ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ภาพเอกซเรย์สุดอึ้ง "สายชาร์จ" ยาว 80 ซม. พันอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ภาพเอกซเรย์สุดอึ้ง "สายชาร์จ" ยาว 80 ซม. พันอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ภาพเอกซเรย์สุดอึ้ง  "สายชาร์จ" ยาว 80 ซม. พันอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คนไข้ปวดท้องหนักมาก หมอเอกซเรย์เจอภาพสุดอึ้ง  "สายชาร์จ" ยาว 80 ซม. พันอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ เฉลยแล้วเข้าไปได้ยังไง?

กลายเป็นเคสทางการแพทย์ที่สร้างความตกใจในประเทศจีน เมื่อชายวัย 49 ปี จากเมืองชินโจว เขตปกครองตนเองกว่างซี ต้องรีบเข้าห้องฉุกเฉิน หลังมีอาการปวดแน่นท้องน้อยอย่างรุนแรงและไม่สามารถปัสสาวะได้มานานกว่า 7 ชั่วโมง ถึงขั้นร้องขอความช่วยเหลือจากแพทย์ว่า รู้สึกปวดจนท้องแทบระเบิด

เมื่อแพทย์ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์บริเวณอุ้งเชิงกรานแบบ 3 มิติ กลับพบต้นเหตุที่คาดไม่ถึง เพราะภายในทางเดินปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะมี สายชาร์จยาวประมาณ 80 เซนติเมตร ขดพันกันอยู่ จนทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตันอย่างรุนแรงและปัสสาวะไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ

สอดสายชาร์จเข้าไปเอง ก่อนติดค้างนานกว่า 7 ชั่วโมง

Southern Metropolis Daily รายงานว่า ผู้ป่วยรายนี้มีนามสกุลว่า “หวง” อายุ 49 ปี โดยเจ้าตัวให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้สอดสายชาร์จผ่านท่อปัสสาวะเข้าไปด้วยความอยากลอง แต่เมื่อสายเคลื่อนลึกเข้าไปกลับไม่สามารถดึงออกมาได้ จนต้องปล่อยค้างอยู่ภายในร่างกายเป็นเวลานานกว่า 7 ชั่วโมง

หลังจากนั้นเขาเริ่มไม่สามารถปัสสาวะได้ พร้อมมีอาการปวดและแน่นบริเวณท้องน้อยอย่างรุนแรง จนท้ายที่สุดทนไม่ไหวและเดินทางมายังโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 เมืองชินโจว เพื่อขอความช่วยเหลือจากแพทย์

CT พบสายยาว 80 ซม. ขดพันกันอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

ผลตรวจ 3D Pelvic CT พบว่า สายชาร์จที่อยู่ภายในร่างกายมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 80 เซนติเมตร โดยสายส่วนหนึ่งขดงอและพันกันอยู่ภายในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะอย่างรุนแรง

เมื่อปัสสาวะไม่สามารถระบายออกจากกระเพาะปัสสาวะได้ ผู้ป่วยจึงเกิดภาวะปัสสาวะคั่งและปวดท้องน้อยอย่างมาก ซึ่งอาการปัสสาวะไม่ออกเป็นหนึ่งในอาการสำคัญที่สามารถพบได้เมื่อท่อปัสสาวะได้รับบาดเจ็บหรือมีการอุดกั้น

ทีมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะจึงตัดสินใจทำการผ่าตัดฉุกเฉิน และสามารถนำสายชาร์จที่ติดค้างออกมาได้ครบทั้งหมด หลังได้รับการรักษาและเฝ้าดูอาการระยะหนึ่ง ชายวัย 49 ปีก็ฟื้นตัวและได้รับอนุญาตให้กลับบ้านแล้ว

สอดสิ่งแปลกปลอมเข้าท่อปัสสาวะ อันตรายกว่าที่คิด

แพทย์จากโรงพยาบาลประชาชนหมายเลข 1 เมืองชินโจว เตือนว่า ภายในท่อปัสสาวะมีเยื่อบุที่บอบบางและหลอดเลือดขนาดเล็กจำนวนมาก การสอดสิ่งแปลกปลอมที่แข็งหรือมีส่วนประกอบเป็นโลหะเข้าไป สามารถขูดหรือฉีกผนังท่อปัสสาวะจนเกิดเลือดออก ปวดรุนแรง หรือเกิดการบาดเจ็บได้

ข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับการบาดเจ็บของท่อปัสสาวะระบุว่า ความเสียหายสามารถมีตั้งแต่เยื่อบุช้ำหรือฉีกขาด ไปจนถึงการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่า และอาการสำคัญที่ควรได้รับการตรวจ ได้แก่ มีเลือดบริเวณปากท่อปัสสาวะ ปวด และไม่สามารถปัสสาวะได้

เสี่ยงติดเชื้อ ลุกลามถึงกระแสเลือด

ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงบาดแผลจากการขูดขีดเท่านั้น เพราะสิ่งของที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อสามารถนำเชื้อโรคเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะได้ แพทย์ของโรงพยาบาลระบุว่าอาจเกิดตั้งแต่ท่อปัสสาวะอักเสบ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไปจนถึงการติดเชื้อที่รุนแรงและภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ในบางกรณี

งานทบทวนผู้ป่วยที่มีสิ่งแปลกปลอมในระบบทางเดินปัสสาวะยังพบว่า ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง ได้แก่ การติดเชื้อและการอักเสบ ซึ่งในรายรุนแรงสามารถพัฒนาไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ขณะที่ผลกระทบระยะยาวอาจรวมถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรังและท่อปัสสาวะตีบ

ปัสสาวะอุดตันนาน ๆ อาจกระทบไต

อีกหนึ่งอันตรายคือการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ หากปัสสาวะออกไม่ได้ กระเพาะปัสสาวะจะเกิดแรงดันและการคั่งของปัสสาวะมากขึ้น โรงพยาบาลต้นทางเตือนว่าในกรณีรุนแรงอาจเกิดความเสียหายต่อกระเพาะปัสสาวะได้

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุเพิ่มเติมว่า ภาวะปัสสาวะคั่งจากการบาดเจ็บหรืออุดกั้นของท่อปัสสาวะ หากไม่ได้รับการแก้ไข อาจนำไปสู่ภาวะกรวยไตบวม และในกรณีรุนแรงอาจกระทบการทำงานของไตจนเกิดไตบาดเจ็บเฉียบพลันได้

แผลหายแล้ว ยังเสี่ยง “ท่อปัสสาวะตีบ” ในอนาคต

แม้นำสิ่งแปลกปลอมออกได้แล้ว ปัญหาอาจไม่ได้จบลงทันที เพราะเมื่อท่อปัสสาวะได้รับบาดเจ็บ ร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นขึ้นระหว่างกระบวนการรักษา หากมีพังผืดมากพอ อาจทำให้ช่องท่อปัสสาวะแคบลงจนกลายเป็น ภาวะท่อปัสสาวะตีบ หรือ Urethral Stricture ได้

ภาวะแทรกซ้อนระยะยาวของการบาดเจ็บที่ท่อปัสสาวะอาจรวมถึงพังผืด ท่อปัสสาวะตีบ ปัสสาวะลำบาก กลั้นปัสสาวะผิดปกติ และในบางกรณีอาจมีปัญหาด้านสมรรถภาพทางเพศตามมา จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการสอดวัตถุที่ไม่ได้ออกแบบเพื่อใช้ทางการแพทย์เข้าไปในท่อปัสสาวะจึงมีความเสี่ยงสูง

ถ้ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ ควรทำอย่างไร?

หากเกิดกรณีมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในท่อปัสสาวะแล้วไม่สามารถนำออกได้ หรือเริ่มมีอาการ ปวดมาก เลือดออก ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะไม่ออก ไม่ควรฝืนดึง ดัน หรือพยายามนำออกด้วยอุปกรณ์อื่นด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เกิดการฉีกขาดและเพิ่มความเสียหาย ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะประเมินและนำออกอย่างเหมาะสม

เคสของชายวัย 49 ปีรายนี้จบลงด้วยการนำสายชาร์จออกได้สำเร็จและผู้ป่วยฟื้นตัวกลับบ้าน แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งคำเตือนว่า การสอดสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในท่อปัสสาวะไม่ใช่เรื่องที่ควรทดลอง เพราะความอยากรู้อยากลองเพียงชั่วขณะอาจนำไปสู่การผ่าตัดฉุกเฉิน การติดเชื้อ หรือผลกระทบต่อระบบทางเดินปัสสาวะในระยะยาวได้

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล