วีรสตรีโคราชไม่ได้มีแค่ “ย่าโม” เปิดตำนาน "นางสาวบุญเหลือ" ผู้กล้าพลีชีพในทุ่งสัมฤทธิ์

วีรสตรีโคราชไม่ได้มีแค่ “ย่าโม” เปิดตำนาน "นางสาวบุญเหลือ" ผู้กล้าพลีชีพในทุ่งสัมฤทธิ์

วีรสตรีโคราชไม่ได้มีแค่ “ย่าโม” เปิดตำนาน "นางสาวบุญเหลือ" ผู้กล้าพลีชีพในทุ่งสัมฤทธิ์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วีรสตรีโคราชไม่ได้มีแค่ “ย่าโม” เปิดตำนาน “ย่าเหลือ” หญิงกล้าผู้พลีชีพในทุ่งสัมฤทธิ์

เมื่อพูดถึง วีรสตรีแห่งเมืองโคราช ชื่อของ “ท้าวสุรนารี” หรือ “ย่าโม” มักเป็นชื่อแรกที่คนไทยนึกถึง แต่รู้หรือไม่ว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ของโคราชยังมีหญิงกล้าอีกคนที่มีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์เดียวกัน นั่นคือ “นางสาวบุญเหลือ” หรือ “ย่าเหลือ” ผู้ได้รับการยกย่องจากชาวนครราชสีมาว่าเป็นหนึ่งในวีรสตรีผู้เสียสละชีวิตเพื่อบ้านเมือง

เรื่องราวของนางสาวบุญเหลือเกี่ยวข้องกับ วีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ พ.ศ. 2369 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อกองทัพของเจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์เข้ายึดเมืองนครราชสีมาและกวาดต้อนชาวเมืองไปเป็นเชลย เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การต่อต้านของชาวโคราช และกลายเป็นเรื่องราวสำคัญที่ถูกเล่าขานสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน

นางสาวบุญเหลือ คือใคร?

นางสาวบุญเหลือเป็นบุตรีของ หลวงเจริญ ซึ่งเป็นกรมการเมืองผู้น้อยของนครราชสีมา เธอมีความใกล้ชิดกับพระยาปลัดเมืองนครราชสีมาและคุณหญิงโมเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองไม่มีบุตรธิดา จึงให้ความรักและเอ็นดูนางสาวบุญเหลือเสมือนลูกหลานของตนเอง

ด้วยเหตุนี้ นางสาวบุญเหลือจึงมีความผูกพันกับคุณหญิงโม และเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เมืองนครราชสีมาถูกกองทัพเจ้าอนุวงศ์เข้ายึด เธอจึงกลายเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญของเมือง

กองทัพเจ้าอนุวงศ์เข้ายึดเมืองโคราช

ในปี พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ยกกองทัพเข้าสู่ดินแดนสยาม โดยอ้างเหตุผลว่าจะเดินทางไปกรุงเทพฯ เพื่อช่วยรบกับอังกฤษ ขณะนั้นเจ้าเมืองนครราชสีมาและพระยาปลัดเมืองไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เนื่องจากเดินทางไปราชการที่เมืองขุขันธ์

เมื่อไม่มีผู้นำเมืองอยู่ในพื้นที่ กองทัพของเจ้าอนุวงศ์จึงสามารถเข้ายึดนครราชสีมาได้ และกวาดต้อนชาวเมืองจำนวนมากเป็นเชลยเพื่อเดินทางกลับไปยังเวียงจันทน์ โดยในกลุ่มชาวเมืองที่ถูกกวาดต้อนไปนั้นมีทั้ง คุณหญิงโมและนางสาวบุญเหลือ รวมอยู่ด้วย

แผนการต่อต้านเริ่มต้นที่ทุ่งสัมฤทธิ์

ระหว่างการเดินทาง กองทัพเจ้าอนุวงศ์หยุดพักบริเวณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2369 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเหตุการณ์

ตามเรื่องราวที่เล่าสืบต่อกันมา คุณหญิงโม นางสาวบุญเหลือ และหลวงณรงค์สงคราม หัวหน้าชาวเมือง ได้ร่วมกันวางอุบายให้ชาวเมืองนำอาหารและสุราไปเลี้ยงทหารลาวที่ควบคุมตัวพวกเขาไว้ เมื่อทหารบางส่วนดื่มสุราจนขาดสติ ชาวเมืองจึงฉวยโอกาสแย่งอาวุธและลุกขึ้นต่อต้าน

วีรกรรม “ย่าเหลือ” ที่ยอมสละชีวิต

ท่ามกลางการต่อสู้ นางสาวบุญเหลือได้แสดงความกล้าหาญด้วยการนำ ไม้ฟืนจากกองไฟ วิ่งล่อทหารไปยังบริเวณกองเกวียนซึ่งเก็บกระสุนดินประสิวของกองทัพฝ่ายตรงข้าม

เหตุการณ์นำไปสู่การระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกขึ้นกลางทุ่งสัมฤทธิ์ และสร้างความเสียหายแก่กองทัพฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรง วีรกรรมดังกล่าวทำให้นางสาวบุญเหลือต้องพลีชีพ และชื่อของเธอได้รับการจดจำในฐานะหญิงผู้กล้าที่เสียสละตนเองเพื่อช่วยเหลือบ้านเมือง

เรื่องราวดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ และทำให้ชื่อของ “ย่าเหลือ” ยังคงถูกกล่าวถึงควบคู่กับ “ย่าโม” ในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของนครราชสีมา

คนโคราชไม่ลืม “ย่าเหลือ”

นางสาวบุญเหลือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและการเสียสละของชาวเมืองนครราชสีมาในช่วงวิกฤต เหตุการณ์ทุ่งสัมฤทธิ์จึงถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นในฐานะเรื่องราวของคนธรรมดาที่ลุกขึ้นปกป้องบ้านเกิด

ในเวลาต่อมา ชาวนครราชสีมาได้ร่วมกันสร้าง อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของเธอและบรรพบุรุษของชาวโคราชที่เสียสละชีวิตในการปกป้องบ้านเมือง

อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือตั้งอยู่บริเวณ โรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ตำบลโคกสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองประมาณ 12.5 กิโลเมตร บนถนนสุรนารายณ์ สายนครราชสีมา-ชัยภูมิ

อนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างขึ้นโดยจังหวัดนครราชสีมาและประชาชนชาวนครราชสีมา และทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 เพื่อเป็นสถานที่ระลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือ รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ทุ่งสัมฤทธิ์

วันที่ 4 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทุ่งสัมฤทธิ์ ยังถูกใช้เป็นวันจัดกิจกรรมรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือ โดยประชาชนและหน่วยงานในจังหวัดนครราชสีมาร่วมกันจัดพิธีสดุดี ณ อนุสรณ์สถาน

ชื่อของ ท้าวสุรนารี หรือย่าโม อาจเป็นวีรสตรีที่คนไทยรู้จักมากที่สุดของนครราชสีมา แต่เรื่องราวของ นางสาวบุญเหลือ หรือย่าเหลือ ก็เป็นอีกหนึ่งบทสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองโคราช

จากหญิงสาวคนหนึ่งที่ถูกกวาดต้อนไปพร้อมกับชาวเมือง สู่ผู้ร่วมในเหตุการณ์ต่อต้านที่ทุ่งสัมฤทธิ์ และจบชีวิตลงจากการเสียสละเพื่อเปิดทางให้ชาวเมืองต่อสู้ เรื่องราวของย่าเหลือจึงเป็นตำนานที่สะท้อนถึง ความกล้าหาญ ความเสียสละ และพลังของคนธรรมดาในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเผชิญวิกฤต

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล