ใช้ทุกวันต้องรู้! 10 พฤติกรรม "ห้ามทำ" ในลิฟต์ หลายข้อเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ใช้ทุกวันต้องรู้! 10 พฤติกรรม "ห้ามทำ" ในลิฟต์ หลายข้อเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

ใช้ทุกวันต้องรู้! 10  พฤติกรรม "ห้ามทำ" ในลิฟต์ หลายข้อเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 10 พฤติกรรมอันตราย "ห้ามทำ" ขณะใช้ลิฟต์ หลายคนทำจนชิน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุไม่รู้ตัว บางข้อเสี่ยงถึงชีวิต

ลิฟต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ในคอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟฟ้า แต่พฤติกรรมเล็ก ๆ ที่หลายคนทำจนเป็นนิสัย อาจรบกวนระบบหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บโดยไม่รู้ตัว

ตั้งแต่การใช้มือกั้นประตู ยืนพิงประตูลิฟต์ ไปจนถึงการพยายามงัดประตูเมื่อลิฟต์ค้าง ล้วนเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ต่อไปนี้คือ 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ ที่ควรรู้ก่อนการเดินทางครั้งต่อไป

1. กดปุ่มขึ้นและลงพร้อมกัน

เมื่อรอลิฟต์ ควรกดเฉพาะปุ่มที่ตรงกับทิศทางที่ต้องการเดินทาง การกดทั้งปุ่มขึ้นและลงไม่ได้ทำให้ลิฟต์มาถึงเร็วขึ้น แต่อาจทำให้ระบบบันทึกคำเรียกทั้งสองทิศทางและต้องหยุดโดยไม่จำเป็น

หากไฟที่ปุ่มสว่างขึ้นแล้ว แสดงว่าระบบรับคำสั่งเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องกดซ้ำ เมื่อลิฟต์มาถึงควรสังเกตลูกศรบอกทิศทางก่อนเข้า เพื่อไม่ให้ขึ้นผิดทางและเบียดเสียดกับผู้โดยสารที่กำลังออก

 

2. ใช้มือจับหรือกั้นประตูลิฟต์

แม้ลิฟต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่จะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง แต่ไม่ควรใช้มือ แขน หรือสิ่งของสอดระหว่างประตู เพราะเซ็นเซอร์อาจตรวจจับวัตถุบางขนาดหรือตำแหน่งได้ไม่สมบูรณ์ ทำให้มือหรือนิ้วถูกหนีบได้

ขณะที่ประตูกำลังเปิดก็ไม่ควรวางมือแนบกับบานประตู โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะมืออาจเคลื่อนตามประตูและติดเข้าไปในช่องด้านข้าง หากต้องการให้ประตูเปิดรอ ควรใช้ปุ่มเปิดประตูภายในลิฟต์แทน

3. ใช้ร่างกายขวางประตู

การยื่นขา ไหล่ หรือใช้ทั้งตัวขวางประตูเป็นอีกพฤติกรรมที่พบได้บ่อย วิธีนี้อาจทำให้เกิดการหนีบหรือรบกวนการทำงานของประตู และหากทำซ้ำเป็นเวลานานอาจทำให้ลิฟต์เข้าสู่โหมดขัดข้องได้

อันตรายยิ่งกว่าคือการยืนคร่อมธรณีประตู โดยมีเท้าข้างหนึ่งอยู่ในลิฟต์และอีกข้างอยู่ด้านนอก ทางที่ปลอดภัยคือเข้าไปในห้องโดยสารให้เรียบร้อย แล้วกดปุ่มเปิดประตูรอผู้โดยสารคนอื่น

4. รีบเข้าออกโดยไม่มองระดับพื้น

ก่อนก้าวเข้าหรือออกจากลิฟต์ ควรมองให้แน่ใจว่าห้องโดยสารมาถึงแล้ว และพื้นลิฟต์อยู่ในระดับเดียวกับพื้นอาคาร หากมีระดับต่างกันผิดปกติ ไม่ควรฝืนก้าวข้าม แต่ควรถอยออกและแจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลอาคาร

การก้มดูโทรศัพท์ขณะเดินเข้าลิฟต์อาจทำให้ไม่ทันสังเกตความผิดปกติ รวมถึงเสี่ยงชนผู้โดยสารที่กำลังเดินออก ควรรอให้คนด้านในออกมาก่อน แล้วจึงเดินเข้าอย่างไม่เร่งรีบ

5. นำจักรยานไฟฟ้าหรือสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าขึ้นโดยไม่ตรวจสอบกฎ

จักรยานไฟฟ้าและสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีขนาดใหญ่ อาจชนประตู เซ็นเซอร์ หรือผู้โดยสารคนอื่นระหว่างเข้าออก จึงควรตรวจสอบกฎของอาคารก่อน และใช้ลิฟต์ขนของหรือจุดจอดที่กำหนด หากอาคารจัดเตรียมไว้

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่เสียหาย ชำรุด หรือผ่านการดัดแปลงอาจเกิดความร้อนสูงและลุกไหม้ได้อย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรนำรถที่แบตเตอรี่บวม ร้อนผิดปกติ มีกลิ่นไหม้ หรือมีควันเข้าไปในลิฟต์ และไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ในลิฟต์หรือทางหนีไฟ

6. กระโดดหรือเล่นแรงภายในลิฟต์

การกระโดด วิ่งเล่น หรือโยกตัวอย่างรุนแรงภายในห้องโดยสารอาจสร้างแรงสั่นสะเทือน และอาจทำให้อุปกรณ์ตรวจจับความผิดปกติสั่งหยุดลิฟต์เพื่อความปลอดภัย นอกจากเสี่ยงทำให้ติดอยู่ภายในแล้ว ผู้โดยสารยังอาจเสียหลักและได้รับบาดเจ็บ

ผู้ปกครองควรดูแลเด็กไม่ให้วิ่งเล่น กดปุ่มทุกชั้น หรือกระโดดในลิฟต์ หากต้องขนของหนัก ควรกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสมและไม่บรรทุกเกินพิกัดที่ระบุไว้

7. สูบบุหรี่หรือใช้สิ่งที่ก่อให้เกิดประกายไฟ

ลิฟต์เป็นพื้นที่ปิดและมีขนาดจำกัด การสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าจึงทำให้ผู้โดยสารคนอื่นได้รับควันและละอองมือสอง อีกทั้งยังอาจกระตุ้นอุปกรณ์ตรวจจับควันหรือสร้างความเสี่ยงจากประกายไฟ

ไม่ควรนำเปลวไฟ เชื้อเพลิง หรือวัตถุไวไฟที่ไม่ได้จัดเก็บอย่างเหมาะสมเข้าไปในลิฟต์ หากเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร ควรใช้บันไดหนีไฟและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช้ลิฟต์ทั่วไปในการอพยพ

8. ทิ้งขยะหรือปล่อยของเหลวหก

เศษขยะชิ้นเล็กอาจตกเข้าไปในร่องประตูและขัดขวางการเปิด-ปิด ส่วนเครื่องดื่มหรือของเหลวที่หกอาจทำให้พื้นลื่น เพิ่มความเสี่ยงต่อการล้ม และอาจไหลเข้าสู่ช่องอุปกรณ์บางส่วนได้

หากทำของตกหรือของเหลวหก ควรเก็บหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที ไม่ควรใช้เท้าเขี่ยขยะเข้าไปตามมุมหรือช่องประตู เพราะอาจทำให้การทำงานของลิฟต์ผิดปกติ

9. ยืนพิงประตูลิฟต์

ประตูลิฟต์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักจากการพิงหรือกระแทก การยืนพิงอาจรบกวนการเปิดประตู ทำให้เสียหลักเมื่อประตูเปิด และเพิ่มความเสี่ยงหากระบบประตูเกิดความผิดปกติ

ควรยืนให้ห่างจากประตูและจัดพื้นที่ให้ผู้โดยสารเข้าออกได้สะดวก ผู้ที่มีเด็กเล็กควรจับมือเด็กไว้เสมอ รวมถึงระวังเสื้อผ้าหลวม สายกระเป๋า และสายจูงสัตว์เลี้ยงไม่ให้ติดระหว่างประตู

10. งัดประตูหรือพยายามออกเองเมื่อลิฟต์ค้าง

หากลิฟต์หยุดระหว่างชั้น ห้ามงัดประตูหรือปีนออกจากห้องโดยสารด้วยตัวเอง แม้จะสามารถเปิดประตูชั้นในได้ แต่ภายนอกอาจเป็นผนังปล่องหรือช่องว่างระหว่างชั้น ซึ่งเสี่ยงพลัดตกหรือถูกลิฟต์หนีบได้

สิ่งที่ควรทำคือ ตั้งสติ กดปุ่มฉุกเฉิน ใช้อินเตอร์คอมหรือโทรศัพท์ติดต่อเจ้าหน้าที่ และรอการช่วยเหลือจากช่างหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย หากประตูเปิดแต่ลิฟต์ไม่ได้จอดเสมอกับพื้นชั้น ห้ามก้าวออกจนกว่าจะได้รับคำสั่งจากผู้เชี่ยวชาญ

หากติดอยู่ในลิฟต์ ควรทำอย่างไร?

  • ตั้งสติและอย่ากระโดดหรือเขย่าห้องโดยสาร
  • กดปุ่มสัญญาณเตือนหรือปุ่มโทรฉุกเฉิน
  • แจ้งชื่ออาคาร ตำแหน่งโดยประมาณ และจำนวนผู้ที่ติดอยู่
  • ถอยออกจากประตูและรอเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ
  • ห้ามงัดประตู ปีนออก หรือพยายามช่วยผู้ติดลิฟต์ด้วยตนเอง

สรุป 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ที่ไม่ควรมองข้าม

การใช้ลิฟต์อย่างปลอดภัยไม่ใช่เรื่องซับซ้อน เพียงกดปุ่มให้ถูกทิศทาง ไม่ใช้ร่างกายกั้นประตู มองระดับพื้นก่อนก้าวเข้าออก ไม่เล่นรุนแรง และไม่พิงหรืองัดประตู ก็ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเกิดเหตุขัดข้องคือการตั้งสติและรอผู้เชี่ยวชาญ เพราะการพยายามออกจากลิฟต์ด้วยตัวเองอาจเปลี่ยนเหตุขัดข้องธรรมดาให้กลายเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ดังนั้น การจดจำ 10 พฤติกรรมอันตรายในลิฟต์ เหล่านี้จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งตัวเราและผู้โดยสารคนอื่น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล