คณะศิลปศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนศ.สายภาษา ส่งล่ามอาสา OTOP ลงสนามจริง เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

คณะศิลปศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนศ.สายภาษา ส่งล่ามอาสา OTOP ลงสนามจริง เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

คณะศิลปศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนศ.สายภาษา ส่งล่ามอาสา OTOP ลงสนามจริง เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้าพัฒนาศักยภาพนักศึกษาสายภาษาให้พร้อมสู่การทำงานจริง ผ่านความร่วมมือกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ส่งนักศึกษาลงสนามปฏิบัติหน้าที่ล่ามอาสาในงาน OTOP ระดับชาติอย่างต่อเนื่อง เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาใช้ทักษะภาษาในสถานการณ์จริง เรียนรู้การนำเสนอสินค้า การเจรจาธุรกิจ การดูแลคู่ค้าต่างชาติ และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมมีส่วนสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการสื่อสารกับคู่ค้าต่างประเทศและต่อยอดโอกาสทางการค้า

ความร่วมมือเริ่มจากการส่งนักศึกษาหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจกว่า 40 คน จากรายวิชา ZH370 ล่ามภาษาจีน เข้าปฏิบัติหน้าที่ในงาน “OTOP Next Inspiration ไทยช่วยไทย สร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาไทย สู่ระดับสากล” ระหว่างวันที่ 20–28 มิถุนายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยนักศึกษาทำหน้าที่ต้อนรับและสื่อสารกับลูกค้าชาวจีน แนะนำรายละเอียดสินค้า ช่วยผู้ประกอบการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสนับสนุนการสื่อสารระหว่างการเจรจาซื้อขาย หลังเสร็จสิ้นภารกิจนักศึกษาได้รับประกาศนียบัตรจากกรมการพัฒนาชุมชน
3_0
จากผลตอบรับของการปฏิบัติงานในครั้งแรก คณะศิลปศาสตร์ได้ต่อยอดความร่วมมือสู่ภารกิจล่ามอาสารุ่นที่ 2 ในงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ระหว่างวันที่ 8–16 สิงหาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยขยายการมีส่วนร่วมสู่นักศึกษาจากหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ ภาษาอังกฤษธุรกิจ และภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ เอกภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ล่ามในกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เชื่อมการสื่อสารระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าต่างชาติ

นักศึกษามีบทบาทตั้งแต่การต้อนรับคู่ค้า การอธิบายข้อมูลและคุณค่าของสินค้า การถ่ายทอดรายละเอียดด้านผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปจนถึงการสนับสนุนการเจรจาทางการค้า ซึ่งทำให้การเรียนภาษาขยายจากการฝึกทักษะในห้องเรียนไปสู่การใช้งานในบริบททางธุรกิจที่มีคู่สนทนา เป้าหมาย และสถานการณ์แตกต่างกันจริง
yy
หนึ่งในกระบวนการสำคัญของหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คือการนำองค์ความรู้จากรายวิชาล่ามภาษาจีนธุรกิจมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ต้องใช้ทั้งทักษะการฟัง การจับประเด็น การถ่ายทอดสาร การเลือกใช้ศัพท์ทางธุรกิจ และการปรับรูปแบบการสื่อสารให้เหมาะสมกับผู้ประกอบการและคู่ค้าต่างชาติแต่ละราย ขณะเดียวกันยังต้องเรียนรู้ศัพท์เฉพาะจากหน้างานและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า

อาจารย์จุฑามาศ ลิมศุภนาค หัวหน้าหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การนำผู้เรียนออกจากห้องเรียนไปทำงานร่วมกับผู้ประกอบการและลูกค้าต่างชาติ เป็นกระบวนการที่ช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านภาษาให้กลายเป็นทักษะวิชาชีพ นักศึกษาจะได้เห็นว่าความรู้ที่เรียนสามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่การต้อนรับลูกค้า การอธิบายสินค้า ไปจนถึงการช่วยประสานการเจรจาธุรกิจ
dd
“เมื่อนักศึกษาได้ลงสนามจริง เขาจะเห็นทันทีว่าความรู้ที่เรียนมาสามารถนำไปใช้ในการทำงานอย่างไร ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยสร้างความมั่นใจ ทำให้นักศึกษาเห็นศักยภาพของตนเองมากขึ้น และเข้าใจมาตรฐานการทำงานที่ตลาดต้องการ ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้ศัพท์เฉพาะและการแก้ปัญหาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากจากการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว” อาจารย์จุฑามาศ กล่าว

สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษธุรกิจ ได้เตรียมความพร้อมนักศึกษาก่อนลงพื้นที่ผ่านการจัดทำ “คลังคำศัพท์” (Glossary) ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าศิลปาชีพ ผ้าไทย งานหัตถกรรม และงานคราฟต์ ตลอดจนสำนวนที่ใช้ในการนำเสนอสินค้า การเจรจาซื้อขาย และการสื่อสารทางธุรกิจ เพื่อให้นักศึกษาสามารถถ่ายทอดรายละเอียด คุณค่า และความประณีตของสินค้าไทยให้คู่ค้าต่างชาติเข้าใจได้อย่างเหมาะสม
gg
ด้าน ดร.สกลกานต์ อินทร์ไทร หัวหน้าหลักสูตรภาษาอังกฤษธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การเป็นล่ามในกิจกรรมเจรจาธุรกิจต้องอาศัยมากกว่าความสามารถด้านภาษา เพราะผู้ปฏิบัติงานต้องเข้าใจบริบทของสินค้า รู้จักเลือกใช้คำ และสามารถเชื่อมความเข้าใจระหว่างผู้ประกอบการกับคู่ค้าต่างชาติได้ การเตรียมคำศัพท์เฉพาะและฝึกสถานการณ์จำลองก่อนลงพื้นที่จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้นักศึกษามีความพร้อมเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์จริง

ขณะที่ อาจารย์ปองพล สวนศรี หัวหน้าหลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ เอกภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า จากประสบการณ์การปฏิบัติงานพบว่าล่ามภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลียังเป็นที่ต้องการในกิจกรรมเจรจาธุรกิจ การส่งนักศึกษาเข้าสู่พื้นที่ปฏิบัติงานจึงสอดคล้องกับแนวคิด Demand-driven Curriculum ที่นำความต้องการของตลาดมาเชื่อมกับการออกแบบประสบการณ์ให้แก่ผู้เรียน
mm
การลงพื้นที่ทำให้นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีได้ฝึกทั้งการล่าม การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม การปรับตัว และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมเรียนรู้ว่าบุคลากรสายภาษามีบทบาทมากกว่าการถ่ายทอดคำพูด เพราะยังเป็นตัวกลางในการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมั่น และโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าจากต่างประเทศ

นางสาวณัฐสุดา ศรีจุ้ย นักศึกษาหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์หนึ่งในผู้ร่วมปฏิบัติหน้าที่ล่าม กล่าวว่า การทำงานในงาน OTOP ทำให้มีโอกาสใช้ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ พร้อมช่วยผู้ประกอบการนำเสนอสินค้าและสนับสนุนการขายจนประสบความสำเร็จ เป็นประสบการณ์ที่สร้างความภาคภูมิใจและเพิ่มความมั่นใจในการนำองค์ความรู้จากห้องเรียนมาประยุกต์ใช้จริง
oo
“การทำหน้าที่ครั้งนี้ทำให้ได้ฝึกทั้งภาษาจีน การสื่อสาร และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้เห็นว่าทักษะที่เรียนมาสามารถช่วยผู้ประกอบการและนำไปใช้ในการทำงานได้จริง ทำให้มีความมั่นใจและเห็นภาพการทำงานในอนาคตของตัวเองมากขึ้น” นางสาวณัฐสุดา กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจหลักสูตรของ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ค้นหาข้อมูลได้ที่ https://www.dpu.ac.th/th/faculty-of-arts 

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ

อัลบั้มภาพ 7 ภาพ ของ คณะศิลปศาสตร์ DPU ปลุกศักยภาพนศ.สายภาษา ส่งล่ามอาสา OTOP ลงสนามจริง เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล