ไม่ใช่แค่เมา! ดื่มแอลกอฮอล์แล้ว "หน้าแดง" อันตรายกว่าที่คิด ควรเลิกตลอดชีวิต

ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดงตัวแดง อันตรายกว่าที่คิด เจาะลึกความลับในพันธุกรรม ควรเลิกดื่มตลอดชีวิต
บางคนเพียงดื่มเบียร์ไม่กี่อึกหรือจิบไวน์ไม่นาน ใบหน้าก็เริ่มแดง ตัวแดง ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกคลื่นไส้ อาการแบบนี้พบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในคนเชื้อสายเอเชียตะวันออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรฝืนดื่มต่อไป
อาการดังกล่าวเรียกว่า Alcohol Flush Reaction หรือภาวะหน้าแดงหลังดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งโดยมากเป็นรูปแบบหนึ่งของ ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (alcohol intolerance) ไม่ใช่การแพ้แอลกอฮอล์แบบภูมิแพ้ สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางพันธุกรรมของเอนไซม์ที่ใช้กำจัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะ ALDH2
ทำไมดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง?
หลังดื่ม ร่างกายจะใช้เอนไซม์ Alcohol Dehydrogenase หรือ ADH เปลี่ยนเอทานอลให้เป็น อะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารพิษและมีคุณสมบัติก่อมะเร็ง จากนั้นเอนไซม์ Aldehyde Dehydrogenase หรือ ALDH จะช่วยเปลี่ยนอะเซทัลดีไฮด์ให้เป็นสารที่มีพิษน้อยลงเพื่อให้ร่างกายกำจัดต่อไป
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อบางคนมีความแปรผันของยีน เช่น ALDH2 ที่ทำให้เอนไซม์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ อะเซทัลดีไฮด์จึงสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ และกระตุ้นให้เกิดอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ คลื่นไส้ หรือหัวใจเต้นเร็วได้
หน้าแดงหลังดื่ม ถือว่าปกติไหม?
หากหมายถึงว่า “พบได้บ่อยหรือไม่” คำตอบคือพบได้ค่อนข้างบ่อยในประชากรบางกลุ่ม โดย NIAAA ระบุว่าความแปรผันของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญแอลกอฮอล์พบได้มากในผู้มีเชื้อสายเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้คนจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นก็สามารถมีความแปรผันดังกล่าวได้เช่นกัน
แต่หากถามว่า “เป็นอาการปกติที่ไม่มีอันตรายหรือไม่” คำตอบคือ ไม่ควรมองข้าม เพราะหน้าแดงเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังกำจัดอะเซทัลดีไฮด์ได้ไม่ดี และสารดังกล่าวกำลังสะสมมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นดื่มเก่ง เมาง่าย หรือเลือดสูบฉีดดีเป็นพิเศษ
อาการไม่ได้มีแค่หน้าแดง
Alcohol Flush Reaction อาจทำให้มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตลด ปวดศีรษะ หรือรู้สึกร้อนตามร่างกาย บางรายอาจมีลมพิษ อาการไมเกรนกำเริบ หรืออาการหอบหืดแย่ลงได้
ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดื่มเพียงเล็กน้อยก็แดงทันที ขณะที่บางคนอาจต้องดื่มมากกว่าจึงเริ่มมีอาการ แต่การหน้าแดงน้อยหรือเริ่มช้ากว่าไม่ได้หมายความว่าอะเซทัลดีไฮด์ไม่สะสม
ถ้าหน้าแดงแล้วยังฝืนดื่มต่อ จะเกิดอะไรขึ้น?
เมื่อยังดื่มต่อ ร่างกายก็ได้รับเอทานอลเพิ่ม และสร้างอะเซทัลดีไฮด์เพิ่มตามไปด้วย สำหรับผู้ที่กำจัดสารนี้ได้ช้า ระดับอะเซทัลดีไฮด์จึงสามารถสะสมมากขึ้น ทำให้อาการหน้าแดง ใจสั่น คลื่นไส้ และความไม่สบายต่าง ๆ รุนแรงขึ้นได้
สิ่งที่น่ากังวลกว่าความรู้สึกไม่สบายในคืนที่ดื่มคือผลระยะยาว เพราะอะเซทัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็ง NIAAA ระบุว่าผู้ที่มี Alcohol Flush Reaction และยังดื่มแอลกอฮอล์มีความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น ขณะที่ National Cancer Institute ระบุว่าผู้ที่มี ALDH2 แบบทำงานลดลงและยังดื่ม แม้ในระดับปานกลาง มีความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร รวมถึงมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอสูงกว่าผู้ที่มีเอนไซม์ปกติและดื่มในปริมาณใกล้เคียงกัน

หน้าแดงแต่ดื่มจนชิน อันตรายน้อยลงไหม?
ไม่ควรคิดไปเองว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ บางคนอาจรู้สึกว่าเมื่อดื่มบ่อยขึ้น อาการหน้าแดงหรือความไม่สบายลดลง หรือสามารถฝืนดื่มได้มากกว่าเดิม แต่ความสามารถในการทนต่ออาการไม่ได้หมายความว่าเอนไซม์ ALDH2 กลับมาทำงานเป็นปกติ
National Cancer Institute ระบุว่า ผู้ที่มี ALDH2 แบบเปลี่ยนแปลงแต่สามารถทนต่ออาการและยังดื่มต่อ มีความเสี่ยงมะเร็งจากแอลกอฮอล์มากขึ้น ในทางกลับกัน ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นแบบเดียวกันไม่พบในผู้ที่มียีนดังกล่าวแต่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
กินยาแก้แพ้ก่อนดื่ม ช่วยแก้หน้าแดงได้ไหม?
อีกทริกที่แพร่หลายในโซเชียลคือการรับประทานยาแก้แพ้หรือยาบางชนิดก่อนดื่ม เพื่อทำให้หน้าแดงน้อยลง แต่ NIAAA เตือนว่า แม้ยาบางชนิดอาจลดอาการแดง แต่ไม่ได้หยุดผลเสียจากอะเซทัลดีไฮด์ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย
ยิ่งไปกว่านั้น การกดอาการหน้าแดงอาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองดื่มต่อได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ได้รับแอลกอฮอล์มากขึ้นและสร้างอะเซทัลดีไฮด์มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การกินยาเพื่อ “เอาชนะหน้าแดง” แล้วฝืนดื่มต่อจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
มีวิธีแก้ “ยีนแพ้แอลกอฮอล์” ไหม?
หากอาการเกิดจากความแปรผันของยีน ALDH2 ปัจจุบันไม่มีอาหาร เครื่องดื่ม วิตามิน หรือวิธีแก้ที่บ้านซึ่งสามารถทำให้เอนไซม์กลับมาทำงานเหมือนคนที่ไม่มีความแปรผันดังกล่าวได้ วิธีที่ NIAAA แนะนำสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติในการเผาผลาญแอลกอฮอล์คือ หลีกเลี่ยงการดื่ม หรือจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์
ในแง่การลดความเสี่ยง การไม่ดื่มเป็นทางเลือกที่ตรงกับต้นเหตุที่สุด เพราะเมื่อไม่มีเอทานอลเข้าสู่ร่างกาย ก็จะไม่มีอะเซทัลดีไฮด์จากการเผาผลาญแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น National Cancer Institute ยังระบุว่าการหยุดดื่มสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงมะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร และอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดอื่นด้วย แม้ความเสี่ยงอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะลดลง
ถ้าเคยดื่มแล้วหน้าแดง ควรทำอย่างไร?
- อย่าฝืนดื่มเพื่อให้ร่างกาย “ชิน” เพราะไม่ได้แก้ความสามารถในการกำจัดอะเซทัลดีไฮด์
- หยุดหรือจำกัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะหากดื่มเพียงเล็กน้อยก็หน้าแดง ใจสั่น หรือคลื่นไส้
- อย่าใช้ยาแก้แพ้เพื่อกดหน้าแดงแล้วดื่มต่อ เพราะไม่ได้ลดพิษของอะเซทัลดีไฮด์
- ตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดสามารถรบกวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์และทำให้เกิดอาการหน้าแดงได้
- พบแพทย์หากอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ความดันตกมาก หายใจลำบาก อาการหอบหืดกำเริบ หรือเกิดอาการผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่หน้าแดงหลังดื่มจะต้องมีความแปรผันของ ALDH2 เสมอไป เพราะยาบางชนิดสามารถเปลี่ยนการเผาผลาญแอลกอฮอล์และทำให้ acetaldehyde สะสมได้เช่นกัน หากอาการเพิ่งเกิดขึ้นทั้งที่ในอดีตดื่มแล้วไม่เคยหน้าแดง หรือมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
สรุป ดื่มแล้วหน้าแดง อย่ามองว่าแค่ “คออ่อน”
อาการหน้าแดงหลังดื่มแอลกอฮอล์อาจเป็นสัญญาณของ Alcohol Flush Reaction ซึ่งสัมพันธ์กับการที่ร่างกายกำจัดอะเซทัลดีไฮด์ได้ไม่ดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีความแปรผันของยีน ALDH2 อาการนี้พบได้บ่อยในบางกลุ่มประชากร แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง
หากฝืนดื่มต่อ ร่างกายจะได้รับแอลกอฮอล์และสร้างอะเซทัลดีไฮด์เพิ่มขึ้น และหากทำเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ดังนั้น “วิธีแก้” ที่ตรงที่สุดไม่ใช่การหาวิธีทำให้หน้าไม่แดง แต่คือ ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้สารพิษดังกล่าวเกิดและสะสมตั้งแต่ต้น
แหล่งอ้างอิง
- National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), Alcohol Flush Reaction: Does Drinking Alcohol Make Your Face Red? NIAAA
- National Cancer Institute (NCI), Alcohol and Cancer Risk Fact Sheet National Cancer Institute
- National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), Medical Complications: Common Alcohol-Related Concerns NIAAA
- National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), The Basics: Defining How Much Alcohol is Too Much NIAAA
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี



