หายนะกลางหิมาลัย! น้ำป่ามหึมาซัดชายแดนเนปาล-ทิเบต สูญหายกว่า 400 ราย

น้ำท่วมฉับพลันชายแดนเนปาล-ทิเบต คร่าชีวิตหลายสิบ เกือบ 400 คนยังขาดการติดต่อ
เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณเทือกเขาหิมาลัย เมื่อมวลน้ำ โคลน และเศษหินไหลทะลักผ่านพื้นที่ชายแดนระหว่างเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน กวาดบ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงการผลิตไฟฟ้าเสียหายเป็นวงกว้าง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาผู้ประสบภัยท่ามกลางสภาพอากาศและการสื่อสารที่ยังเป็นอุปสรรค
เหตุน้ำท่วมฉับพลันเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยมวลน้ำไหลลงมาตามแม่น้ำโภเตโกสิ ผ่านอำเภอราซูวาทางตอนเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ ก่อนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำหลายอำเภอ รวมถึงนูวาคต ธาดิง จิตวัน กอร์ขา และพื้นที่ใกล้เคียง
ข้อมูลจากสำนักงานบริหารความเสี่ยงและจัดการภัยพิบัติแห่งชาติเนปาล หรือ NDRRMA ระบุว่า ณ ช่วงค่ำวันเดียวกัน พบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 72 รายใน 7 อำเภอ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยสื่อท้องถิ่นบางแห่งรายงานยอดที่สูงกว่านี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจสอบและระบุตัวผู้เสียชีวิต

นักท่องเที่ยว 384 คนยังขาดการติดต่อ 291 คนเป็นชาวต่างชาติ
คณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาลเปิดเผยบัญชีเบื้องต้นว่า มีนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง 384 คนยังขาดการติดต่อ ประกอบด้วยชาวต่างชาติ 291 คน และชาวเนปาล 93 คน รายชื่อดังกล่าวรวบรวมจากบริษัทท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่นำคณะเดินทางผ่านเส้นทางชายแดนราซูวาคธี-จีหรง
ผู้เดินทางหลายคนกำลังมุ่งหน้าไปแสวงบุญที่เขาไกรลาสและทะเลสาบมานสโรวาร์ในทิเบต ในจำนวนชาวต่างชาติที่ยังติดต่อไม่ได้ มีทั้งชาวอินเดีย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร มาเลเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และเนเธอร์แลนด์
อย่างไรก็ตาม ทางการเนปาลย้ำว่า คำว่า “สูญหาย” ในบัญชีเบื้องต้นหมายถึงบุคคลที่ยังไม่สามารถติดต่อหรือยืนยันตำแหน่งได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนถูกกระแสน้ำพัดหายไป เนื่องจากเส้นทางและเครือข่ายโทรศัพท์ในพื้นที่ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงขอให้ครอบครัวรอผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
หมู่บ้านและสะพานถูกซัดหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายคนยังติดต่อไม่ได้
กระแสน้ำที่เต็มไปด้วยดิน โคลน ก้อนหิน และเศษวัสดุพัดผ่านชุมชนริมแม่น้ำอย่างรุนแรง พื้นที่ซยาพรูเบซี ทิมูเร และราซูวาคธี เป็นกลุ่มพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนัก อาคาร บ้านพัก จุดตรวจชายแดน สถานีตำรวจ และตลาดบางส่วนถูกน้ำพัดหรือถูกโคลนทับถม
รายงานช่วงค่ำระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและกองกำลังตำรวจติดอาวุธของเนปาลมากกว่า 30 นายยังขาดการติดต่อในพื้นที่ทิมูเร นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ศุลกากร พนักงานธนาคาร และคนงานในโครงการพลังงานน้ำอีกหลายสิบคนที่ยังไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้
กองทัพเนปาลระดมเฮลิคอปเตอร์ โดรน สุนัขค้นหา และกำลังภาคพื้นดินเข้าปฏิบัติการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจำนวนหนึ่งถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ฝนและสภาพอากาศแปรปรวนทำให้เฮลิคอปเตอร์บางเที่ยวต้องบินกลับโดยไม่สามารถลงจอดในพื้นที่เป้าหมาย
โรงไฟฟ้าเสียหาย กระทบกำลังผลิตรวมประมาณ 430 เมกะวัตต์
ภัยพิบัติครั้งนี้ยังสร้างความเสียหายต่อระบบพลังงานของเนปาล โดยการไฟฟ้าเนปาลระบุว่า โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งและโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ได้รับผลกระทบ คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 430 เมกะวัตต์ หรือราวร้อยละ 12 ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ
ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำลางตังโคลา ซึ่งมีกำลังผลิต 20 เมกะวัตต์ มีผู้ปฏิบัติงานประมาณ 60 คนยังขาดการติดต่อ บางส่วนเป็นวิศวกร พนักงานขับรถ และเจ้าหน้าที่ครัว ขณะที่คนงานอีกกลุ่มกำลังทำงานอยู่ภายในอุโมงค์ในช่วงที่เกิดเหตุ
รายงานยังระบุว่ามีชาวเกาหลีใต้รวมอยู่ในกลุ่มคนงานที่ไม่สามารถติดต่อได้ รัฐบาลเกาหลีใต้จึงประสานกับทางการเนปาลเพื่อตรวจสอบสถานะและสนับสนุนการค้นหา
ต้นเหตุน้ำท่วมอาจมาจากหินและธารน้ำแข็งถล่ม
สาเหตุที่แน่ชัดยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ข้อมูลเบื้องต้นจากภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า อาจมีก้อนหิน น้ำแข็ง และมวลดินขนาดใหญ่ถล่มลงสู่แม่น้ำเลนเดโคลา บริเวณใกล้ชายแดนเนปาล-ทิเบต จนปิดกั้นทางน้ำชั่วคราว
เมื่อน้ำสะสมอยู่ด้านหลังสิ่งกีดขวางมากขึ้น แนวกั้นตามธรรมชาติอาจพังลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลไหลลงสู่แม่น้ำโภเตโกสิและแม่น้ำตรีศูลิ ก่อนขยายความเสียหายไปยังพื้นที่ปลายน้ำ
รัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวขนาดประมาณ 4.4 ซึ่งเกิดขึ้นในวันเดียวกันอาจเกี่ยวข้องกับการถล่มครั้งนี้ แต่ยังไม่มีข้อสรุปยืนยันว่าแผ่นดินไหวเป็นตัวจุดชนวนโดยตรง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ หรือ ICIMOD กำลังวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม
ฝั่งทิเบตประกาศตอบโต้เหตุฉุกเฉินระดับสูงสุด
ฝั่งเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยโคลนถล่มกระทบท่าเรือบกจีหรง ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนและศูนย์กลางการค้าสำคัญระหว่างจีนกับเนปาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ที่ยังไม่ทราบชะตากรรม แต่ทางการจีนยังไม่ได้ประกาศจำนวนที่ชัดเจนในรายงานช่วงแรก
ทิเบตประกาศใช้มาตรการตอบโต้เหตุฉุกเฉินระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด พร้อมระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัย หน่วยแพทย์ และสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่พื้นที่ ส่วนรัฐบาลกลางจีนเปิดใช้มาตรการช่วยเหลือภัยพิบัติระดับ 2
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุ่มกำลังค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รักษาผู้บาดเจ็บ อพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำท่วมระลอกใหม่
เตือนประชาชนริมแม่น้ำอพยพขึ้นที่สูง หวั่นน้ำท่วมระลอกสอง
ทางการเนปาลแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยตามแนวแม่น้ำโภเตโกสิ ตรีศูลิ และนารายณี ให้อยู่ห่างจากตลิ่งและอพยพไปยังพื้นที่สูง เนื่องจากยังมีความกังวลว่าอาจมีดินหรือก้อนหินปิดกั้นแม่น้ำอยู่เหนือพื้นที่ประสบภัย
หากแนวกั้นดังกล่าวพังลง อาจเกิดกระแสน้ำระลอกใหม่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่าง เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามระดับน้ำและใช้ภาพดาวเทียมตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ แม้การเข้าถึงจุดต้นเหตุจะยังทำได้ยาก
ผลกระทบอาจลามไปถึงพื้นที่ปลายน้ำในอินเดีย ทางการรัฐพิหารและอุตตรประเทศจึงติดตามสถานการณ์และเตรียมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
สรุปสถานการณ์น้ำท่วมชายแดนเนปาล-ทิเบต
น้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้เป็นหนึ่งในภัยพิบัติรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบราย ขณะที่นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางเกือบ 400 คนยังขาดการติดต่อ รวมถึงเจ้าหน้าที่และคนงานในโครงการพลังงานอีกจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ได้รับการช่วยเหลือยังเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เนื่องจากการสื่อสารถูกตัดขาดและหลายพื้นที่ยังเข้าถึงไม่ได้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงต้องรอผลการวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าเกิดจากหินและธารน้ำแข็งถล่ม แผ่นดินไหว หรือปัจจัยหลายอย่างร่วมกัน
ข้อมูลอัปเดต ณ ช่วงค่ำวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตัวเลขผู้ประสบภัยอาจเปลี่ยนแปลงตามผลการค้นหาและการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี