ตกขาวก่อนมีเมนส์ปกติไหม? หมอเตือน 5 สัญญาณผิดปกติ กลิ่นคาวปลาอย่าปล่อยไว้

ตกขาวก่อนมีเมนส์ปกติไหม? หมอเตือน 5 สัญญาณผิดปกติ กลิ่นคาวปลาอย่าปล่อยไว้

ตกขาวก่อนมีเมนส์ปกติไหม? หมอเตือน 5 สัญญาณผิดปกติ กลิ่นคาวปลาอย่าปล่อยไว้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ตกขาวเยอะก่อนมีประจำเดือน? หมอเตือน 5 สัญญาณผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ กลิ่นคาวปลาเสี่ยงติดเชื้อ

สูตินรีแพทย์ จาง อวี๋ฉิน จากไต้หวัน เปิดเผยว่า ปัญหาที่มักพบได้บ่อยในคลินิกคือ สตรีหลายคนมักกังวลเรื่องตกขาวที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันก่อนมีประจำเดือน จนทำให้กางเกงชั้นในเปียกชื้น บางรายมีกลิ่นคันร่วมด้วย แต่กลับเลือกที่จะอดทนรอให้ประจำเดือนหมดไปเอง

แท้จริงแล้ว ตกขาวคือสัญญาณเตือนจากร่างกาย หากพบ "5 สัญญาณผิดปกติ" ไม่ควรนิ่งนอนใจ

เช็กอาการ! ตกขาวแบบไหนปกติ และแบบไหนคือสัญญาณเตือน

หมอจางอธิบายว่า การที่ตกขาวเยอะขึ้นก่อนมีประจำเดือนเป็นผลมาจากฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน หากตกขาวมีลักษณะ "สีขาวนมหรือใสออกเหลืองอ่อน เนื้อค่อนข้างหนืด และไม่มีกลิ่นฉุน" ถือเป็นเรื่องปกติของร่างกาย แต่หากพบ 5 อาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องระวัง

1. สีเปลี่ยนไปผิดปกติ: หากเปลี่ยนเป็นสีเทา เขียว เหลืองเข้ม หรือมีปนเลือดนอกช่วงมีประจำเดือน อาจเป็นสัญญาณของภาวะช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย หรือการติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด
2. ลักษณะคล้ายแป้งเปียกหรือชีส: ตกขาวเป็นก้อนหนาคล้ายเกล็ดนม มักเกิดจากการติดเชื้อรา ซึ่งมักกำเริบช่วงก่อนมีประจำเดือนเนื่องจากภูมิคุ้มกันลดลง มักมาพร้อมอาการแสบคันอย่างรุนแรง
3. กลิ่นเหม็นรุนแรง: หากมีกลิ่นคาวปลา กลิ่นเปรี้ยว หรือกลิ่นเหม็นเน่า โดยเฉพาะกลิ่นคาวปลาหลังการมีเพศสัมพันธ์หรือช่วงก่อน-หลังมีประจำเดือน เป็นลักษณะเด่นของภาวะช่องคลอดอักเสบจากแบคทีเรีย
4. มีอาการคันและปวดร่วมด้วย: ตกขาวเยอะร่วมกับอาการคัน แสบร้อน ปวดแสบเวลาปัสสาวะ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ เป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่ไม่ควรปล่อยไว้
5. ปริมาณมากจนต้องใช้แผ่นอนามัยทุกวัน: หากตกขาวมีปริมาณมากจนกระทบชีวิตประจำวัน อาจเกี่ยวข้องกับภาวะฮอร์โมนไม่สมดุล ติ่งเนื้อที่ปากมดลูก หรือโรคทางนรีเวชอื่นๆ

iStockphoto

อย่าปล่อยไว้ ควรรีบพบสูตินรีแพทย์

หมอจางย้ำเตือนว่า ไม่ควรรอให้ประจำเดือนหมดก่อนแล้วค่อยสังเกตอาการ หากพบความผิดปกติเหล่านี้ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล