ใช้ทุกวันต้องรู้! 10 พฤติกรรม "ห้ามทำ" ในลิฟต์ หลายข้อเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

เปิด 10 พฤติกรรมอันตราย "ห้ามทำ" ขณะใช้ลิฟต์ หลายคนทำจนชิน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุไม่รู้ตัว บางข้อเสี่ยงถึงชีวิต
ลิฟต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟฟ้า แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่หลายคนทำจนเป็นนิสัย อาจรบกวนระบบหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว
ตั้งแต่การใช้มือกั้นประตู ยืนพิงประตูลิฟต์ ไปจนถึงการพยายามงัดประตูเมื่อลิฟต์ค้าง ล้วนเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ต่อไปนี้คือ 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ ที่ควรรู้ก่อนการเดินทางครั้งต่อไป

1. กดปุ่มขึ้นและลงพร้อมกัน
เมื่อรอลิฟต์ ควรกดเฉพาะปุ่มที่ตรงกับทิศทางที่ต้องการเดินทาง การกดทั้งปุ่มขึ้นและลงไม่ได้ทำให้ลิฟต์มาถึงเร็วขึ้น แต่อาจทำให้ระบบบันทึกคำเรียกทั้งสองทิศทางและต้องหยุดโดยไม่จำเป็น
หากไฟที่ปุ่มสว่างขึ้นแล้ว แสดงว่าระบบรับคำสั่งเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องกดซ้ำ เมื่อลิฟต์มาถึงควรสังเกตลูกศรบอกทิศทางก่อนเข้า เพื่อไม่ให้ขึ้นผิดทางและเบียดเสียดกับผู้โดยสารที่กำลังออก

2. ใช้มือจับหรือกั้นประตูลิฟต์
แม้ลิฟต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง แต่ไม่ควรใช้มือ แขน หรือสิ่งของสอดระหว่างประตู เพราะเซ็นเซอร์อาจตรวจจับวัตถุบางขนาดหรือตำแหน่งได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้มือหรือนิ้วถูกหนีบได้
ขณะที่ประตูกำลังเปิดก็ไม่ควรวางมือแนบกับบานประตู โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะมืออาจเคลื่อนตามประตูและติดเข้าไปในช่องด้านข้าง หากต้องการให้ประตูเปิดรอ ควรใช้ปุ่มเปิดประตูภายในลิฟต์แทน

3. ใช้ร่างกายขวางประตู
การยื่นขา ไหล่ หรือใช้ทั้งตัวขวางประตูเป็นอีกพฤติกรรมที่พบได้บ่อย วิธีนี้อาจทำให้เกิดการหนีบหรือรบกวนการทำงานของประตู และหากทำซ้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ลิฟต์เข้าสู่โหมดขัดข้องได้
อันตรายยิ่งกว่าคือการยืนคร่อมธรณีประตู โดยมีเท้าข้างหนึ่งอยู่ในลิฟต์และอีกข้างอยู่ด้านนอก ทางที่ปลอดภัยคือเข้าไปในห้องโดยสารให้เรียบร้อย แล้วกดปุ่มเปิดประตูรอผู้โดยสารคนอื่น
4. รีบเข้าออกโดยไม่มองระดับพื้น
ก่อนก้าวเข้าหรือออกจากลิฟต์ ควรมองให้แน่ใจว่าห้องโดยสารมาถึงแล้ว และพื้นลิฟต์อยู่ในระดับเดียวกับพื้นอาคาร หากมีระดับต่างกันผิดปกติ ไม่ควรฝืนก้าวข้าม แต่ควรถอยออกและแจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร
การก้มดูโทรศัพท์ขณะเดินเข้าลิฟต์อาจทำให้ไม่ทันสังเกตความผิดปกติ รวมถึงเสี่ยงชนผู้โดยสารที่กำลังเดินออก ควรรอให้คนด้านในออกมาก่อน แล้วจึงเดินเข้าอย่างไม่เร่งรีบ
5. นำจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นโดยไม่ตรวจสอบกฎ
จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่ อาจชนประตู เซ็นเซอร์ หรือผู้โดยสารคนอื่นระหว่างเข้าออก จึงควรตรวจสอบกฎของอาคารก่อน และใช้ลิฟต์ขนของหรือจุดจอดที่กำหนด หากอาคารจัดเตรียมไว้
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เสียหาย ชำรุด หรือผ่านการดัดแปลงอาจเกิดความร้อนสูงและลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรนำรถที่แบตเตอรี่บวม ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีควันเข้าไปในลิฟต์ และไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ในลิฟต์หรือทางหนีไฟ
6. กระโดดหรือเล่นแรงภายในลิฟต์
การกระโดด วิ่งเล่น หรือโยกตัวอย่างรุนแรงภายในห้องโดยสารอาจสร้างแรงสั่นสะเทือน และอาจทำให้อุปกรณ์ตรวจจับความผิดปกติสั่งหยุดลิฟต์เพื่อความปลอดภัย นอกจากเสี่ยงทำให้ติดอยู่ภายในแล้ว ผู้โดยสารยังอาจเสียหลักและได้รับบาดเจ็บ
ผู้ปกครองควรดูแลเด็กไม่ให้วิ่งเล่น กดปุ่มทุกชั้น หรือกระโดดในลิฟต์ หากต้องขนของหนัก ควรกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสมและไม่บรรทุกเกินพิกัดที่ระบุไว้
7. สูบบุหรี่หรือใช้สิ่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ
ลิฟต์เป็นพื้นที่ปิดและมีขนาดจำกัด การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าจึงทำให้ผู้โดยสารคนอื่นได้รับควันและละอองมือสอง อีกทั้งยังอาจกระตุ้นอุปกรณ์ตรวจจับควันหรือสร้างความเสี่ยงจากประกายไฟ
ไม่ควรนำเปลวไฟ เชื้อเพลิง หรือวัตถุไวไฟที่ไม่ได้จัดเก็บอย่างเหมาะสมเข้าไปในลิฟต์ หากเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร ควรใช้บันไดหนีไฟและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช้ลิฟต์ทั่วไปในการอพยพ
8. ทิ้งขยะหรือปล่อยของเหลวหก
เศษขยะชิ้นเล็กอาจตกเข้าไปในร่องประตูและขัดขวางการเปิด-ปิด ส่วนเครื่องดื่มหรือของเหลวที่หกอาจทำให้พื้นลื่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการล้ม และอาจไหลเข้าสู่ช่องอุปกรณ์บางส่วนได้
หากทำของตกหรือของเหลวหก ควรเก็บหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรใช้เท้าเขี่ยขยะเข้าไปตามมุมหรือช่องประตู เพราะอาจทำให้การทำงานของลิฟต์ผิดปกติ
9. ยืนพิงประตูลิฟต์
ประตูลิฟต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักจากการพิงหรือกระแทก การยืนพิงอาจรบกวนการเปิดประตู ทำให้เสียหลักเมื่อประตูเปิด และเพิ่มความเสี่ยงหากระบบประตูเกิดความผิดปกติ
ควรยืนให้ห่างจากประตูและจัดพื้นที่ให้ผู้โดยสารเข้าออกได้สะดวก ผู้ที่มีเด็กเล็กควรจับมือเด็กไว้เสมอ รวมถึงระวังเสื้อผ้าหลวม สายกระเป๋า และสายจูงสัตว์เลี้ยงไม่ให้ติดระหว่างประตู
10. งัดประตูหรือพยายามออกเองเมื่อลิฟต์ค้าง
หากลิฟต์หยุดระหว่างชั้น ห้ามงัดประตูหรือปีนออกจากห้องโดยสารด้วยตัวเอง แม้จะสามารถเปิดประตูชั้นในได้ แต่ภายนอกอาจเป็นผนังปล่องหรือช่องว่างระหว่างชั้น ซึ่งเสี่ยงพลัดตกหรือถูกลิฟต์หนีบได้
สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ กดปุ่มฉุกเฉิน ใช้อินเตอร์คอมหรือโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ และรอการช่วยเหลือจากช่างหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย หากประตูเปิดแต่ลิฟต์ไม่ได้จอดเสมอกับพื้นชั้น ห้ามก้าวออกจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผู้เชี่ยวชาญ
หากติดอยู่ในลิฟต์ ควรทำอย่างไร?
- ตั้งสติและอย่ากระโดดหรือเขย่าห้องโดยสาร
- กดปุ่มสัญญาณเตือนหรือปุ่มโทรฉุกเฉิน
- แจ้งชื่ออาคาร ตำแหน่งโดยประมาณ และจำนวนผู้ที่ติดอยู่
- ถอยออกจากประตูและรอเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
- ห้ามงัดประตู ปีนออก หรือพยายามช่วยผู้ติดลิฟต์ด้วยตนเอง
สรุป 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ที่ไม่ควรมองข้าม
การใช้ลิฟต์อย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เพียงกดปุ่มให้ถูกทิศทาง ไม่ใช้ร่างกายกั้นประตู มองระดับพื้นก่อนก้าวเข้าออก ไม่เล่นรุนแรง และไม่พิงหรืองัดประตู ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก
สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุขัดข้องคือการตั้งสติและรอผู้เชี่ยวชาญ เพราะการพยายามออกจากลิฟต์ด้วยตัวเองอาจเปลี่ยนเหตุขัดข้องธรรมดาให้กลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ดังนั้น การจดจำ 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ เหล่านี้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งตัวเราและผู้โดยสารคนอื่น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




