สาวปลอมตัวเป็นเด็ก 12 ขวบ หลอกครอบครัวรับเลี้ยงกว่า 1 ปี รู้อายุจริง ช็อกกันหมด!

สาวปลอมตัวเป็นเด็ก 12 ขวบ หลอกครอบครัวรับเลี้ยงกว่า 1 ปี รู้อายุจริง ช็อกกันหมด!

สาวปลอมตัวเป็นเด็ก 12 ขวบ หลอกครอบครัวรับเลี้ยงกว่า 1 ปี รู้อายุจริง ช็อกกันหมด!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คดีช็อกโลก! หญิงบราซิลวัย 38 ปี ปลอมตัวเป็นเด็กหลอกขอรับเลี้ยง นานกว่า 1 ปี ศาลสั่งจำคุกแล้ว

คดีหญิงบราซิลวัย 38 ปี ปลอมเป็นเด็กอายุ 12 ปี และอาศัยอยู่กับครอบครัวหนึ่งในฐานะลูกสาวนานถึง 14 เดือน ได้ข้อยุติในศาลชั้นต้นแล้ว หลังศาลรัฐซานตากาตารีนามีคำพิพากษาว่าเธอมีความผิดฐานฉ้อโกงและใช้ข้อมูลประจำตัวอันเป็นเท็จ ส่วนทนายความยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงขึ้น

หญิงวัย 38 ปลอมตัวเป็นเด็ก 12 ใช้ชื่อ “กาเบรียลลี”

จำเลยในคดีนี้คือ อแมนดา มาเรีย ซูซา เด โอลิเวรา หญิงชาวบราซิลวัย 38 ปี เธอใช้ชื่อสมมติว่า “กาเบรียลลี” พร้อมบอกกับคนรอบตัวว่าเป็นเด็กอายุ 12 ปี ซึ่งหลบหนีออกจากบ้านเพราะถูกครอบครัวทำร้ายและทอดทิ้ง

ตามข้อมูลจากการสอบสวน อแมนดาพูดด้วยน้ำเสียงสูงคล้ายเด็ก ใช้สิ่งของที่เชื่อมโยงกับวัยเด็ก และแสดงพฤติกรรมให้สอดคล้องกับตัวตนที่สร้างขึ้น เธอยังอ้างว่าถูกบังคับให้รับฮอร์โมนตั้งแต่เด็ก เพื่ออธิบายว่าเหตุใดรูปร่างหน้าตาจึงดูโตกว่าอายุที่กล่าวอ้าง

ครอบครัวรับดูแลเหมือนลูกสาวนาน 14 เดือน

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่เมืองชูอินวีลี รัฐซานตากาตารีนา ประเทศบราซิล หลังอแมนดาเข้าหาชุมชนทางศาสนาและเล่าเรื่องความรุนแรงที่เธออ้างว่าเคยเผชิญ ครอบครัวหนึ่งเชื่อว่าเธอเป็นเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ จึงรับเข้าไปดูแลและปฏิบัติต่อเธอเสมือนลูกสาว

ตลอดระยะเวลา 14 เดือน ครอบครัวจัดหาที่พัก อาหาร เสื้อผ้า ยารักษาโรค การเดินทาง และความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ให้ทั้งหมด พวกเขายังจัดห้องนอนและงานวันเกิดอายุครบ 12 ปีให้ โดยไม่ทราบว่าบุคคลที่กำลังดูแลเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ญาติเริ่มสงสัย ก่อนค้นพบประวัติบนอินเทอร์เน็ต

เรื่องราวเริ่มถูกเปิดโปงเมื่อญาติคนหนึ่งของครอบครัวเกิดความสงสัยในตัวอแมนดา จึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใหญ่ที่เคยปลอมตัวเป็นเด็กผ่านอินเทอร์เน็ต ก่อนพบข่าวคดีที่มีลักษณะคล้ายกันและภาพของบุคคลที่เชื่อว่าเป็นหญิงคนเดียวกัน

ครอบครัวจึงนำข้อมูลไปแจ้งตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเปรียบเทียบรายละเอียดจากหลายคดี ก่อนเข้าจับกุมอแมนดาภายในบ้านเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 หลังถูกเรียกด้วยชื่อจริง เธอจึงเลิกใช้น้ำเสียงแบบเด็กและยอมรับตัวตนของตัวเอง

Campo Grande Civil Police

ศาลชี้ได้รับผลประโยชน์จากข้อมูลเท็จ

ศาลพิจารณาจากเอกสารที่ได้ระหว่างการสอบสวน ผลตรวจพิสูจน์โทรศัพท์มือถือ และคำให้การของผู้เสียหายกับพยาน รวมถึงคำรับของจำเลยว่าเคยใช้ชื่อและอายุปลอม ศาลเห็นว่าเธอสร้างและรักษาตัวตนสมมติไว้อย่างต่อเนื่อง พร้อมให้เหตุผลเพื่อคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดูเป็นผู้ใหญ่

แม้อแมนดาไม่ได้ขโมยเงินสดหรือทรัพย์สินโดยตรง แต่ศาลเห็นว่าเธอได้รับประโยชน์ทางทรัพย์สินจากการที่ครอบครัวออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ ทั้งที่การตัดสินใจช่วยเหลือเกิดขึ้นจากข้อมูลอันเป็นเท็จ จึงถือว่าองค์ประกอบของความผิดฐานฉ้อโกงได้รับการพิสูจน์แล้ว

ถูกตัดสินจำคุกและกักขังในระบบกึ่งเปิด

ศาลตัดสินให้อแมนดารับโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน 10 วัน ในความผิดฐานฉ้อโกง และโทษกักขังอีก 4 เดือน 18 วัน สำหรับความผิดฐานใช้ข้อมูลประจำตัวอันเป็นเท็จ โดยกำหนดให้เริ่มรับโทษในระบบกึ่งเปิด ซึ่งผู้ต้องขังอาจได้รับอนุญาตให้ออกไปทำงานหรือทำกิจกรรมที่กำหนดภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายบราซิล

อย่างไรก็ตาม ศาลยังคงคำสั่งควบคุมตัวเธอไว้ระหว่างดำเนินคดี และไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวระหว่างยื่นอุทธรณ์ รายละเอียดบางส่วนของคดียังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาดำเนินอยู่ภายใต้การรักษาความลับ

Polícia Militar

มีรายงานว่าใช้ตัวตนเด็กมานานกว่า 15 ปี

รายงานระบุว่า อแมนดาเคยสร้างตัวตนเป็นเด็กในหลายพื้นที่ของบราซิลมาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี โดยมักเล่าเรื่องว่าตัวเองถูกทำร้ายหรือกำลังตกอยู่ในอันตราย เพื่อขอความช่วยเหลือจากศูนย์พักพิง โบสถ์ กลุ่มศาสนา และครอบครัวที่ต้องการดูแลเด็กเปราะบาง

ในการให้ข้อมูลกับตำรวจ เธอยอมรับว่าเคยโกหกเรื่องตัวตน แต่กล่าวว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกเอาทรัพย์สินหรือทำร้ายใคร เธออธิบายว่าต้องการได้รับความรัก ความเอาใจใส่ และการปกป้องที่รู้สึกว่าตนเองขาดหายไปในวัยเด็ก

ฝ่ายจำเลยโต้แย้งว่าเป็นวิธีเอาตัวรอด

ลูซิโอ ซูซา หนึ่งในทนายความของอแมนดา กล่าวว่า ลูกความยอมรับว่าแต่งเรื่องเกี่ยวกับชื่อและอายุ แต่การสร้างตัวตนดังกล่าวเป็นวิธีที่เธอใช้เอาตัวรอด หลังเผชิญความเปราะบางและเคยใช้ชีวิตบนท้องถนนมาเป็นเวลานาน

ฝ่ายจำเลยยังโต้แย้งว่าไม่มีข้อกล่าวหาเรื่องการลักทรัพย์หรือปล้น และมองว่าหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์องค์ประกอบของการฉ้อโกง หลังมีคำพิพากษา ทีมทนายความประกาศว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายและยื่นอุทธรณ์ต่อไป ดังนั้นคำตัดสินดังกล่าวจึงยังไม่ถือเป็นที่สุด

แหล่งอ้างอิง

  1. New York Post
  2. UOL Notícias
  3. The Washington Post
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล