสวน หลังจากนี้ต้องติดตามผลการตรวจค้น การสอบปากคำ และการขยายผลทรัพย์สินอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล