CEO เจอผู้สมัครบอก “เคยพลาดจนถูกไล่ออก” แต่ฟังคำพูดต่อมาจบ กลับให้งานทันที!

CEO เจอผู้สมัครบอก “เคยพลาดจนถูกไล่ออก” แต่ฟังคำพูดต่อมาจบ กลับให้งานทันที!

CEO เจอผู้สมัครบอก “เคยพลาดจนถูกไล่ออก” แต่ฟังคำพูดต่อมาจบ กลับให้งานทันที!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้สมัครยอมรับกลางสัมภาษณ์ว่าเคยถูกไล่ออก แต่ CEO กลับรับเข้าทำงานทันที เพราะคำตอบนี้

หลายคนมองว่า การถูกไล่ออกจากงานเก่าอาจกลายเป็น “จุดด่าง” ที่ทำให้เสียโอกาสในห้องสัมภาษณ์ แต่เรื่องราวของผู้สมัครรายหนึ่งในอินเดียกลับตรงกันข้าม เพราะความตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีต กลายเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ CEO ตัดสินใจมอบโอกาสใหม่ให้เขา

Apurva Jain ผู้ก่อตั้ง Wizarding Media บริษัทดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ในเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ได้แชร์ประสบการณ์การสัมภาษณ์งานที่ได้รับความสนใจ หลังผู้สมัครรายหนึ่งเลือกเล่าทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องออกจากงานเดิม

ผู้สมัครไม่ปิดบัง ยอมรับตรงๆ ว่าเคยถูกไล่ออก

ระหว่างการสัมภาษณ์ เมื่อถูกถามถึงประสบการณ์ทำงานก่อนหน้า ผู้สมัครรายนี้ไม่ได้พยายามเลี่ยงประเด็นหรือแต่งเรื่องให้ตัวเองดูดี แต่กลับเล่ารายละเอียดอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเคยถูกบริษัทเดิมไล่ออก

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังอธิบายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร ตนเองทำผิดพลาดตรงไหน ความผิดพลาดดังกล่าวส่งผลเสียอย่างไร และหลังจากนั้นได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง

Jain เล่าว่า ในช่วงแรกเขาเคยคิดจะยุติการสัมภาษณ์เร็วกว่ากำหนด แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกว่า สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องที่ผู้สมัครเคยทำผิด แต่เป็นวิธีที่เขามองความล้มเหลวของตัวเอง

สิ่งที่ CEO ประทับใจ คือ “ไม่โทษใคร”

แทนที่จะโยนความผิดให้หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน หรือสภาพแวดล้อมในบริษัทเก่า ผู้สมัครกลับยอมรับความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน และอธิบายว่าประสบการณ์ดังกล่าวเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีทำงานของตัวเองอย่างไร

Jain มองว่า นี่เป็นหนึ่งในคำตอบที่สะท้อน “การรู้จักตัวเอง” ได้ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยได้ยินในการสัมภาษณ์ เพราะผู้สมัครไม่ได้พยายามเปลี่ยนความล้มเหลวให้กลายเป็นเรื่องสวยหรู และไม่ได้ซ่อนจุดอ่อนของตัวเอง

ตรงกันข้าม เขายอมรับว่าเคยทำผิด และให้ความสำคัญกับสิ่งที่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดนั้นมากกว่า

ไม่ได้รับทันที แต่ได้โอกาสทำโปรเจกต์ทดสอบ

แทนที่จะปฏิเสธผู้สมัครทันที Jain ตัดสินใจให้เขาลองทำโปรเจกต์ทดลอง เพื่อดูว่าสิ่งที่พูดในห้องสัมภาษณ์สะท้อนออกมาในการทำงานจริงหรือไม่

ผลลัพธ์กลับทำให้ CEO ประหลาดใจ เพราะผลงานที่ผู้สมัครทำออกมาถูกประเมินว่า “น่าประทับใจอย่างมาก” ทั้งในแง่ความชัดเจนของการนำเสนอและความลึกของกระบวนการคิด

โปรเจกต์ดังกล่าวโดดเด่นจนสมาชิกคนอื่นในทีมเริ่มสงสัยว่า ใครเป็นคนทำ และสุดท้าย Jain จึงตัดสินใจรับผู้สมัครรายนี้เข้าทำงาน

จากคนเคยถูกไล่ออก สู่สมาชิกสำคัญของทีม

หลังจากได้รับโอกาส ผู้สมัครรายนี้ทำงานกับบริษัทมานานกว่าหนึ่งปี และ Jain ระบุว่า เขากลายเป็นหนึ่งในคนที่มีวิธีคิดชัดเจนที่สุดในทีม

เมื่อย้อนกลับไปมองการตัดสินใจครั้งนั้น Jain เชื่อว่า สิ่งที่อาจดูเป็นข้อเสียอย่างการเคยถูกไล่ออก กลับกลายเป็นจุดแข็ง เพราะผู้สมัครสามารถแสดงให้เห็นว่า เขามีวุฒิภาวะมากพอที่จะมองความผิดพลาดของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา

CEO มองว่า “ทุกคนพลาดได้ แต่ต้องรู้ว่าพลาดตรงไหน”

Jain ให้ความเห็นว่า ในการทำงาน ทุกคนสามารถทำผิดพลาดได้ สิ่งสำคัญกว่าอดีตที่ไม่สมบูรณ์แบบ คือบุคคลนั้นสามารถยอมรับความผิดพลาด รับผิดชอบ และเรียนรู้เพื่อก้าวต่อไปได้หรือไม่

เขายังมองว่า ผู้สมัครที่ไม่เคยพูดถึงความล้มเหลวของตัวเองเลย อาจทำให้นายจ้างเห็นศักยภาพการเติบโตได้น้อยกว่า เพราะไม่มีข้อมูลว่าบุคคลนั้นจัดการกับความผิดพลาดอย่างไร

ในทางกลับกัน ผู้สมัครที่สามารถอธิบายได้ว่า เคยทำอะไรผิด รับผิดชอบกับสิ่งนั้นอย่างไร และเรียนรู้อะไรจากประสบการณ์ดังกล่าว อาจทำให้นายจ้างมองเห็นความสามารถในการพัฒนาตัวเองได้ชัดเจนกว่า

ประวัติไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้แปลว่าหมดโอกาส

เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่า ประวัติการทำงานที่มีรอยสะดุดไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครจะหมดโอกาสทันที โดยเฉพาะหากสามารถอธิบายความผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมาและแสดงให้เห็นถึงการเติบโตจากสิ่งที่เกิดขึ้น

สำหรับผู้สมัครในเรื่องนี้ การยอมรับว่าเคยถูกไล่ออกไม่ได้ช่วยให้เขาหลีกหนีอดีต แต่กลับทำให้นายจ้างเห็นคุณสมบัติที่สำคัญกว่า ได้แก่ การรู้จักตัวเอง ความรับผิดชอบ และความสามารถในการเติบโตหลังจากล้มเหลว

และบางครั้ง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นคุณสมบัติที่นายจ้างกำลังมองหามากกว่าประวัติที่ดูสมบูรณ์แบบบนกระดาษเสียอีก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล