ทำไมหมูต้องกินสุกเท่านั้น? กูรูเตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ทำตาบอดได้
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1980/9904014/new-thumbnail1200x720_v2.jpgทำไมหมูต้องกินสุกเท่านั้น? กูรูเตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ทำตาบอดได้

ทำไมหมูต้องกินสุกเท่านั้น? กูรูเตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ทำตาบอดได้

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผล ทำไมสั่งหมูสุก 50% เหมือนเนื้อวัวไม่ได้ เตือน 2 พยาธิอันตราย เสี่ยงขึ้นสมอง-ตาบอด

หลายคนที่ชื่นชอบการทานสเต๊กเนื้อวัวมักจะเลือกความสุกระดับมีเดียม หรือแบบ 50% แต่เมื่อเป็นเนื้อหมู กลับต้องปรุงให้สุก 100% เท่านั้น นักโภชนาการได้ออกมาเปิดเผยสาเหตุสำคัญว่า การรับประทานเนื้อหมูที่ไม่สุกดี มีความเสี่ยงที่จะได้รับพยาธิและเชื้อก่อโรคอันตราย ซึ่งอาจส่งผลเสียร้ายแรงต่อระบบประสาทและร่างกายอย่างคาดไม่ถึง

สาเหตุหลักไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของรสชาติ แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัยทางอาหาร เนื่องจากหมูเป็นสัตว์กินสิ่งของหลากหลายชนิด ทำให้เนื้อหมูที่ไม่สุกอาจมีพยาธิอย่างพยาธิตัวตืดและพยาธิสายพันธุ์ไตรคิเนลลา (Trichinella) รวมถึงเชื้อแบคทีเรียอย่างซัลโมเนลลา ลิสทีเรีย และเยอร์ซีเนีย หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง อาเจียน และมีไข้สูงได้

iStockphoto

อันตรายจากพยาธิ และระดับความร้อนที่ปลอดภัย

หากรับประทานเนื้อหมูที่มีการปนเปื้อน ภายใน 6 ถึง 72 ชั่วโมง อาจเริ่มมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรงจนเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ และหากตัวอ่อนพยาธิชอนไชเข้าสู่สมอง อาจทำให้เกิดภาวะสมองบวมและชักได้ ขณะที่การติดเชื้อพยาธิบางชนิดยังส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือปอดอักเสบในกรณีที่รุนแรง

สำหรับการประกอบอาหาร นักโภชนาการแนะนำว่าเนื้อหมูเป็นชิ้นควรมีความร้อนใจกลางอย่างน้อย 63 องศาเซลเซียส แล้วพักไว้ 3 นาทีเพื่อให้ความร้อนกระจายตัว ส่วนหมูบด ไส้กรอก และเครื่องใน ต้องใช้ความร้อนใจกลางสูงถึง 71 องศาเซลเซียสขึ้นไป เนื้อหมูที่สุกดีควรเปลี่ยนจากสีชมพูเป็นสีขาวเทาและไม่มีน้ำเลือดซึมออกมา

iStockphoto

สรุปข้อควรระวังในการประกอบอาหารประเภทเนื้อหมู

นอกจากการปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงแล้ว ควรแยกเขียงและมีดสำหรับของสดและของสุกออกจากกันโดยเด็ดขาด เก็บเนื้อหมูสดไว้ในชั้นล่างสุดของตู้เย็นเพื่อป้องกันน้ำเนื้อหยดใส่หารอื่น และควรละลายน้ำแข็งในช่องแช่เย็นมากกว่าวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของเชื้อโรค

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday

ขอขอบคุณ

ภาพ :iStockphoto