แทบจำสภาพเดิมไม่ได้! เปิดภาพมุมสูงหุบเขาเนปาล หลังมวลน้ำมหึมาซัดผ่าน

แทบจำสภาพเดิมไม่ได้! เปิดภาพมุมสูงหุบเขาเนปาล หลังมวลน้ำมหึมาซัดผ่าน

แทบจำสภาพเดิมไม่ได้! เปิดภาพมุมสูงหุบเขาเนปาล หลังมวลน้ำมหึมาซัดผ่าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดภาพโดรนหุบเขาเนปาล หลังน้ำ-โคลนถล่มครั้งใหญ่ กระทบด่านสำคัญชายแดนจีน–เนปาล พริบตาเปลี่ยนโฉม จำแทบไม่ได้!

สำนักข่าวซินหัวเผยภาพถ่ายมุมสูงจากโดรน แสดงความเสียหายภายในหุบเขาของเนปาล หลังเกิดโคลนถล่มและน้ำหลากรุนแรงบริเวณชายแดนจีน–เนปาล เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ภายในภาพมองเห็นกองดินโคลนจำนวนมหาศาล รวมถึงร่องทางน้ำขนาดใหญ่ที่พาดผ่านพื้นที่จนสภาพภูมิประเทศเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ภาพถ่ายมุมสูงก่อนเกิดภัยพิบัติบริเวณชายแดนจีน–เนปาล

ภัยพิบัติครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ทั้งสองฝั่งชายแดน รวมถึงด่านจี๋หลง ในอำเภอจี๋หลง เมืองรื่อคาเจ๋อ เขตปกครองตนเองซีจ้าง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางบกสำคัญด้านการค้าและการเดินทางระหว่างจีนกับเนปาล

ภาพถ่ายมุมสูงจากโดรนบันทึกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 แสดงกองดินโคลนและเส้นทางน้ำขนาดใหญ่ภายในหุบเขาของเนปาล หลังเกิดภัยพิบัติบริเวณชายแดนจีน–เนปาล

มวลดิน น้ำ และเศษซากไหลทะลักข้ามพื้นที่ชายแดน

รายงานระบุว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อมวลน้ำ ดินโคลน และเศษซากจำนวนมากไหลลงมาตามแนวหุบเขา ก่อนเคลื่อนตัวเข้าสู่ชุมชนและพื้นที่โครงสร้างพื้นฐานตลอดเส้นทาง กระแสน้ำที่รุนแรงพัดทำลายอาคาร ถนน สะพาน และสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง ส่งผลให้บางพื้นที่ถูกตัดขาดและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าถึงได้ยาก

ภาพจากมุมสูงเผยให้เห็นขอบเขตความเสียหายที่กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง พื้นดินหลายส่วนถูกปกคลุมด้วยโคลน ขณะที่แนวทางน้ำขยายตัวจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจำนวนมากทั้งในเนปาลและพื้นที่ใกล้ด่านจี๋หลงของจีน

 

ด่านจี๋หลงเสียหาย กระทบเส้นทางเชื่อมจีน–เนปาล

ด่านจี๋หลงตั้งอยู่บริเวณชายแดนจีน–เนปาล และมีความสำคัญต่อการขนส่งสินค้า การค้า และการเดินทางระหว่างสองประเทศ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้กระทบเฉพาะชุมชนในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อข้ามพรมแดนด้วย

ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่เพื่อค้นหาผู้สูญหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และตรวจสอบความเสี่ยงจากธรณีพิบัติภัยตามแนวลาดเขาและเส้นทางสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภูมิประเทศที่สูงชัน ถนนได้รับความเสียหาย และโคลนที่ทับถมเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานอย่างมาก

เร่งค้นหาผู้สูญหาย ท่ามกลางความเสี่ยงภัยซ้ำ

ข้อมูลจากซินหัว ณ ช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคม 2569 ระบุเฉพาะสถานการณ์ฝั่งด่านจี๋หลงของจีนว่า พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ราย และยังมีผู้สูญหาย 554 ราย ขณะที่ตัวเลขความเสียหายจากภัยพิบัติในเนปาลยังอยู่ระหว่างการรวบรวมและเปลี่ยนแปลงตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหา

เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนความรุนแรงของภัยธรรมชาติในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัย ซึ่งสามารถส่งผลกระทบข้ามพรมแดนได้ในเวลาอันรวดเร็ว ภารกิจเร่งด่วนจึงยังคงเป็นการค้นหาผู้สูญหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และเฝ้าระวังความเสี่ยงจากดินถล่มหรือน้ำหลากซ้ำในพื้นที่โดยรอบ

ภาพจาก: สำนักข่าวซินหัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล