จากรั้ว "DPU" สู่เวทีใหญ่ระดับโลก ปักหมุดลุยศึก "โอลิมปิก 2028"

จากรั้ว DPU สู่เวทีโอลิมปิก 2028 สองนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ลูกยางสาวไทย ปลุกศักยภาพจากความฝันสู่ประวัติศาสตร์แชมป์เอเชีย
จากเด็กผู้หญิงที่เคยนั่งดูนักวอลเลย์บอลทีมชาติไทยแข่งขันผ่านหน้าจอโทรทัศน์ สู่วันที่ได้สวมเสื้อทีมชาติและยืนอยู่ท่ามกลางช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของวงการลูกยางไทย

สำหรับ “วริศรา สีทาเลิศ” และ “กัลยรัตน์ คำวงษ์” สองนักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) การคว้าแชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 พร้อมสิทธิ์ผ่านเข้าสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2028 ไม่ได้มีความหมายเพียงถ้วยแชมป์หรือชัยชนะเหนือคู่แข่ง แต่คือหลักฐานของการเดินทางอันยาวนานจากความฝัน ความพยายาม การฝึกฝน และการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
วินาทีที่บอลสุดท้ายตกลงในฝั่งคู่แข่งในเซตตัดสิน ทุกอย่างที่สะสมมาตลอดหลายเดือนของการฝึกซ้อมเหมือนถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกัน เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ขณะที่นักกีฬาทีมชาติไทยหลายคนโผเข้ากอดกันด้วยน้ำตา
“ตอนแต้มสุดท้ายดีใจมากค่ะ ทุกคนร้องไห้กัน เพราะเป็นความสำเร็จที่สำคัญมาก รู้สึกตื้นตันและดีใจที่ตัวเองได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยในครั้งนี้” นางสาววริศรา กล่าวเปิดใจ

เสียงสะท้อนจาก นางสาววริศรา สีทาเลิศ หรือ “เฟิร์น” นักศึกษาคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ DPU หนึ่งในสมาชิกทีมชาติไทย บอกถึงความหมายของช่วงเวลานั้นได้อย่างชัดเจน
ก่อนหน้าที่ภาพแห่งความสำเร็จจะเกิดขึ้น ทีมไทยต้องเผชิญเกมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน โดยเฉพาะรอบชิงชนะเลิศกับจีน ซึ่งนอกจากจะเป็นทีมระดับแนวหน้าของเอเชียแล้ว ยังมีเสียงเชียร์จากเจ้าภาพเป็นพลังหนุนอยู่รอบสนาม เมื่อทีมไทยตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-2 เซต สถานการณ์บีบให้ทุกคนต้องหาทางกลับเข้าสู่เกมให้เร็วที่สุดโดยคำตอบของทีมไทยไม่ใช่การเพิ่มแรงกดดันให้ตัวเอง แต่กลับเป็นการ “ปล่อย” ความกังวลลง และกลับไปเล่นวอลเลย์บอลในแบบที่ตัวเองถนัด
“ตอนนั้นคิดว่าเราไม่มีอะไรจะเสียแล้วค่ะ ทุกคนเล่นให้เต็มที่ เล่นให้สนุก และคิดว่ากองเชียร์ของเขาเป็นกองเชียร์ของเรา เหมือนกำลังแข่งอยู่ที่ประเทศไทย ทำให้เราฮึดขึ้นมา สิ่งที่คุยกันในทีมคือให้กลับมาเล่นเป็นตัวเอง” นางสาววริศรา กล่าว
แนวคิดง่าย ๆ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทีมไทยค่อย ๆ ดึงเกมกลับมา ก่อนพาตัวเองเข้าสู่เซตตัดสิน และปิดการแข่งขันด้วยชัยชนะที่ส่งประเทศไทยไปสู่เวทีโอลิมปิก 2028

สำหรับนางสาววริศรา แม้บทบาทหลักในรายการนี้จะเป็นผู้เล่นสำรองในตำแหน่งหัวเสา แต่การเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติทำให้ได้เรียนรู้ว่า ความสำเร็จของกีฬาเป็นผลจากผู้เล่นทุกคน ไม่ว่าจะยืนอยู่ในสนามหรืออยู่ข้างสนาม
หน้าที่ของนักกีฬาสำรองจึงไม่ใช่เพียงการรอโอกาสถูกเรียกลงเล่น แต่ต้องพร้อมสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม รักษาพลังของทีม และเตรียมตัวให้พร้อมทุกวินาทีหากโอกาสมาถึง และเหนือสิ่งอื่นใด การอยู่ร่วมกับนักกีฬารุ่นพี่ที่ผ่านการแข่งขันระดับโลกมามากมาย ยังกลายเป็นห้องเรียนอีกแห่งหนึ่งของเธอ
ทุกการฝึกซ้อม ทุกเกม และทุกคำแนะนำ คือโอกาสในการมองเห็นว่าศักยภาพของตัวเองยังสามารถเดินไปได้ไกลเพียงใด
“คิดทีละลูก” บทเรียนของลิเบอโรในเกมที่ห้ามเสียสมาธิ

ขณะที่อีกฟากหนึ่งของสนาม นางสาวกัลยรัตน์ คำวงษ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ทำหน้าที่ในตำแหน่ง ลิเบอโร (Libero) หรือตัวรับอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของระบบเกมรับ
หากผู้เล่นเกมรุกมีหน้าที่สร้างแต้ม หน้าที่ของลิเบอโรคือทำให้บอลไม่ตกพื้นง่าย ๆ อ่านทิศทางเกม รับแรงปะทะจากการโจมตีของคู่แข่ง และสร้างจังหวะแรกให้ทีมสามารถต่อยอดกลับไปสู่เกมรุก
ตำแหน่งนี้จึงต้องการมากกว่าความแข็งแรงทางร่างกาย แต่ต้องใช้สมาธิสูง และสามารถจัดการกับความผิดพลาดได้ภายในเสี้ยววินาที
“พยายามคิดทีละลูก ถ้าลูกที่ผ่านมาพลาดไปแล้วต้องตัดออก เพราะเราไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ได้ เกมวอลเลย์บอลเร็วมาก ถ้าเรายังคิดถึงลูกที่เสีย เกมก็เดินต่อไปแล้ว สิ่งที่ทำคือหายใจลึก ๆ บอกตัวเองว่าเอาใหม่ แล้วโฟกัสกับลูกต่อไป” นางสาวกัลยรัตน์ เล่า
หลักคิดดังกล่าวมีความหมายมากขึ้นเมื่อคู่แข่งในรอบชิงคือจีน ทีมที่มีความได้เปรียบด้านสรีระอย่างเห็นได้ชัด ผู้เล่นหลายคนมีความสูงเกือบ 2 เมตร พร้อมพลังโจมตีและการบล็อกที่แข็งแกร่ง ทีมไทยไม่สามารถเปลี่ยนส่วนสูงของตัวเองได้ สิ่งที่ทำได้คือใช้ศักยภาพด้านอื่นเข้ามาทดแทน ความเร็ว เทคนิค การอ่านเกม และการเตรียมข้อมูลของคู่แข่งจึงกลายเป็นอาวุธสำคัญ
ก่อนการแข่งขัน นักกีฬาต้องศึกษาวิดีโอ วิเคราะห์รูปแบบการเล่น จุดแข็ง จุดอ่อน วิธีบล็อก รวมถึงแนวทางการเคลื่อนที่ของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เพื่อวางแผนว่าจะเสิร์ฟไปจุดใด เปิดเกมกับใคร หรือเลือกโจมตีพื้นที่ไหน
“ความสูงเราอาจเป็นรอง แต่เราต้องหาเทคนิคที่จะทำแต้มจากเขาให้ได้ ก่อนแข่งเราจะศึกษาว่าแต่ละคนเล่นอย่างไร จุดอ่อนอยู่ตรงไหน หรือควรเล่นกับฝั่งไหนมากเป็นพิเศษ ทุกคนต้องทำการบ้านก่อนลงสนาม” นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU กล่าว
รอบรองชนะเลิศกับญี่ปุ่นก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ เพราะญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องระบบการเล่นที่แข็งแกร่ง เกมรับเหนียวแน่น และความรวดเร็วใกล้เคียงกับไทย การก้าวผ่านทั้งญี่ปุ่นและจีนจึงไม่ได้เกิดจากพลังของผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของทั้งทีม ตั้งแต่นักกีฬา โค้ช ไปจนถึงทีมงานสนับสนุน

จากเด็กหน้าจอทีวี สู่ 14 คนในทีมชาติ
สำหรับนางสาวกัลยรัตน์ ความพิเศษของการคว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งนี้ยังอยู่ที่การได้ย้อนกลับไปมองตัวเองเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน วันนั้นเธอยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่นั่งดูทีมชาติไทยผ่านหน้าจอโทรทัศน์ และมี “ปลื้มจิตร์ ถินขาว” อดีตนักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ
แม้ในวัยเด็กจะยังไม่เข้าใจเรื่องตำแหน่ง เทคนิค หรือความสำคัญของการแข่งขันโอลิมปิกอย่างลึกซึ้ง แต่ภาพของนักกีฬาทีมชาติที่ลงแข่งขันอยู่ตรงหน้า ได้จุดประกายความฝันเล็ก ๆ ขึ้นว่า วันหนึ่งอยากมีโอกาสไปยืนตรงจุดนั้นบ้าง
“เมื่อก่อนตอนเป็นเด็กที่นั่งดูพี่ ๆ ทีมชาติแข่งผ่านทีวี ตอนนั้นยังไม่ได้เข้าใจมากว่าโอลิมปิกสำคัญแค่ไหน แต่พอเห็นทีมไทยพลาดโอกาสไปก็รู้สึกเสียใจตาม วันนี้เราได้มาอยู่ในทีม 14 คนที่ช่วยกันสร้างชัยชนะและได้สิทธิ์ไปโอลิมปิก เป็นความรู้สึกที่ภูมิใจมาก ทั้งกับตัวเอง เพื่อน ๆ และพี่ ๆ ทุกคนในทีม” นางสาวกัลยรัตน์ กล่าวเปิดใจ
จากเด็กวัย 8–9 ปีที่เริ่มสนใจวอลเลย์บอลจากการดูการแข่งขันกับครอบครัว ก่อนขอให้คุณแม่ซื้อลูกวอลเลย์บอลมาเล่น เส้นทางของกัลยรัตน์ค่อย ๆ เติบโตผ่านการแข่งขันระดับเยาวชน จนได้รับโอกาสเข้าเก็บตัวทีมชาติช่วงอายุประมาณ 18–19 ปี และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมชาติไทย
ส่วนนางสาววริศรา เริ่มต้นเส้นทางลูกยางในช่วงประถมศึกษาปีที่ 5–6 ก่อนพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง และได้รับโอกาสติดทีมชาติตั้งแต่ช่วงมัธยมศึกษา
สองเส้นทางที่เริ่มต้นต่างกัน กำลังมาบรรจบกันบนเป้าหมายเดียวกัน คือการพาตัวเองไปให้ถึงศักยภาพสูงสุดในฐานะนักกีฬา
เมื่อสนามแข่งขันกับห้องเรียนต้องเดินไปพร้อมกัน

อีกความท้าทายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการแข่งขัน คือทั้งสองคนยังมีสถานะเป็น “นักศึกษา” ตารางชีวิตจึงไม่ได้มีเพียงการเข้าแคมป์ ฝึกซ้อม หรือเดินทางไปแข่งขัน แต่ยังมีวิชาเรียน งานที่ต้องส่ง และการสอบที่ต้องรับผิดชอบโดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเก็บตัวกับทีมชาติหรือเดินทางไปแข่งขันต่างประเทศ การเข้าเรียนตามตารางปกติแทบเป็นไปไม่ได้
ทั้งนางสาววริศราและนางสาวกัลยรัตน์ได้รับ ทุนการศึกษาด้านกีฬา 100% จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พร้อมการดูแลจากคณะและอาจารย์ในการประสานการเรียน ติดตามงาน และให้คำแนะนำเมื่อมีภารกิจการแข่งขัน
นางสาววริศรา เล่าว่า ในช่วงใกล้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งติดต่อเข้ามา แต่คำแนะนำจากรุ่นพี่นักกีฬาวอลเลย์บอลที่ศึกษาอยู่ DPU เกี่ยวกับระบบการดูแลนักกีฬาและความเข้าใจจากคณาจารย์ เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกที่นี่
“มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้หนูได้เรียนและได้รับทุนกีฬา 100% รู้สึกว่า DPU ตอบโจทย์ตัวหนูมาก เพราะสนับสนุนเราหลายด้าน ส่วนอาจารย์และเพื่อนในคณะก็ช่วยตลอด เวลาหนูไปแข่งขันต่างประเทศ เพื่อนจะคอยบอกเรื่องเรียน เรื่องงาน และอาจารย์ก็ให้คำแนะนำ ทำให้สามารถเรียนต่อเนื่องมาได้จนถึงตอนนี้” นางสาว วริศรา เปิดเผย
ขณะที่นางสาวกัลยรัตน์ มองว่า การได้รับการสนับสนุนเป็นเพียงส่วนหนึ่ง นักกีฬาเองก็ต้องมีวินัยและความรับผิดชอบในการบริหารเวลาเช่นกัน
“ถึงเราจะเป็นนักกีฬา แต่การเรียนก็ทิ้งไม่ได้ ต้องบริหารเวลาให้สมดุล เพราะการศึกษาก็สำคัญต่ออนาคต หนูขอบคุณมหาวิทยาลัย คณะ และอาจารย์ที่ให้โอกาสและสนับสนุนมาตลอด” นางสาวกัลยรัตน์ กล่าว
นอกจากการบริหารเวลาให้การเรียนและการฝึกซ้อมเดินไปพร้อมกันแล้ว การเลือกศึกษาต่อด้านรัฐประศาสนศาสตร์ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งของการวางแผนอนาคต เพราะเป็นศาสตร์ที่เปิดโอกาสทางอาชีพได้หลากหลาย ทั้งในหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนงานด้านการบริหารและการจัดการในองค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะเส้นทางการรับราชการ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่สามารถสร้างความมั่นคงในระยะยาว และรองรับการวางแผนชีวิตภายหลังสิ้นสุดเส้นทางนักกีฬาอาชีพ
นางสาววริศรา ยังมองไปถึงโอกาสเล่นลีกต่างประเทศ และต้องการเดินไปบนเส้นทางนักกีฬาให้ไกลที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องการสำเร็จการศึกษาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ชีวิตในวันที่อาชีพนักกีฬาเดินมาถึงจุดเปลี่ยน
ตั๋วโอลิมปิกคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง
การได้สิทธิ์ไปแข่งขันโอลิมปิก 2028 อาจดูเหมือนเป้าหมายใหญ่ที่ทีมไทยทำสำเร็จแล้ว แต่สำหรับนักกีฬาทั้งสองคน นี่กลับเป็นเพียงการเปิดประตูเข้าสู่บททดสอบที่ยากกว่าเดิม เพราะคู่แข่งที่รออยู่บนเวทีโอลิมปิกล้วนเป็นทีมระดับสูงของโลก และช่วงเวลาประมาณ 2 ปีนับจากนี้จะเป็นช่วงสำคัญของการยกระดับศักยภาพทั้งทางร่างกาย เทคนิค และสภาพจิตใจ
“จากเดิมที่เราซ้อม 100 ก็อาจต้องเพิ่มเป็น 200 หรือ 300 เพราะโอลิมปิกเป็นการแข่งขันระดับสูงมาก เหลือเวลาอีกประมาณ 2 ปี ซึ่งคิดว่าเวลาจะผ่านไปเร็วมาก หนูจึงต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายให้ได้” นางสาววริศรา กล่าวถึงเส้นทางข้างหน้า
ขณะที่นางสาวกัลยรัตน์ตั้งเป้าพัฒนาเกมรับ การอ่านเกม และทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของตนเอง
“การได้สิทธิ์ไปโอลิมปิกยังไม่ใช่ปลายทาง เราต้องพัฒนาตัวเองต่อ ทุกสกิลต้องดีขึ้น เพราะทีมที่ไปแข่งขันโอลิมปิกล้วนแข็งแกร่งมาก ช่วงสองปีจากนี้ทุกคนต้องมุ่งมั่นและเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด” นางสาวกัลยรัตน์ เผย
หากมองย้อนกลับไปจากวันที่ทั้งสองคนเริ่มจับลูกวอลเลย์บอล จนถึงวันที่ได้ร่วมฉลองแชมป์เอเชียกับทีมชาติไทย เส้นทางนี้อาจบอกได้ว่า “ศักยภาพ” ไม่ได้หมายถึงความเก่งที่ติดตัวมาตั้งแต่ต้น แต่คือความสามารถในการมองเห็นว่าตัวเองยังไปได้ไกลกว่าเดิม และยอมลงมือพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับนางสาววริศราและนางสาวกัลยรัตน์ เสียงนกหวีดจบเกมในรอบชิงชนะเลิศชิงแชมป์เอเชีย จึงไม่ใช่เสียงปิดฉากของความสำเร็จ แต่คือเสียงเริ่มต้นการนับถอยหลังสู่ โอลิมปิก 2028 และอีกประมาณ 2 ปีข้างหน้า โลกจะได้เห็นว่า สองนักกีฬารุ่นใหม่จากรั้ว DPU จะสามารถปลุกศักยภาพของตัวเองไปได้ไกลเพียงใดบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตนักกีฬา
“ถ้ามีความฝัน ต้องตั้งเป้าหมายแล้วพยายามทำให้ได้ ระหว่างทางอาจมีวันที่ท้อหรือยังทำไม่ได้อย่างที่คิด แต่ต้องหาวิธีและพัฒนาตัวเองต่อไป เพราะเมื่อเรารู้ว่าต้องการไปถึงตรงไหน เป้าหมายนั้นจะผลักดันให้เราแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้มากที่สุด” นางสาวกัลยรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย
ผู้สนใจค้นหาข้อมูลหลักสูตร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เพิ่มเติมได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-public-administration
อัลบั้มภาพ 6 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี






