บทเรียนราคาแพง สาวไลฟ์กินปลาดิบ 1 ปี อุจจาระไม่มีพยาธิ แต่ตรวจตับแล้วช็อก

บทเรียนราคาแพง สาวไลฟ์กินปลาดิบ 1 ปี อุจจาระไม่มีพยาธิ แต่ตรวจตับแล้วช็อก

บทเรียนราคาแพง สาวไลฟ์กินปลาดิบ 1 ปี อุจจาระไม่มีพยาธิ แต่ตรวจตับแล้วช็อก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สตรีมเมอร์สาวไลฟ์กินปลาดิบ ผ่านไป 1 ปี อุจจาระไม่มีพยาธิ แต่ตรวจตับแล้วช็อก ได้บทเรียนราคาแพงจนต้องออกมาเตือน

จากคอนเทนต์เรียกยอดวิว กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ต้องรักษา หลังสตรีมเมอร์สาวชาวจีนรายหนึ่ง ซึ่งโด่งดังจากการทำคลิปมุกบัง (Mukbang) รับประทานอาหาร โดยเฉพาะเมนู ปลาน้ำจืดดิบ ต้องออกมาเตือนผู้ติดตาม หลังพบว่าตัวเองติดเชื้อ พยาธิใบไม้ตับ จากพฤติกรรมการกินที่เคยทำเป็นประจำ

สตรีมเมอร์สาวนามสกุล จู (Zhu) เปิดเผยว่า เธอเริ่มทำคอนเทนต์มุกบังตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา และพบว่ายอดผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังเผยแพร่คลิปกินปลาน้ำจืดดิบ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้ชม

แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือ พฤติกรรมดังกล่าวกลับส่งผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เธอเข้ารับการตรวจจากโรงพยาบาลหลายแห่ง แต่ผลตรวจอุจจาระทั่วไปยังไม่พบไข่พยาธิ ทำให้ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ในช่วงแรก

ตรวจพบพยาธิใบไม้ตับ หลังเข้าคลินิกเฉพาะทาง

ต่อมา สตรีมเมอร์สาวได้เข้ารับการตรวจที่คลินิกเฉพาะทางด้านโรคพยาธิ แพทย์จึงวินิจฉัยว่าเธอติดเชื้อ Clonorchis sinensis หรือ พยาธิใบไม้ตับ จากผลตรวจแอนติบอดีในเลือดและภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

แพทย์อธิบายว่า การตรวจหาไข่พยาธิจากอุจจาระอาจไม่พบเชื้อในทุกกรณี เนื่องจากไข่พยาธิไม่ได้ถูกปล่อยออกมาอย่างสม่ำเสมอ จึงอาจทำให้เกิดการตรวจไม่พบและวินิจฉัยล่าช้าได้

หลังได้รับการวินิจฉัย เธออยู่ระหว่างการรักษาและรับประทานยาเพื่อกำจัดพยาธิ พร้อมออกมาเตือนผู้ติดตามว่า ควรระมัดระวังการรับประทานปลาน้ำจืดดิบ

เธอได้ลบคลิปเกี่ยวกับการกินปลาดิบทั้งหมดออกจากช่อง และประกาศว่าจะหยุดรับประทานปลาดิบในช่วงเวลาต่อไป แต่ยังคงทำคอนเทนต์มุกบังต่อ โดยจะเปลี่ยนไปนำเสนออาหารประเภทอื่นแทน

ปลาน้ำจืดดิบ

กินปลาน้ำจืดดิบ เสี่ยงติดพยาธิใบไม้ตับได้อย่างไร?

Clonorchis sinensis เป็นพยาธิชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของมนุษย์ และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคพยาธิใบไม้ตับ โดยมีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 15 ล้านคนทั่วโลก

มนุษย์สามารถติดเชื้อได้จากการรับประทาน ปลาน้ำจืดหรือกุ้งน้ำจืดที่ดิบหรือปรุงไม่สุก ซึ่งมีตัวอ่อนของพยาธิปนเปื้อนอยู่

เมื่อเข้าสู่ร่างกาย ตัวอ่อนพยาธิจะเดินทางไปอาศัยอยู่บริเวณท่อน้ำดี และสามารถสร้างความเสียหายต่อระบบทางเดินน้ำดีได้ในระยะยาว

พยาธิใบไม้ในตับ

วาซาบิ น้ำจิ้ม หรือการแช่แข็ง ฆ่าพยาธิได้จริงหรือ?

หลายคนอาจมีความเชื่อว่า การกินปลาดิบคู่กับเครื่องปรุง เช่น วาซาบิ น้ำจิ้ม ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู หรือแอลกอฮอล์ รวมถึงการแช่แข็ง สามารถช่วยกำจัดพยาธิได้

แต่ความจริงแล้ว วิธีเหล่านี้ไม่สามารถรับประกันการทำลายตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การปรุงปลาน้ำจืดและกุ้งน้ำจืดให้สุกก่อนรับประทาน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้มากที่สุด

พยาธิใบไม้ตับ อันตรายอย่างไร?

ในระยะแรก ผู้ติดเชื้อบางรายอาจไม่มีอาการ หรือมีเพียงอาการทั่วไปที่สังเกตได้ยาก เช่น

  • มีไข้
  • ปวดท้อง
  • อาหารไม่ย่อย
  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงปัญหาทางเดินอาหารทั่วไป

อย่างไรก็ตาม หากปล่อยให้ติดเชื้อเป็นเวลานาน พยาธิใบไม้ตับสามารถอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีได้นานถึง 20-30 ปี และทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบทางเดินน้ำดีอย่างต่อเนื่อง

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ท่อน้ำดีอักเสบเรื้อรัง
  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • ตับแข็ง
  • ความผิดปกติของระบบทางเดินน้ำดี
  • มะเร็งท่อน้ำดีในกรณีรุนแรง

องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer: IARC) ภายใต้องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ Clonorchis sinensis เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 (Group 1 carcinogen) ซึ่งหมายถึงมีหลักฐานยืนยันว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในมนุษย์

ใครกินปลาดิบ ควรระวังเป็นพิเศษ?

ผู้ที่มีพฤติกรรมรับประทานปลาน้ำจืดดิบ หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค ควรเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะหากมีอาการผิดปกติ เช่น

  • ปวดท้องเรื้อรัง
  • มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ

ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม

ไทยก็มีคำเตือน วัยรุ่นเป็นกันเยอะไม่รู้ตัว

เมื่อเร็วๆ นี้ จังหวัดมหาสารคามประกาศวาระเร่งด่วน หลังผลการตรวจคัดกรองสุขภาพนิสิตใหม่ปี 2569 พบอัตราการติดเชื้อ "พยาธิใบไม้ตับ" สูงจนน่าตกใจ โดยในมหาวิทยาลัยมหาสารคามพบผู้ติดเชื้อสูงถึง 33% (4,233 คน) และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามพบ 19% (380 คน) สร้างความกังวลว่าหากไม่เร่งแก้ไข เยาวชนกลุ่มนี้อาจเสี่ยงป่วยเป็น "มะเร็งท่อน้ำดี" ในอีก 15-20 ปีข้างหน้า

นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ชี้ว่าต้นเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการบริโภค "ปลาร้าดิบ" หรืออาหารจากปลาน้ำจืดที่ปรุงไม่สุก ซึ่งมักปนเปื้อนไข่พยาธิใบไม้ตับ ทั้งนี้ทางจังหวัดเตรียมมาตรการด่วน ดังนี้:

 

  • รณรงค์ร้านอาหาร: เชิญชวนร้านส้มตำและร้านอาหารเข้าร่วมอบรม เพื่อให้ความรู้เรื่องการปรุงสุกที่ปลอดภัย

  • ตราสัญลักษณ์ "ปลาร้าสุก ปลอดภัย": เตรียมให้ร้านอาหารที่ปรุงสุกถูกต้องติดป้ายรับรอง เพื่อเป็นทางเลือกสุขภาพให้กับนิสิตและประชาชน

  • มหกรรมคนอีสานรุ่นใหม่: เตรียมจัดงานอบรมในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อให้ความรู้เรื่องการป้องกันพยาธิแก่กลุ่มเยาวชน

พยาธิใบไม้ตับ ภัยร้ายที่มากับอาหาร

พยาธิใบไม้ตับไม่ได้ทำให้แค่ท้องอืดหรือเบื่ออาหารเท่านั้น แต่มันคือนักฆ่าเงียบที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดี

  • วงจรชีวิต: เริ่มจากไข่พยาธิปนเปื้อนในอุจจาระลงสู่แหล่งน้ำ - หอยกินเข้าไป - ตัวอ่อนว่ายไปไชเข้าใต้เกล็ดปลา (เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว) - คนกินปลาดิบ/สุกๆ ดิบๆ - พยาธิเจริญเติบโตในตับ

  • อาหารเสี่ยง: ก้อยปลา, ปลาส้ม, ปลาจ่อม, ปลาร้าดิบ, แจ่วบอง และอาหารที่ใส่ดินประสิวหรือหมักดอง (สารก่อมะเร็งไนโตรซามีน)

  • อาการเตือน: ท้องอืด, จุกเสียดใต้ชายโครงขวา, อ่อนเพลีย, ตัวเหลือง-ตาเหลือง (สัญญาณของท่อน้ำดีอุดตันหรือมะเร็งท่อน้ำดี)

สรุป กินปลาดิบอาจเสี่ยงกว่าที่คิด

แม้เมนูปลาน้ำจืดดิบจะได้รับความนิยมและถูกนำมาใช้ในคอนเทนต์อาหารจำนวนมาก แต่การรับประทานโดยไม่ผ่านความร้อนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาว

การปรุงอาหารให้สุก โดยเฉพาะปลาน้ำจืดและกุ้งน้ำจืด คือวิธีป้องกันที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากพยาธิและโรคแทรกซ้อนที่อาจตามมา

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล