
ทำไมหมูต้องกินสุกเท่านั้น? กูรูเตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ทำตาบอดได้
ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผล ทำไมสั่งหมูสุก 50% เหมือนเนื้อวัวไม่ได้ เตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ตาบอด
หลายคนที่ชื่นชอบการทานสเต๊กเนื้อวัวมักจะเลือกความสุกระดับมีเดียม หรือแบบ 50% แต่เมื่อเป็นเนื้อหมู กลับต้องปรุงให้สุก 100% เท่านั้น นักโภชนาการได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุสำคัญว่า การรับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุกดี มีความเสี่ยงที่จะได้รับพยาธิและเชื้อก่อโรคอันตราย ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างคาดไม่ถึง
สาเหตุหลักไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของรสชาติ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางอาหาร เนื่องจากหมูเป็นสัตว์กินสิ่งของหลากหลายชนิด ทำให้เนื้อหมูที่ไม่สุกอาจมีพยาธิอย่างพยาธิตัวตืดและพยาธิสายพันธุ์ไตรคิเนลลา (Trichinella) รวมถึงเชื้อแบคทีเรียอย่างซัลโมเนลลา ลิสทีเรีย และเยอร์ซีเนีย หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน และมีไข้สูงได้
iStockphoto
อันตรายจากพยาธิ และระดับความร้อนที่ปลอดภัย
หากรับประทานเนื้อหมูที่มีการปนเปื้อน ภายใน 6 ถึง 72 ชั่วโมง อาจเริ่มมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ และหากตัวอ่อนพยาธิชอนไชเข้าสู่สมอง อาจทำให้เกิดภาวะสมองบวมและชักได้ ขณะที่การติดเชื้อพยาธิบางชนิดยังส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือปอดอักเสบในกรณีที่รุนแรง
สำหรับการประกอบอาหาร นักโภชนาการแนะนำว่าเนื้อหมูเป็นชิ้นควรมีความร้อนใจกลางอย่างน้อย 63 องศาเซลเซียส แล้วพักไว้ 3 นาทีเพื่อให้ความร้อนกระจายตัว ส่วนหมูบด ไส้กรอก และเครื่องใน ต้องใช้ความร้อนใจกลางสูงถึง 71 องศาเซลเซียสขึ้นไป เนื้อหมูที่สุกดีควรเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีขาวเทาและไม่มีน้ำเลือดซึมออกมา
iStockphoto
สรุปข้อควรระวังในการประกอบอาหารประเภทเนื้อหมู
นอกจากการปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงแล้ว ควรแยกเขียงและมีดสำหรับของสดและของสุกออกจากกันโดยเด็ดขาด เก็บเนื้อหมูสดไว้ในชั้นล่างสุดของตู้เย็นเพื่อป้องกันน้ำเนื้อหยดใส่หารอื่น และควรละลายน้ำแข็งในช่องแช่เย็นมากกว่าวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค
แหล่งอ้างอิง
ขอขอบคุณ
ภาพ :iStockphoto
