มือแห้งแตกลอก ทาโลชั่นเท่าไหร่ก็ไม่หาย! หมอเปิด 6 นิสัยทำผื่นอักเสบกำเริบ

มือแห้งแตกลอก ทาโลชั่นเท่าไหร่ก็ไม่หาย! หมอเปิด 6 นิสัยทำผื่นอักเสบกำเริบ

มือแห้งแตกลอก ทาโลชั่นเท่าไหร่ก็ไม่หาย! หมอเปิด 6 นิสัยทำผื่นอักเสบกำเริบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

มือแห้งแตกลอก ทาโลชั่นเท่าไหร่ก็ไม่หาย! หมอชี้ 6 พฤติกรรมเสี่ยงทำ "ผื่นคันผิวหนังอักเสบ" กำเริบ

เมื่อเข้าสู่ช่วงอากาศเย็นหรือช่วงเปลี่ยนฤดู หลายคนมักเผชิญปัญหามือแห้ง ลอก หรือแตกระดับที่สัมผัสโดนน้ำแล้วรู้สึกเจ็บแสบ แม้จะพยายามทาครีมบำรุงแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น

พญ.หลินอวิ๋นเซวียน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จากไต้หวัน ชี้ว่า อาการดังกล่าวอาจไม่ใช่แค่ผิวแห้งจากอากาศเย็น แต่เป็นสัญญาณของโรคผื่นคันผิวหนังอักเสบที่บริเวณมือ (Hand Eczema) ซึ่งหากยังมีพฤติกรรมทำลายเกราะป้องกันผิว ต่อให้ทาครีมบำรุงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถช่วยได้

6 พฤติกรรมทำร้ายผิว ที่ทำให้อาการอักเสบเรื้อรัง

สาเหตุที่โรคผื่นคันผิวหนังอักเสบที่มือมักเป็นๆ หายๆ เกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ทำลายเกราะป้องกันผิวโดยไม่รู้ตัว ได้แก่ การล้างมือบ่อยเกินไป, การล้างจานหรือสัมผัสโดนน้ำเป็นประจำ, การสัมผัสผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโดยตรง, การใส่น้ำยางหรือถุงมือทำงานเป็นเวลานาน, การไม่เช็ดมือให้แห้งสนิทหลังล้างมือ และการรอให้ผิวแตกก่อนจึงค่อยเริ่มทาโลชั่นบำรุง

นอกจากผู้ที่มีภาวะผื่นแพ้ผิวหนังเป็นโรคประจำตัวแล้ว การสัมผัสคราบน้ำ สบู่ หรือสารเคมีซ้ำๆ ยังก่อให้เกิดการระคายเคือง ขณะที่บางรายอาจเกิดอาการแพ้สารหอม ระเบียบสารกันเสีย หรือยางธรรมชาติในถุงมือ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเกิดขึ้นพร้อมกันจนทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น

วิธีดูแลมืออย่างถูกต้อง และปริมาณการใช้ครีมบำรุงที่เหมาะสม

สำหรับการดูแลผิวอย่างถูกต้อง ควรใช้น้ำอุ่นอุณหภูมิห้องในการล้างมือ หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด และเช็ดมือให้แห้งสนิททุกครั้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้ว ส่วนการเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ควรเลือกชนิดปราศจากน้ำหอม มีส่วนผสมที่อ่อนโยน และควรทาบำรุงอย่างน้อยเช้า-เย็น หรือทาทันทีหลังล้างมือทุกครั้ง

การทาครีมบำรุงที่ได้ประสิทธิภาพ ควรใช้ปริมาณ 2 ข้อนิ้ว (Fingertip Unit) ต่อมือหนึ่งข้าง โดยทาให้ทั่วทั้งฝ่ามือ ซอกนิ้ว และปลายเล็บ นอกจากนี้ หากต้องทำความสะอาดหรือสัมผัสน้ำ ควรสวมถุงมือป้องกัน และสวมถุงมือผ้าฝ้ายไว้ข้างในหากต้องใส่นานเกิน 15 นาที รวมถึงควรงดการสูบบุหรี่เนื่องจากมีผลทำให้โรคผิวหนังอักเสบมีความรุนแรงมากขึ้น

iStockphoto

สัญญาณเตือนที่ควรรีบพบแพทย์ผิวหนัง

หากผิวเริ่มมีอาการอักเสบ รอยแดง หรือลอกเป็นแผล การทาครีมบำรุงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาทาหรือการฉายแสง โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการแย่ลงขณะทำงานแต่ดีขึ้นในวันหยุด หรือมีอาการแพ้ถุงมือบางชนิด ควบคู่กับการเปลี่ยนยาทาแล้วยังไม่หายดี ควรีบพบแพทย์ผิวหนังเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล