ไม่ใช่แค่เมา! ดื่มแอลกอฮอล์แล้ว "หน้าแดง" อันตรายกว่าที่คิด ควรเลิกตลอดชีวิต

ไม่ใช่แค่เมา! ดื่มแอลกอฮอล์แล้ว "หน้าแดง" อันตรายกว่าที่คิด ควรเลิกตลอดชีวิต

ไม่ใช่แค่เมา! ดื่มแอลกอฮอล์แล้ว "หน้าแดง" อันตรายกว่าที่คิด ควรเลิกตลอดชีวิต
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดงตัวแดง อันตรายกว่าที่คิด เจาะลึกความลับในพันธุกรรม ควรเลิกดื่มตลอดชีวิต

บางคนเพียงดื่มเบียร์ไม่กี่อึกหรือจิบไวน์ไม่นาน ใบหน้าก็เริ่มแดง ตัวแดง ร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกคลื่นไส้ อาการแบบนี้พบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในคนเชื้อสายเอเชียตะวันออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรฝืนดื่มต่อไป

อาการดังกล่าวเรียกว่า Alcohol Flush Reaction หรือภาวะหน้าแดงหลังดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งโดยมากเป็นรูปแบบหนึ่งของ ภาวะไม่ทนต่อแอลกอฮอล์ (alcohol intolerance) ไม่ใช่การแพ้แอลกอฮอล์แบบภูมิแพ้ สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับความแตกต่างทางพันธุกรรมของเอนไซม์ที่ใช้กำจัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะ ALDH2

ทำไมดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง?

หลังดื่ม ร่างกายจะใช้เอนไซม์ Alcohol Dehydrogenase หรือ ADH เปลี่ยนเอทานอลให้เป็น อะเซทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ซึ่งเป็นสารพิษและมีคุณสมบัติก่อมะเร็ง จากนั้นเอนไซม์ Aldehyde Dehydrogenase หรือ ALDH จะช่วยเปลี่ยนอะเซทัลดีไฮด์ให้เป็นสารที่มีพิษน้อยลงเพื่อให้ร่างกายกำจัดต่อไป

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อบางคนมีความแปรผันของยีน เช่น ALDH2 ที่ทำให้เอนไซม์ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ อะเซทัลดีไฮด์จึงสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ และกระตุ้นให้เกิดอาการหน้าแดง ร้อนวูบวาบ คลื่นไส้ หรือหัวใจเต้นเร็วได้

หน้าแดงหลังดื่ม ถือว่าปกติไหม?

หากหมายถึงว่า “พบได้บ่อยหรือไม่” คำตอบคือพบได้ค่อนข้างบ่อยในประชากรบางกลุ่ม โดย NIAAA ระบุว่าความแปรผันของยีนที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญแอลกอฮอล์พบได้มากในผู้มีเชื้อสายเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี แม้คนจากกลุ่มชาติพันธุ์อื่นก็สามารถมีความแปรผันดังกล่าวได้เช่นกัน

แต่หากถามว่า “เป็นอาการปกติที่ไม่มีอันตรายหรือไม่” คำตอบคือ ไม่ควรมองข้าม เพราะหน้าแดงเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังกำจัดอะเซทัลดีไฮด์ได้ไม่ดี และสารดังกล่าวกำลังสะสมมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นดื่มเก่ง เมาง่าย หรือเลือดสูบฉีดดีเป็นพิเศษ

อาการไม่ได้มีแค่หน้าแดง

Alcohol Flush Reaction อาจทำให้มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตลด ปวดศีรษะ หรือรู้สึกร้อนตามร่างกาย บางรายอาจมีลมพิษ อาการไมเกรนกำเริบ หรืออาการหอบหืดแย่ลงได้

ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนดื่มเพียงเล็กน้อยก็แดงทันที ขณะที่บางคนอาจต้องดื่มมากกว่าจึงเริ่มมีอาการ แต่การหน้าแดงน้อยหรือเริ่มช้ากว่าไม่ได้หมายความว่าอะเซทัลดีไฮด์ไม่สะสม

ถ้าหน้าแดงแล้วยังฝืนดื่มต่อ จะเกิดอะไรขึ้น?

เมื่อยังดื่มต่อ ร่างกายก็ได้รับเอทานอลเพิ่ม และสร้างอะเซทัลดีไฮด์เพิ่มตามไปด้วย สำหรับผู้ที่กำจัดสารนี้ได้ช้า ระดับอะเซทัลดีไฮด์จึงสามารถสะสมมากขึ้น ทำให้อาการหน้าแดง ใจสั่น คลื่นไส้ และความไม่สบายต่าง ๆ รุนแรงขึ้นได้

สิ่งที่น่ากังวลกว่าความรู้สึกไม่สบายในคืนที่ดื่มคือผลระยะยาว เพราะอะเซทัลดีไฮด์เป็นสารก่อมะเร็ง NIAAA ระบุว่าผู้ที่มี Alcohol Flush Reaction และยังดื่มแอลกอฮอล์มีความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดเพิ่มขึ้น ขณะที่ National Cancer Institute ระบุว่าผู้ที่มี ALDH2 แบบทำงานลดลงและยังดื่ม แม้ในระดับปานกลาง มีความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร รวมถึงมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอสูงกว่าผู้ที่มีเอนไซม์ปกติและดื่มในปริมาณใกล้เคียงกัน

หน้าแดงแต่ดื่มจนชิน อันตรายน้อยลงไหม?

ไม่ควรคิดไปเองว่าร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้ บางคนอาจรู้สึกว่าเมื่อดื่มบ่อยขึ้น อาการหน้าแดงหรือความไม่สบายลดลง หรือสามารถฝืนดื่มได้มากกว่าเดิม แต่ความสามารถในการทนต่ออาการไม่ได้หมายความว่าเอนไซม์ ALDH2 กลับมาทำงานเป็นปกติ

National Cancer Institute ระบุว่า ผู้ที่มี ALDH2 แบบเปลี่ยนแปลงแต่สามารถทนต่ออาการและยังดื่มต่อ มีความเสี่ยงมะเร็งจากแอลกอฮอล์มากขึ้น ในทางกลับกัน ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นแบบเดียวกันไม่พบในผู้ที่มียีนดังกล่าวแต่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์

กินยาแก้แพ้ก่อนดื่ม ช่วยแก้หน้าแดงได้ไหม?

อีกทริกที่แพร่หลายในโซเชียลคือการรับประทานยาแก้แพ้หรือยาบางชนิดก่อนดื่ม เพื่อทำให้หน้าแดงน้อยลง แต่ NIAAA เตือนว่า แม้ยาบางชนิดอาจลดอาการแดง แต่ไม่ได้หยุดผลเสียจากอะเซทัลดีไฮด์ ที่สะสมอยู่ในร่างกาย

ยิ่งไปกว่านั้น การกดอาการหน้าแดงอาจทำให้รู้สึกว่าตัวเองดื่มต่อได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ได้รับแอลกอฮอล์มากขึ้นและสร้างอะเซทัลดีไฮด์มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การกินยาเพื่อ “เอาชนะหน้าแดง” แล้วฝืนดื่มต่อจึงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

มีวิธีแก้ “ยีนแพ้แอลกอฮอล์” ไหม?

หากอาการเกิดจากความแปรผันของยีน ALDH2 ปัจจุบันไม่มีอาหาร เครื่องดื่ม วิตามิน หรือวิธีแก้ที่บ้านซึ่งสามารถทำให้เอนไซม์กลับมาทำงานเหมือนคนที่ไม่มีความแปรผันดังกล่าวได้ วิธีที่ NIAAA แนะนำสำหรับผู้ที่มีความผิดปกติในการเผาผลาญแอลกอฮอล์คือ หลีกเลี่ยงการดื่ม หรือจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์

ในแง่การลดความเสี่ยง การไม่ดื่มเป็นทางเลือกที่ตรงกับต้นเหตุที่สุด เพราะเมื่อไม่มีเอทานอลเข้าสู่ร่างกาย ก็จะไม่มีอะเซทัลดีไฮด์จากการเผาผลาญแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น National Cancer Institute ยังระบุว่าการหยุดดื่มสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงมะเร็งช่องปากและหลอดอาหาร และอาจช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดอื่นด้วย แม้ความเสี่ยงอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะลดลง

ถ้าเคยดื่มแล้วหน้าแดง ควรทำอย่างไร?

  • อย่าฝืนดื่มเพื่อให้ร่างกาย “ชิน” เพราะไม่ได้แก้ความสามารถในการกำจัดอะเซทัลดีไฮด์
  • หยุดหรือจำกัดแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะหากดื่มเพียงเล็กน้อยก็หน้าแดง ใจสั่น หรือคลื่นไส้
  • อย่าใช้ยาแก้แพ้เพื่อกดหน้าแดงแล้วดื่มต่อ เพราะไม่ได้ลดพิษของอะเซทัลดีไฮด์
  • ตรวจสอบยาที่ใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดสามารถรบกวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์และทำให้เกิดอาการหน้าแดงได้
  • พบแพทย์หากอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ความดันตกมาก หายใจลำบาก อาการหอบหืดกำเริบ หรือเกิดอาการผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่หน้าแดงหลังดื่มจะต้องมีความแปรผันของ ALDH2 เสมอไป เพราะยาบางชนิดสามารถเปลี่ยนการเผาผลาญแอลกอฮอล์และทำให้ acetaldehyde สะสมได้เช่นกัน หากอาการเพิ่งเกิดขึ้นทั้งที่ในอดีตดื่มแล้วไม่เคยหน้าแดง หรือมีอาการรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

สรุป ดื่มแล้วหน้าแดง อย่ามองว่าแค่ “คออ่อน”

อาการหน้าแดงหลังดื่มแอลกอฮอล์อาจเป็นสัญญาณของ Alcohol Flush Reaction ซึ่งสัมพันธ์กับการที่ร่างกายกำจัดอะเซทัลดีไฮด์ได้ไม่ดี โดยเฉพาะในผู้ที่มีความแปรผันของยีน ALDH2 อาการนี้พบได้บ่อยในบางกลุ่มประชากร แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยง

หากฝืนดื่มต่อ ร่างกายจะได้รับแอลกอฮอล์และสร้างอะเซทัลดีไฮด์เพิ่มขึ้น และหากทำเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด โดยเฉพาะมะเร็งหลอดอาหารและมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ ดังนั้น “วิธีแก้” ที่ตรงที่สุดไม่ใช่การหาวิธีทำให้หน้าไม่แดง แต่คือ ลดหรือหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้สารพิษดังกล่าวเกิดและสะสมตั้งแต่ต้น

แหล่งอ้างอิง

  1. National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), Alcohol Flush Reaction: Does Drinking Alcohol Make Your Face Red? NIAAA
  2. National Cancer Institute (NCI), Alcohol and Cancer Risk Fact Sheet National Cancer Institute
  3. National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), Medical Complications: Common Alcohol-Related Concerns NIAAA
  4. National Institute on Alcohol Abuse and Alcoholism (NIAAA), The Basics: Defining How Much Alcohol is Too Much NIAAA
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล