กินผักก็ต้องระวัง! เปิดลิสต์ 5 ผักใกล้ตัว คนเป็นโรคไต-นิ่ว ควรรู้ กินอย่างไรไม่เพิ่มเสี่ยง

เปิด 5 ผักที่ผู้ป่วยโรคไตและผู้มีนิ่ว ควรระวัง พร้อมวิธีกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์ ปลอดภัย
ผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ป่วยโรคไตหรือผู้ที่เคยเป็นนิ่วในไต การเลือกผักอาจต้องละเอียดกว่าคนทั่วไป เพราะผักบางชนิดมีออกซาเลต โพแทสเซียม หรือโปรตีนจากพืชในปริมาณที่ต้องนำมาคำนวณร่วมกับอาหารอื่นตลอดทั้งวัน
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ต้องระวัง” ไม่ได้หมายความว่าผักเหล่านี้เป็นอาหารอันตราย หรือผู้ป่วยทุกคนต้องงดโดยเด็ดขาด เนื่องจากโรคไตมีหลายระยะ ขณะที่นิ่วในไตก็มีหลายชนิด อาหารที่ต้องจำกัดจึงแตกต่างกันตามผลเลือด การทำงานของไต และคำแนะนำของแพทย์

โรคไตกับนิ่วในไต ต้องควบคุมอาหารเหมือนกันหรือไม่?
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังบางรายอาจต้องควบคุมโพแทสเซียม โซเดียม ฟอสฟอรัส โปรตีน หรือปริมาณน้ำ โดยพิจารณาจากระยะของโรคและผลตรวจเลือด ผู้ป่วยระยะแรกจำนวนมากอาจยังรับประทานผักได้ตามปกติ ขณะที่ผู้มีโพแทสเซียมในเลือดสูงอาจต้องเลือกชนิดและจำกัดปริมาณมากขึ้น
ส่วนผู้ที่เคยเป็นนิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลต อาจได้รับคำแนะนำให้ลดอาหารที่มีออกซาเลตสูง เช่น ผักโขม แต่ไม่ควรงดแคลเซียมจากอาหารเอง เพราะการได้รับแคลเซียมอย่างเหมาะสมพร้อมมื้ออาหารอาจช่วยจับออกซาเลตภายในลำไส้และลดการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้
1. ขึ้นฉ่าย ผู้มีนิ่วในไตควรกินอย่างไร?
ขึ้นฉ่ายมีน้ำ ใยอาหาร และสารอาหารหลายชนิด แต่มีออกซาเลตตามธรรมชาติ จึงเป็นผักที่ผู้มีประวัตินิ่วชนิดแคลเซียมออกซาเลตควรควบคุมปริมาณ โดยเฉพาะการกินครั้งละมากๆ หรือการนำไปปั่นเป็นน้ำผักเข้มข้น
การกินขึ้นฉ่ายเป็นส่วนประกอบในอาหารแตกต่างจากการคั้นขึ้นฉ่ายหลายก้านรวมอยู่ในเครื่องดื่มแก้วเดียว หากต้องควบคุมออกซาเลตหรือโพแทสเซียม ควรกินในปริมาณเล็กน้อยร่วมกับผักชนิดอื่น และหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายเข้มข้นทุกวันเพื่อหวังผลดีท็อกซ์
วิธีกินขึ้นฉ่ายให้ปลอดภัย
- ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร ไม่กินปริมาณมากเป็นผักหลักทุกมื้อ
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำขึ้นฉ่ายเข้มข้นเป็นประจำ
- ผู้มีนิ่วแคลเซียมออกซาเลตควรสอบถามแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสม
- ผู้ป่วยโรคไตที่มีโพแทสเซียมสูงต้องนับรวมกับอาหารชนิดอื่นตลอดวัน
2. ผักโขมมีออกซาเลตสูง ใครบ้างควรระวัง?
ผักโขมเป็นแหล่งของโฟเลต ใยอาหาร และวิตามินหลายชนิด แต่ก็เป็นผักที่มีออกซาเลตสูงอย่างชัดเจน ผู้ที่เคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตจึงไม่ควรกินครั้งละมากๆ หรือนำผักโขมจำนวนมากไปปั่นเป็นสมูทตี้อย่างต่อเนื่อง
ผักโขมปรุงสุกอาจมีปริมาณต่อถ้วยมากกว่าผักสด เพราะใบผักยุบตัวหลังผ่านความร้อน ทำให้เผลอกินได้มากขึ้น นอกจากนี้ ผักโขมยังมีโพแทสเซียม ผู้ป่วยโรคไตที่มีระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงจึงต้องระวังทั้งชนิด วิธีปรุง และขนาดของมื้อ
วิธีกินผักโขมให้ปลอดภัย
- กินในปริมาณพอเหมาะและสลับกับผักชนิดอื่น
- ต้มในน้ำแล้วเทน้ำทิ้ง อาจช่วยลดสารที่ละลายน้ำได้บางส่วน
- ไม่ดื่มสมูทตี้ผักโขมเข้มข้นเป็นประจำ หากเคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต
- ไม่ควรงดแคลเซียมจากอาหารเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อน
3. แห้ว ผู้ป่วยโรคไตกินได้ไหม?
แห้วมีเนื้อสัมผัสกรอบและมีคาร์โบไฮเดรตมากกว่าผักใบหลายชนิด แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่าการกินแห้วในปริมาณปกติทำให้ไตเสื่อมหรือไตวายโดยตรง สิ่งที่ผู้ป่วยโรคไตควรพิจารณาคือขนาดของมื้อ ปริมาณโพแทสเซียม และส่วนประกอบอื่นในเมนู
อาหารที่มีแห้วมักผ่านการผัดและเติมซอสปรุงรส หากใส่น้ำปลา ซีอิ๊ว หรือซอสสำเร็จรูปมากเกินไป โซเดียมจากเครื่องปรุงอาจเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากกว่าตัวแห้ว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง บวม หรือได้รับคำสั่งให้จำกัดเกลือ
วิธีกินแห้วให้ปลอดภัย
- กินในปริมาณพอเหมาะ ไม่ใช้เป็นส่วนประกอบหลักปริมาณมาก
- เลือกเมนูต้ม นึ่ง หรือผัดน้ำมันน้อย
- ลดน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสหอยนางรม และผงปรุงรส
- ผู้ที่ต้องจำกัดโพแทสเซียมควรสอบถามนักกำหนดอาหารถึงขนาดมื้อที่เหมาะสม
4. มะระมีผลต่อไตหรือไม่?
มะระเป็นผักที่มีใยอาหารและให้พลังงานต่ำ ยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นว่าการกินมะระเป็นอาหารในปริมาณปกติจะทำลายเซลล์ไตในคนทั่วไป ดังนั้น ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องงดมะระเพียงเพราะพบข้อความเตือนบนโลกออนไลน์
สิ่งที่ควรระวังคือการดื่มน้ำมะระหรือใช้สารสกัดเข้มข้นเพื่อหวังลดน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาอยู่ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำ ขณะที่เมนูมะระยัดไส้หรือต้มจืดอาจมีโซเดียมสูงจากน้ำซุปและเครื่องปรุง
วิธีกินมะระให้ปลอดภัย
- กินเป็นอาหารในปริมาณเหมาะสม ไม่ใช้แทนยารักษาโรค
- ลดเค็มในเมนูมะระยัดไส้และต้มจืด
- หลีกเลี่ยงน้ำมะระหรือสารสกัดเข้มข้นโดยไม่ปรึกษาแพทย์
- ผู้ป่วยเบาหวานควรติดตามระดับน้ำตาลหากกินมะระเป็นประจำ
5. ถั่วฝักยาวและถั่วงอก ผู้ป่วยโรคไตกินได้ไหม?
ถั่วฝักยาว ถั่วงอก และพืชตระกูลถั่วเป็นแหล่งของใยอาหารและโปรตีนจากพืช แต่มีสารอาหารแตกต่างกัน จึงไม่ควรถูกจัดเป็นอาหารอันตรายต่อไตทั้งหมด ในคนสุขภาพดี การรับประทานถั่วเหล่านี้ในปริมาณปกติไม่ได้ทำให้ไตต้องทำงานหนักจนเกิดไตวาย
สำหรับผู้ป่วยโรคไต ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับระยะของโรค ผู้ที่ยังไม่ได้ฟอกไตบางรายอาจต้องจำกัดโปรตีน ขณะที่ผู้ฟอกไตบางคนกลับต้องได้รับโปรตีนเพิ่ม นอกจากนี้ ถั่วบางชนิดอาจมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสที่ต้องนำมาคำนวณร่วมกับอาหารอื่น
วิธีกินถั่วให้ปลอดภัย
- ปรุงถั่วฝักยาวและถั่วชนิดต่างๆ ให้สุกทั่วถึง
- กินเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร ไม่เพิ่มทั้งถั่ว เนื้อสัตว์ และผลิตภัณฑ์โปรตีนพร้อมกันมากเกินไป
- ลดซอสและเครื่องปรุงเค็มในเมนูผัดหรือต้ม
- ผู้ป่วยโรคไตควรนับโปรตีนตามแผนอาหารที่แพทย์หรือนักกำหนดอาหารกำหนด
วิธีลดโพแทสเซียมในผักสำหรับผู้ป่วยโรคไต
ผู้ป่วยที่ได้รับคำแนะนำให้จำกัดโพแทสเซียมอาจลดปริมาณในผักบางชนิดได้ด้วยการหั่นเป็นชิ้นเล็ก แช่หรือต้มในน้ำปริมาณมาก แล้วเทน้ำทิ้งก่อนนำไปปรุงต่อ วิธีนี้อาจช่วยลดโพแทสเซียมบางส่วน แต่ไม่สามารถทำให้ผักทุกชนิดกลายเป็นอาหารโพแทสเซียมต่ำได้
ไม่ควรนำน้ำต้มผักกลับมาทำเป็นน้ำซุป เพราะโพแทสเซียมบางส่วนจะละลายอยู่ในน้ำ ขณะเดียวกัน การต้มไม่สามารถใช้ทดแทนการควบคุมขนาดมื้อได้ ผู้ป่วยจึงยังต้องกินในปริมาณตามคำแนะนำของผู้ดูแล
ผู้ป่วยโรคไตควรกินผักอย่างไรให้ปลอดภัย?
- ตรวจผลเลือดก่อนจำกัดอาหาร โดยเฉพาะระดับโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และการทำงานของไต
- กินผักให้หลากหลาย ไม่กินผักชนิดเดียวปริมาณมากติดต่อกันทุกวัน
- ควบคุมขนาดมื้อ เพราะแม้เป็นผักที่กินได้ แต่การกินมากเกินไปอาจทำให้ได้รับแร่ธาตุเกินแผน
- ลดเค็ม หลีกเลี่ยงน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส ผงปรุงรส และอาหารแปรรูป
- ระวังน้ำผักเข้มข้น เพราะผักหลายกำมืออาจถูกรวมอยู่ในเครื่องดื่มเพียงแก้วเดียว
- อย่าจำกัดน้ำด้วยตนเอง ปริมาณน้ำที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการทำงานของไต อาการบวม และการรักษา
- ปรึกษานักกำหนดอาหารโรคไต เพื่อวางเมนูให้ได้สารอาหารเพียงพอโดยไม่เพิ่มภาระต่อไต
คนเป็นนิ่วในไตควรกินผักอย่างไร?
ผู้ที่เคยเป็นนิ่วควรตรวจให้ทราบก่อนว่าเป็นนิ่วชนิดใด เพราะไม่ใช่นิ่วทุกชนิดเกิดจากออกซาเลต หากเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต แพทย์อาจแนะนำให้จำกัดอาหารที่มีออกซาเลตสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ ลดโซเดียม และรับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณเหมาะสม
การงดแคลเซียมทั้งหมดอาจไม่ช่วยป้องกันนิ่ว และในบางกรณีอาจทำให้ร่างกายดูดซึมออกซาเลตมากขึ้น ผู้ป่วยจึงไม่ควรงดนม ผลิตภัณฑ์นม หรืออาหารที่มีแคลเซียมโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สรุป 5 ผักนี้ต้องงดหรือไม่?
ขึ้นฉ่าย ผักโขม แห้ว มะระ และถั่ว ไม่ใช่ผักต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยทุกคน ผักโขมและผักที่มีออกซาเลตสูงเป็นกลุ่มที่ผู้มีนิ่วแคลเซียมออกซาเลตควรระวังเป็นพิเศษ ส่วนผู้ป่วยโรคไตควรพิจารณาโพแทสเซียม โปรตีน โซเดียม และขนาดมื้อตามผลตรวจของตนเอง
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การเลิกกินผัก แต่เป็นการเลือกชนิดให้เหมาะ กินในปริมาณพอดี ปรุงอย่างถูกวิธี และลดเครื่องปรุงเค็ม หากยังไม่ทราบว่าต้องควบคุมสารอาหารชนิดใด ไม่ควรงดอาหารจากคำเตือนทั่วไป เพราะการจำกัดมากเกินไปอาจทำให้ได้รับพลังงานและสารอาหารไม่เพียงพอได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี