ความจริง "ท้องฟ้า" เป็นสีอะไร? แล้วทำไมเรามองเห็นเป็นสีฟ้า-สีส้ม!

ความจริง "ท้องฟ้า" เป็นสีอะไร? แล้วทำไมเรามองเห็นเป็นสีฟ้า-สีส้ม!

ความจริง "ท้องฟ้า" เป็นสีอะไร? แล้วทำไมเรามองเห็นเป็นสีฟ้า-สีส้ม!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ไขปริศนาธรรมชาติ! ทำไม "ท้องฟ้า" ถึงเป็นสีฟ้า? แล้วทำไมช่วงอาทิตย์ตกดินถึงเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง

แค่เพียงเราเงยหน้าขึ้นมองฟ้าในวันฟ้าโปร่ง เราก็จะได้เห็นผืนฟ้าสีฟ้าครามสดใสปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ สีฟ้ากลายเป็น "สีประจำตัว" ของท้องฟ้าที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่เคยสงสัยกันไหมครับว่า ทั้งที่แสงจากพระอาทิตย์จริงๆ แล้วเป็นแสงสีขาว แต่ทำไมตาของเราถึงมองเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้าได้?

คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในสิ่งที่ตาเนื้อของเรามองไม่เห็น! เมื่อแสงอาทิตย์เดินทางผ่านเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลก แสงจะไปตกกระทบกับโมเลกุลของแก๊สต่างๆ และเกิดการกระเจิงไปรอบทิศทาง ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์นี้เรียกว่า "การกระเจิงแบบเรย์ลีย์" (Rayleigh Scattering) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่เนรมิตสีฟ้าให้กับท้องฟ้าที่เราเห็นนั่นเองครับ


แท้จริงแล้ว... แสงอาทิตย์ซ่อนไว้ด้วยหลายสเปกตรัมสี!

หลายคนอาจคิดว่าแสงอาทิตย์เป็นสีเหลืองหรือสีขาว แต่ในทางวิทยาศาสตร์ แสงสว่างที่เรามองเห็นประกอบด้วยสีสันมากมายรวมกัน ตั้งแต่สีแดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน (ฟ้า) ไปจนถึงสีม่วง โดยแต่ละสีจะมีความยาวคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไป

เมื่อแสงเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศ โมเลกุลของแก๊สไนโตรเจนและออกซิเจนจะทำหน้าที่เหมือน "สิ่งกีดขวาง" ชนิดพิเศษ โดยแสงที่มีความยาวคลื่นสั้น อย่าง แสงสีฟ้าและสีม่วง จะเกิดการชนและกระเจิงแสงออกไปได้ดีกว่าแสงที่มีความยาวคลื่นยาวอย่างสีแดงหรือสีส้มหลายเท่าตัว

ทางองค์การ NASA ได้อธิบายเสริมว่า การกระเจิงแสงสีฟ้าอย่างรุนแรงนี้เองที่ทำให้แสงสีฟ้าฟุ้งกระจายไปทั่วทุกทิศทางบนท้องฟ้า เมื่อมองขึ้นมาจากพื้นดิน เราจึงเห็นแสงสีฟ้ามาจากทั่วทุกมุมฟ้า ไม่ได้มาจากทิศทางของดวงอาทิตย์เพียงจุดเดียว


ทำไมถึงเห็นเป็น "สีฟ้า" ไม่ใช่ "สีม่วง"?

หากวัดกันตามหลักฟิสิกส์ แสงสีม่วงมีความยาวคลื่นสั้นกว่าสีฟ้า จึงควรจะกระเจิงได้ดีกว่าใช่ไหมครับ? แต่เหตุผลที่เราเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้ามากกว่าสีม่วง มีอยู่ 2 ปัจจัยหลักคือ:

  • ดวงอาทิตย์ปล่อยแสงสีม่วงออกมาน้อยกว่า: ในสเปกตรัมแสงอาทิตย์ มีปริมาณความเข้มของแสงสีฟ้าสูงกว่าสีม่วงตั้งแต่แรก
  • ดวงตาของมนุษย์ตอบสนองต่อสีฟ้าได้ดีกว่า: เซลล์รับแสงในตาของเรามีความไวต่อแสงสีฟ้ามากกว่าแสงสีม่วง สมองจึงประมวลผลออกมาเป็นสีฟ้าครามอย่างที่เราเห็น

นอกจากนี้ ในวันที่ชั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยฝุ่น ควัน หรือละอองน้ำสูง การกระเจิงของแสงจะเปลี่ยนรูปแบบไป จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมในวันที่หมอกควันหนาแน่น เราถึงมองเห็นท้องฟ้ากลายเป็นสีขาวหม่นแทนสีฟ้าสดใสนั่นเองครับ


แล้วทำไมยาม "อาทิตย์ตกดิน" ท้องฟ้าถึงกลายเป็นสีส้มแดง?

หากท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเพราะการกระเจิงแสง แล้วทำไมช่วงรุ่งอรุณและตอนพระอาทิตย์ตกดิน ท้องฟ้ากลับเปลี่ยนเป็นสีส้ม แดง หรือทองได้อย่างน่าอัศจรรย์?

คำตอบคือ เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนลงต่ำใกล้ขอบฟ้า แสงอาทิตย์จะต้องเดินทางผ่าน ชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นขึ้นและเป็นระยะทางที่ยาวกว่าเดิม ก่อนจะมาถึงตาเรา ตลอดระยะทางอันยาวนานนี้ แสงสีฟ้าและสีม่วง (ซึ่งมีความยาวคลื่นสั้น) ถูกกระเจิงหายออกไปหมดระหว่างทางแล้ว

สิ่งที่หลงเหลือและเดินทางเจาะผ่านชั้นบรรยากาศมาถึงตาเราได้ จึงมีเพียงแสงที่มีความยาวคลื่นยาว อย่าง สีแดง สีส้ม และสีเหลือง ทำให้ดวงอาทิตย์และผืนฟ้ารอบๆ ในช่วงเย็นเนรมิตกลายเป็นสีส้มแดงอันงดงาม และยิ่งวันไหนมีฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ แสงจะยิ่งกระเจิงสะท้อนออกมาเป็นสีส้มแสดที่ทาบทับท้องฟ้าอย่างอลังการยิ่งขึ้น!

สรุป: ทั้ง "ท้องฟ้าสีฟ้า" ในยามกลางวัน และ "ท้องฟ้าสีส้มแดง" ในยามเย็น ไม่ใช่คนละเรื่องกันเลยครับ แต่เป็นผลลัพธ์จากปรากฏการณ์เดียวกัน นั่นคือการเดินทางและการกระเจิงของแสงอาทิตย์ผ่านชั้นบรรยากาศโลกที่เปลี่ยนมุมและระยะทางไปตามเวลาของวันนั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล