สาวจับโป๊ะนักวิจัย ม.ดัง คบซ้อนทั้งที่เมียท้อง ฟ้องศาลจนเป็นคดีดัง สั่นคลอนถึงอาชีพ!

สาวจับโป๊ะนักวิจัย ม.ดัง คบซ้อนทั้งที่เมียท้อง ฟ้องศาลจนเป็นคดีดัง สั่นคลอนถึงอาชีพ!

สาวจับโป๊ะนักวิจัย ม.ดัง คบซ้อนทั้งที่เมียท้อง ฟ้องศาลจนเป็นคดีดัง สั่นคลอนถึงอาชีพ!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาวจีนแฉ นักวิจัย ม.ดัง คบซ้อนทั้งที่เมียท้อง ร้องเรียนจนถูกยุติโครงการหลัง ป.เอก ศาลสั่งขอโทษ-ชดใช้แฟนสาว

กลายเป็นคดีความสัมพันธ์ที่ได้รับความสนใจในจีน เมื่อหญิงสาวนามสกุล “โม่” พบว่าชายที่คบหาและวางแผนอนาคตร่วมกัน แท้จริงแล้วแต่งงานมีครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว ที่ยิ่งทำให้เธอตกใจคือ ช่วงที่ฝ่ายชายเริ่มเข้ามาทำความรู้จักกับเธอ ภรรยาของเขากำลังตั้งครรภ์ในช่วงใกล้คลอด

เรื่องราวไม่ได้จบเพียงการเลิกรา เพราะต่อมาฝ่ายหญิงตัดสินใจร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดและยื่นฟ้องต่อศาล กระทั่งฝ่ายชายถูกลงโทษทางวินัย ยุติการทำวิจัยหลังปริญญาเอก และถูกศาลสั่งให้ขอโทษพร้อมจ่ายค่าชดเชยความเสียหายทางจิตใจ

ความสัมพันธ์ที่ดูจริงจัง ก่อนพบความลับจากโทรศัพท์

ตามรายงานของ The Paper และ Red Star News ชายที่ถูกกล่าวถึงใช้นามสกุล “เนี่ย” โดยหลังจากทำความรู้จักกับโม่ ทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นคู่รัก มีการพบปะเพื่อนและครอบครัว รวมถึงพูดคุยถึงเรื่องซื้อบ้านและซื้อทองสำหรับการแต่งงาน ทำให้ฝ่ายหญิงเชื่อว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กำลังมุ่งไปสู่การสร้างครอบครัว

กระทั่งเดือนมีนาคม 2025 โม่บังเอิญเห็นบทสนทนาในโทรศัพท์ของเนี่ยกับแม่ของเขา ภายในแชตมีทั้งภาพถ่ายและวิดีโอของเด็กทารก อีกทั้งแม่ของฝ่ายชายยังส่งข้อความกำชับให้ลูกชายดูแลเด็กให้ดี จนทำให้เธอเริ่มสงสัยถึงความจริงบางอย่าง

โม่จึงย้อนตรวจสอบช่วงเวลาต่างๆ และพบว่า ตอนที่เนี่ยเริ่มติดต่อเข้ามาทำความรู้จักกับเธอในปี 2024 เขามีภรรยาอยู่แล้ว และภรรยาก็กำลังตั้งครรภ์ เมื่อถึงวันที่โม่ค้นพบความจริง เด็กก็คลอดออกมาแล้วเป็นเวลาหลายเดือน

ฝ่ายชายยอมรับผิด อ้างหลงใหลรูปลักษณ์และความอ่อนโยน

เมื่อถูกถามตรงๆ ว่าเหตุใดจึงเข้ามาสานสัมพันธ์ทั้งที่แต่งงานแล้ว เนี่ยยอมรับว่าตนเองทำผิด ตามคำบอกเล่าของโม่ ฝ่ายชายอธิบายว่าตน “สับสนไปชั่วขณะ” และถูกดึงดูดจากรูปลักษณ์รวมถึงความอ่อนโยนของเธอ จนละทิ้งขอบเขต หลักในการดำเนินชีวิต และศีลธรรมของตัวเอง

วันที่ 12 มีนาคม 2025 ทั้งสองพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ขณะนั้นโม่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะร้องเรียนเรื่องนี้หรือไม่ แต่เธอบันทึกเสียงการสนทนาเอาไว้ เพราะกังวลว่าจะถูกหลอกอีก หลังจากนั้นจึงขอคำปรึกษาจากครอบครัวและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ก่อนตัดสินใจแจ้งเรื่องไปยังมหาวิทยาลัยที่ฝ่ายชายทำงานและพิจารณาดำเนินคดี

ต้นสังกัดลงโทษทางวินัย ยุติโครงการวิจัยหลังปริญญาเอก

ช่วงปลายเดือนเมษายน 2025 โม่ได้รับโทรศัพท์จากมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของเนี่ยในขณะนั้น โดยเจ้าหน้าที่แจ้งผลการดำเนินการทางวินัย 2 ประการ หลังตรวจสอบกรณีความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น

เนี่ยถูกลงโทษตักเตือนเป็นระยะเวลา 12 เดือน จากการมีความสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมกับบุคคลอื่นในขณะที่ยังมีสถานะสมรส และเป็นเวลา 24 เดือน เขาถูกตัดสิทธิ์จากการพิจารณารางวัล ตำแหน่งทางวิชาชีพ การแต่งตั้งตำแหน่ง การเข้าร่วมโครงการบุคลากรที่มีศักยภาพ ตลอดจนการยื่นสมัครโครงการวิจัยทางวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ เขายังถูกให้ออกจากโครงการวิจัยหลังปริญญาเอก ส่งผลให้การทำวิจัยกับหน่วยงานเดิมต้องยุติลง โดย The Paper รายงานว่า เนี่ยเป็นนักวิจัยหลังปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยชิงหัว กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

หญิงสาวยื่นฟ้อง ศาลชี้ฝ่ายชายปกปิดสถานะสมรส

หลังจากนั้น โม่ตัดสินใจฟ้องร้อง โดยระบุว่าการถูกหลอกเรื่องสถานะสมรสทำให้เธอได้รับความเสียหายทั้งทางร่างกายและจิตใจ ก่อนที่วันที่ 22 มิถุนายน 2026 ศาลประชาชนเขตไห่เตี้ยน กรุงปักกิ่ง จะมีคำพิพากษาชั้นต้นในคดีดังกล่าว

ศาลพิจารณาว่า ตั้งแต่ทั้งสองเริ่มรู้จักกันจนกระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์ เนี่ยไม่ได้เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่าตนเองแต่งงานแล้ว การกระทำดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการละเมิดหลักศีลธรรมอันดี จริยธรรมครอบครัวและค่านิยมหลักของสังคม รวมทั้งกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลของโม่

ศาลจึงมีคำสั่งให้เนี่ยเขียนจดหมายขอโทษโม่ และจ่ายเงินชดเชยความเสียหายทางจิตใจจำนวน 10,000 หยวน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 4 หมื่นบาท ทั้งนี้ จำนวนเงินจริงเมื่อแปลงเป็นเงินบาทอาจแตกต่างกันตามอัตราแลกเปลี่ยน

ฝ่ายชายเคยฟ้องกลับ แต่ศาลไม่รับคำร้อง

รายงานระบุด้วยว่า เนี่ยเคยดำเนินคดีกับโม่ โดยกล่าวหาว่าฝ่ายหญิงละเมิดชื่อเสียงและทำให้ตนต้องออกจากโครงการวิจัยหลังปริญญาเอก อย่างไรก็ตาม ศาลไม่รับข้อเรียกร้องดังกล่าว

หลังคำพิพากษามีผลบังคับใช้ เนี่ยไม่ได้ดำเนินการตามคำสั่งศาลด้วยตัวเอง โม่ให้สัมภาษณ์กับ Red Star News ว่า เธอต้องยื่นคำร้องขอให้บังคับคดี ก่อนจะได้รับเงินชดเชยและจดหมายขอโทษผ่านทางศาลในเวลาต่อมา

พบย้ายไปทำงานมหาวิทยาลัยในฮ่องกง ต้นสังกัดใหม่เปิดสอบ

เรื่องราวกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่า เพียงไม่กี่เดือนหลังออกจากโครงการวิจัยหลังปริญญาเอกของหน่วยงานเดิม เนี่ยได้ย้ายไปทำงานที่สถาบันวิจัยภายใต้ City University of Hong Kong โดยข้อมูลบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยระบุว่า เขาดำรงตำแหน่ง Research Fellow หรือนักวิจัย

เมื่อทราบเรื่อง โม่จึงส่งหนังสือร้องเรียนพร้อมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไปยังฝ่ายทรัพยากรบุคคลของมหาวิทยาลัย โดยเธอระบุว่าได้รับคำตอบกลับว่า ทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาข้อมูลที่ได้รับตามกระบวนการของสถาบัน

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2026 Red Star News ติดต่อ City University of Hong Kong เพื่อสอบถามความคืบหน้า ทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่ากำลังตรวจสอบเรื่องดังกล่าวตามกระบวนการภายใน และในขณะนั้นยังไม่มีความคิดเห็นเพิ่มเติม

คดีคบซ้อนที่ลุกลามจากเรื่องส่วนตัวสู่ผลกระทบด้านอาชีพ

จากความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นเหมือนคู่รักทั่วไป สุดท้ายกลับกลายเป็นคดีที่มีทั้งการร้องเรียน การลงโทษทางวินัย และการฟ้องร้องต่อศาล หลังฝ่ายหญิงพบว่าชายที่วางแผนอนาคตร่วมกันปกปิดข้อเท็จจริงสำคัญว่าเขามีภรรยาและครอบครัวอยู่แล้ว

แม้คดีระหว่างทั้งคู่จะมีคำพิพากษาและฝ่ายหญิงได้รับเงินชดเชยพร้อมจดหมายขอโทษแล้ว แต่ประเด็นเกี่ยวกับการทำงานของเนี่ยในต้นสังกัดแห่งใหม่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบตามที่มหาวิทยาลัยระบุ ทำให้เรื่องนี้ยังคงได้รับความสนใจจากสังคมจีน

แหล่งอ้างอิง

  1. The Paper
  2. Red Star News
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล