5 ผลไม้พลังงานสูง กินแล้วอ้วนง่าย ทุเรียนไม่ใช่อันดับ 1 ระวังตัวการร้ายที่หลายคนมองข้าม

5 ผลไม้พลังงานสูง กินแล้วอ้วนง่าย ทุเรียนไม่ใช่อันดับ 1 ระวังตัวการร้ายที่หลายคนมองข้าม

5 ผลไม้พลังงานสูง กินแล้วอ้วนง่าย ทุเรียนไม่ใช่อันดับ 1 ระวังตัวการร้ายที่หลายคนมองข้าม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผลไม้ที่กินแล้วอ้วนง่ายกว่าที่คิด ทุเรียนติดอันดับ แต่สิ่งที่หลายคนกินทุกวันอาจน่ากลัวกว่า

หลายคนเข้าใจว่า “ผลไม้” คืออาหารเพื่อสุขภาพ และมักเลือกกินผลไม้แทนขนมหวานเมื่อต้องการลดน้ำหนัก แต่ความจริงคือ ผลไม้บางชนิดมีทั้งน้ำตาลและพลังงานสูง หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่างเช่น บางคนลดข้าว ลดแป้ง ลดเนื้อสัตว์ในมื้อเย็น แต่กลับกินผลไม้หวาน ๆ หรือดื่มน้ำผลไม้แทน โดยคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพ สุดท้ายกลับพบว่าน้ำหนักไม่ลด แถมเพิ่มขึ้นอีกด้วย

สาเหตุไม่ได้มาจากผลไม้โดยตรง แต่เกิดจาก “ปริมาณ” และ “รูปแบบการกิน” โดยเฉพาะผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง หรือถูกนำไปคั้นเป็นน้ำ ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลจำนวนมากในเวลาอันสั้น

ทำไมผลไม้บางชนิดถึงทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย?

ผลไม้บางชนิดมีปริมาณน้ำตาลหรือไขมันสูงกว่าที่หลายคนคิด แม้จะเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ แต่หากได้รับมากเกินความต้องการของร่างกาย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานสะสมในรูปของไขมันได้

นอกจากนี้ ผลไม้ที่มีลักษณะ “กินง่าย เคี้ยวง่าย” หรืออยู่ในรูปแบบน้ำผลไม้ มักทำให้รับประทานเกินปริมาณได้ง่าย เพราะให้ความอิ่มน้อยกว่าการกินผลไม้สดทั้งลูก

โดยเฉพาะน้ำผลไม้ แม้จะดูเป็นเครื่องดื่มสุขภาพ แต่เมื่อผ่านการคั้น ใยอาหารบางส่วนจะลดลง ทำให้น้ำตาลเข้าสู่ร่างกายได้รวดเร็วกว่าเดิม

5 ผลไม้พลังงานสูง กินเพลินอาจทำให้น้ำหนักขึ้น

1. มะพร้าว เนื้อสีขาวที่พลังงานสูงกว่าน้ำมะพร้าวหลายเท่า

เนื้อมะพร้าวให้พลังงานประมาณ 241 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม แม้น้ำมะพร้าวจะเป็นเครื่องดื่มที่มีพลังงานไม่สูงมาก แต่ส่วนที่ต้องระวังคือ “เนื้อมะพร้าว” ซึ่งมีไขมันสูง

การรับประทานเนื้อมะพร้าว 100 กรัม อาจให้พลังงานใกล้เคียงกับข้าวหลายทัพพี โดยเฉพาะเมนูอย่างหม้อไฟไก่มะพร้าว หากตักเนื้อมะพร้าวรับประทานเป็นจำนวนมาก พลังงานที่ได้รับอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

2. อะโวคาโด ผลไม้สุขภาพที่ต้องกินให้ถูกวิธี

อะโวคาโดมีพลังงานประมาณ 171 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม แม้จะเป็นแหล่งของไขมันดีและได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถรับประทานได้ไม่จำกัด

อะโวคาโดขนาดกลาง 1 ผล อาจให้พลังงานมากกว่า 300 กิโลแคลอรี ซึ่งใกล้เคียงกับอาหารมื้อหนึ่ง ดังนั้นวิธีรับประทานที่เหมาะสมคือ ใช้แทนซอสหรือน้ำสลัดที่มีไขมันสูง ไม่ควรกินเพิ่มจากมื้ออาหารปกติ

3. ทุเรียน ผลไม้หวานมันที่ต้องควบคุมปริมาณ

ทุเรียนให้พลังงานประมาณ 150 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม และมีน้ำตาลค่อนข้างสูง รวมถึงมีไขมันตามธรรมชาติ

ทุเรียนเพียง 2 พูขนาดกลาง อาจให้พลังงานประมาณ 300 กิโลแคลอรี หรือใกล้เคียงกับข้าวหนึ่งมื้อครึ่ง แม้ทุเรียนจะมีสารอาหารบางชนิด แต่ควรกินในปริมาณพอดี โดยเฉพาะผู้ที่ควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4. พุทราจีนสด ผลไม้ลูกเล็กที่กินเพลินจนเกินปริมาณ

พุทราจีนสดมีพลังงานประมาณ 125 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม จุดเด่นคือมีวิตามินซีสูง แต่ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติค่อนข้างมาก

ด้วยขนาดที่เล็กและรสชาติหวาน ทำให้หลายคนกินได้เรื่อย ๆ ระหว่างดูโทรทัศน์หรือทำงาน หากรับประทานจำนวนมาก อาจได้รับพลังงานเกินกว่าที่คิด

5. ขนุนและกล้วย ผลไม้ที่หลายคนกินเป็นประจำ

ขนุนเป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีน้ำตาลค่อนข้างสูง ส่วนกล้วยแม้จะไม่ได้มีพลังงานสูงมาก แต่เป็นผลไม้ที่หลายคนรับประทานทุกวัน โดยเฉพาะมื้อเช้าคู่กับโยเกิร์ต ขนมปัง หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ

การรวมอาหารหลายชนิดเข้าด้วยกันอาจทำให้พลังงานของมื้ออาหารเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

น้ำผลไม้ ตัวการที่หลายคนมองข้าม

หลายคนคิดว่าน้ำผลไม้สดเป็นทางเลือกที่ดี แต่ในความจริง น้ำผลไม้อาจมีน้ำตาลสูงกว่าการกินผลไม้สดทั้งลูก เพราะต้องใช้ผลไม้หลายลูกในการคั้นเพียงหนึ่งแก้ว

น้ำส้มคั้น 1 แก้วขนาดประมาณ 250 มิลลิลิตร อาจมีน้ำตาลประมาณ 20-25 กรัม หรือเทียบเท่าน้ำตาลหลายช้อนชา โดยไม่มีใยอาหารมากพอที่จะช่วยชะลอการดูดซึม

ดังนั้น หากต้องการได้รับประโยชน์จากผลไม้ ควรเลือกกินเป็น “ผลไม้ทั้งลูก” มากกว่าดื่มเป็นน้ำ

กินผลไม้อย่างไรให้ไม่กระทบรูปร่าง?

การลดน้ำหนักไม่ได้หมายความว่าต้องงดผลไม้ทั้งหมด เพราะผลไม้ยังเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

แนวทางที่เหมาะสมคือ ควบคุมปริมาณและเลือกชนิดของผลไม้ให้เหมาะกับเป้าหมายสุขภาพ

  • เลือกรับประทานผลไม้สดแทนน้ำผลไม้
  • ไม่กินผลไม้หวานจัดในปริมาณมากครั้งเดียว
  • แบ่งกินเป็นของว่างช่วงสายหรือช่วงบ่าย
  • หลีกเลี่ยงการกินผลไม้จำนวนมากก่อนนอน

ผลไม้พลังงานต่ำที่เหมาะกับการกินเป็นประจำ

  • แอปเปิล ประมาณ 53 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

  • ลูกแพร์ ประมาณ 51 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

  • ส้ม ประมาณ 48 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

  • แตงโม ประมาณ 31 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

  • สตรอว์เบอร์รี ประมาณ 32 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

  • มะละกอ ประมาณ 29 กิโลแคลอรีต่อ 100 กรัม

สรุป ผลไม้ไม่ได้ทำให้อ้วน แต่ “กินเกิน” ต่างหากที่เป็นปัญหา

ผลไม้ยังคงเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพียงแต่ควรรับประทานอย่างเหมาะสม เพราะแม้จะเป็นน้ำตาลธรรมชาติ แต่หากได้รับมากเกินไปก็สามารถเพิ่มพลังงานสะสมในร่างกายได้

การเลือกชนิด ปริมาณ และช่วงเวลาที่รับประทาน จะช่วยให้สามารถกินผลไม้ได้อย่างมีความสุข พร้อมดูแลรูปร่างและสุขภาพไปพร้อมกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล