หมอแชร์ 3 วิธีจับผิด "ผักกาดขาว" ปนเปื้อนสารเคมี หลังคลิปแฉแช่ "ฟอร์มาลิน" ขนส่งจากจีน

แฉ “ผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลิน” สะเทือนจีน หมอเปิดวิธีสังเกต เลือกซื้อผักอย่างไรให้ปลอดภัย
คลิปผักกาดขาวถูกจุ่มลงในสารละลายก่อนขนส่ง กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยทางอาหารที่สร้างความกังวลไปทั่วจีน หลังทางการอำเภอคังเป่า มณฑลเหอเป่ย์ ยืนยันว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นจริง และเป็นการใช้ฟอร์มาลดีไฮด์เพื่อชะลอการเน่าเสียอย่างผิดกฎหมาย
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เพียงทำให้ผู้บริโภคตั้งคำถามว่า ผักล็อตที่มีปัญหาถูกส่งไปที่ใดบ้าง แต่ยังทำให้หลายคนกลับมาตรวจสอบวิธีเลือกซื้อผักของตัวเองอีกครั้ง โดยเฉพาะผักที่ดูสด สวย และเก็บได้นานผิดปกติ
อย่างไรก็ตาม การมองด้วยตา ดมกลิ่น หรือสังเกตคราบต่าง ๆ เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันได้ว่าผัก “ปลอดสาร” อย่างแท้จริง การตรวจหาสารปนเปื้อนอย่างแน่นอนต้องอาศัยชุดทดสอบหรือการวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ
คลิปแฉผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลิน ทางการจีนยืนยันเหตุการณ์จริง
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 หลังบล็อกเกอร์ด้านสิ่งแวดล้อมเผยแพร่คลิปจากพื้นที่อำเภอคังเป่า เมืองจางเจียโข่ว มณฑลเหอเป่ย์ ภายในคลิปปรากฏภาพการนำผักกาดขาวไปจุ่มสารละลายที่ถูกระบุว่าเป็นฟอร์มาลดีไฮด์ ก่อนนำขึ้นรถบรรทุกเพื่อส่งไปจำหน่าย
หลังคลิปถูกเผยแพร่ หน่วยงานด้านการเกษตร การกำกับดูแลตลาด และตำรวจของคังเป่าได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ ทางการยืนยันเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ในคลิปเป็นเรื่องจริง และเป็นการกระทำของผู้รับซื้อที่ใช้สารดังกล่าวเพื่อรักษาสภาพผักระหว่างการขนส่ง
เจ้าหน้าที่ดำเนินมาตรการทางกฎหมายกับบุคคลและยานพาหนะที่เกี่ยวข้อง พร้อมติดตามเส้นทางของผักตั้งแต่จุดรับซื้อ การขนส่ง ไปจนถึงตลาดปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าที่อาจมีปัญหาไปถึงมือผู้บริโภค

จีนสั่งตรวจผักเน่าเสียง่าย ขยายผลจากผู้ค้ารายเดียวสู่ทั้งระบบ
กรณีนี้ได้รับความสนใจจากหน่วยงานระดับชาติของจีน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยด้านอาหารแห่งคณะรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและกิจการชนบท และสำนักงานบริหารการกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐ
หน่วยงานเหล่านี้สั่งให้ท้องถิ่นเร่งติดตามผักกาดขาวที่เกี่ยวข้อง พร้อมดำเนินการสุ่มตรวจผักกาดขาวและผักสดที่เน่าเสียง่ายในพื้นที่ต่าง ๆ หากพบการใช้สารต้องห้ามหรือการฝ่าฝืนมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด
ทั้งนี้ ยังไม่ควรนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ค้าบางรายไปสรุปว่าผักกาดขาวจากจีนทั้งหมดมีฟอร์มาลิน เพราะตลาดหลายแห่งได้สุ่มตรวจสินค้าและมีบางพื้นที่รายงานว่าไม่พบสารผิดกฎหมาย ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การติดตามผักล็อตที่เกี่ยวข้องและตรวจสอบว่ามีพฤติกรรมเช่นเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่
อย.ไทยตรวจผักนำเข้าและในประเทศ ยังไม่พบฟอร์มาลินในตัวอย่างที่เก็บตรวจ
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เปิดเผยเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ว่า ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจผักนำเข้าตามด่านอาหารและยา พร้อมสุ่มตรวจผักกาดขาวที่วางจำหน่ายในประเทศไทย หลังรับทราบข่าวการใช้ฟอร์มาลินกับผักกาดขาวในจีน
ผลตรวจเบื้องต้นจากด่านอาหารและยา 3 แห่ง ครอบคลุมผัก 22 ตัวอย่าง รวมถึงการตรวจผักกาดขาวจากตลาดค้าส่งอีก 20 ตัวอย่าง แบ่งเป็นผักนำเข้า 11 ตัวอย่าง และผักที่ผลิตในประเทศ 9 ตัวอย่าง ไม่พบการปนเปื้อนฟอร์มาลินในตัวอย่างที่ตรวจทั้งหมด
ผลดังกล่าวสะท้อนเฉพาะตัวอย่างที่เก็บตรวจ ณ เวลานั้น ไม่ได้หมายความว่าจะรับรองผักทุกชิ้นในตลาดได้ทั้งหมด อย. จึงยังคงเฝ้าระวังและกำหนดให้ตัวอย่างที่มีข้อสงสัยต้องส่งตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ พร้อมควบคุมสินค้าที่เกี่ยวข้องทันที

ฟอร์มาลินกับฟอร์มาลดีไฮด์ต่างกันอย่างไร?
ฟอร์มาลดีไฮด์ คือสารเคมีที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ส่วนคำว่า ฟอร์มาลิน โดยทั่วไปหมายถึงสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์ในน้ำ สารนี้มีประโยชน์ในทางการแพทย์ งานฆ่าเชื้อ และภาคอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาแช่ พ่น หรือใช้รักษาความสดของอาหารในประเทศไทย
หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้ระคายเคืองปาก คอ และระบบทางเดินอาหาร รวมถึงคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือท้องเสีย และหากได้รับในปริมาณมากอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงได้
องค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ หรือ IARC จัดฟอร์มาลดีไฮด์ไว้ในกลุ่ม 1 หรือสารที่มีหลักฐานว่าสามารถก่อมะเร็งในมนุษย์ อย่างไรก็ตาม การจัดกลุ่มนี้หมายถึงความสามารถของสารในการก่อมะเร็ง ไม่ได้หมายความว่าการสัมผัสทุกครั้งหรือทุกปริมาณจะทำให้เกิดมะเร็งทันที
3 จุดสังเกตผักกาดขาวก่อนซื้อ ช่วยคัดกรองความผิดปกติเบื้องต้น
1. สดสวยผิดธรรมชาติ ต้องพิจารณาร่วมกับปัจจัยอื่น
ควรเลือกผักที่มีสีตามธรรมชาติ ใบสดแต่ไม่แข็งหรือกรอบผิดปกติ ไม่มีส่วนเน่า ช้ำ หรือขึ้นรา หากผักดูสดเกินปกติทั้งที่ผ่านการขนส่งเป็นเวลานาน อาจสอบถามผู้ขายถึงแหล่งที่มาและวันที่รับสินค้าเพิ่มเติม
การมีรอยแมลงกัดอยู่บ้างอาจเป็นข้อมูลประกอบการเลือก แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าผักปลอดสารกำจัดศัตรูพืชได้ เช่นเดียวกับผักที่ไม่มีรอยแมลงก็ไม่ได้แปลว่ามีสารตกค้างเสมอไป จึงไม่ควรตัดสินจากรูปลักษณ์เพียงอย่างเดียว
2. มีกลิ่นฉุนหรือกลิ่นสารเคมีผิดปกติ ควรงดซื้อ
ผักสดตามธรรมชาติมักมีกลิ่นเขียวอ่อน ๆ หรือกลิ่นดิน หากได้กลิ่นฉุน แสบจมูก หรือกลิ่นคล้ายสารเคมีที่ไม่ควรอยู่ในอาหาร ควรหลีกเลี่ยงและแจ้งผู้ขายให้ตรวจสอบสินค้า
ไม่ควรยกผักขึ้นดมใกล้จมูกหรือสูดกลิ่นแรง ๆ เพื่อทดสอบ เพราะอาจได้รับไอระเหยโดยไม่จำเป็น ที่สำคัญ การไม่มีกลิ่นผิดปกติก็ไม่ได้รับรองว่าไม่มีสารปนเปื้อน เนื่องจากสารอาจมีปริมาณต่ำหรือกลิ่นจางลงแล้ว
3. พลิกดูโคนและซอกใบ ระวังคราบหรือสีที่ผิดธรรมชาติ
กรณีที่ปรากฏในคลิปมีการนำส่วนโคนของผักกาดขาวไปสัมผัสสารละลาย ผู้บริโภคจึงควรพลิกดูบริเวณโคน ก้าน และซอกใบ หากพบของเหลวตกค้าง คราบผิดปกติ สีเปลี่ยน เนื้อผักเปื่อย หรือมีกลิ่นฉุน ควรงดซื้อ
อย่างไรก็ตาม คราบสีขาวบนผักไม่ได้หมายถึงสารเคมีเสมอไป เพราะอาจเกิดจากดิน แร่ธาตุ ไขธรรมชาติ หรือความชื้นที่แห้งติดผิวได้ หากไม่แน่ใจควรเลือกชิ้นอื่น ซื้อจากร้านที่อธิบายแหล่งที่มาได้ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เก็บตัวอย่างตรวจแทนการคาดเดา
ซื้อผักอย่างไรให้ปลอดภัยมากขึ้น อย่าพึ่งแค่ดูด้วยตา
เลือกแหล่งขายที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
เลือกซื้อจากตลาด ร้านค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต หรือผู้ผลิตที่มีข้อมูลแหล่งเพาะปลูก ผู้บรรจุ หรือผู้นำเข้าชัดเจน ผักบรรจุถุงควรมีฉลากครบถ้วน ไม่ฉีกขาด และระบุผู้รับผิดชอบที่สามารถติดต่อได้
การตรวจสอบย้อนกลับมีความสำคัญมาก เพราะหากพบสินค้ามีปัญหา เจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามกลับไปยังแปลงปลูก โรงคัดบรรจุ หรือผู้นำเข้า และเรียกคืนสินค้าจากตลาดได้รวดเร็วกว่าผักที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
เลือกผักตามฤดูกาลและกินให้หลากหลาย
ผักตามฤดูกาลมักเจริญเติบโตได้เหมาะกับสภาพอากาศ จึงอาจช่วยลดความจำเป็นในการใช้ปุ๋ยหรือสารกำจัดศัตรูพืชบางส่วนได้ นอกจากนี้ ไม่ควรกินผักชนิดเดิมจากแหล่งเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน แต่ควรสลับชนิด สี และแหล่งซื้อให้หลากหลาย
การรับประทานผักหลายชนิดไม่เพียงช่วยให้ได้รับสารอาหารแตกต่างกัน แต่ยังช่วยกระจายความเสี่ยงจากสารตกค้างที่อาจพบเฉพาะในผักหรือแหล่งผลิตบางแห่งด้วย
อย่าหลงเชื่อคำว่า “ปลอดสาร” โดยไม่มีหลักฐาน
ไม่มีวิธีใดที่ผู้บริโภคจะมองด้วยตาแล้วรับรองได้ว่าผักไม่มีสารตกค้าง การใช้คำว่า “ผักปลอดสาร” ควรมีข้อมูลมาตรฐาน แหล่งผลิต หรือผลตรวจที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรเชื่อเพียงเพราะผักมีรอยแมลงหรือมีรูปลักษณ์ไม่สวย
แม้ผักออร์แกนิกหรือผักที่ผ่านมาตรฐานจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านกระบวนการผลิต แต่ยังต้องล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน เพราะอาจปนเปื้อนดิน ฝุ่น จุลินทรีย์ หรือสิ่งสกปรกจากการขนส่งและการวางจำหน่ายได้
วิธีล้างผักกาดขาวและผักสด ลดสารตกค้างก่อนนำไปกิน
อย. แนะนำว่า หากมีผักปริมาณไม่มาก ให้เด็ดหรือแยกใบที่ซ้อนกันออก ทิ้งใบชั้นนอกที่ช้ำหรือเสีย จากนั้นแช่ในน้ำสะอาดประมาณ 15 นาที ระหว่างแช่ให้เขย่าหรือลูบเบา ๆ แล้วล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 วินาที โดยเน้นบริเวณโคน ก้าน และซอกใบ
อีกวิธีคือใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ผักประมาณ 15 นาที หรือใช้เกลือ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ประมาณ 15 นาที จากนั้นต้องล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งก่อนนำไปปรุง
หากใช้ผลิตภัณฑ์ล้างผักและผลไม้ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. และปฏิบัติตามฉลากอย่างเคร่งครัด ไม่ควรใช้น้ำยาล้างจาน สบู่ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนล้างผัก เพราะอาจทิ้งสารตกค้างที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภค
การล้างช่วยลดสารตกค้างและจุลินทรีย์ได้ แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะกำจัดสารทุกชนิดได้หมด 100% หากผักมีกลิ่นสารเคมีชัดเจน มีของเหลวหรือคราบผิดปกติ ไม่ควรคิดว่าล้างแล้วจะปลอดภัย แต่ควรงดรับประทานและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พบผักต้องสงสัย ควรทำอย่างไร?
- หยุดรับประทานและแยกผักออกจากอาหารชนิดอื่น
- ไม่ควรดมหรือชิมเพื่อตรวจสอบสารเคมีด้วยตนเอง
- เก็บบรรจุภัณฑ์ ฉลาก ใบเสร็จ ชื่อร้าน และวันเวลาที่ซื้อไว้เป็นหลักฐาน
- ถ่ายภาพลักษณะผิดปกติของผักและข้อมูลแหล่งจำหน่าย
- แจ้งร้านค้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสายด่วน อย. 1556 เพื่อประสานการตรวจสอบ
หากรับประทานแล้วมีอาการแสบปากหรือคอ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หายใจผิดปกติ หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งแพทย์ว่ารับประทานอาหารที่สงสัยว่ามีสารเคมีปนเปื้อน และนำฉลากหรือตัวอย่างอาหารไปด้วยหากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย
ข่าวผักกาดขาวจีนเตือนอะไรผู้บริโภค?
กรณีผักกาดขาวจุ่มฟอร์มาลินในจีนเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดจากการกระทำผิดของผู้ค้าบางราย แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าผักกาดขาวทั้งหมดจากจีนหรือผักที่ขายในประเทศไทยมีปัญหาเช่นเดียวกัน ผลตรวจเบื้องต้นของ อย.ไทย ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ยังไม่พบฟอร์มาลินในผักที่สุ่มตรวจ 42 ตัวอย่าง
สิ่งที่ผู้บริโภคทำได้คือเลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ สังเกตสี กลิ่น โคน และซอกใบ หลีกเลี่ยงผักที่ผิดธรรมชาติ และล้างให้ถูกวิธีก่อนปรุงทุกครั้ง ที่สำคัญต้องไม่เข้าใจว่าผักสวย ผักมีรูแมลง หรือผักไม่มีกลิ่น คือหลักฐานยืนยันว่า “ปลอดสาร” เพราะความปลอดภัยที่แท้จริงต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการผลิต ระบบตรวจสอบ และผลวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ร่วมกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




