เปิดที่มา "วันแม่แห่งชาติ" ทำไมต้อง 12 สิงหาคม? เพิ่งรู้เปลี่ยนมาแล้ว 3 ครั้ง!

เปิดที่มา "วันแม่แห่งชาติ" ทำไมต้อง 12 สิงหาคม? เพิ่งรู้เปลี่ยนมาแล้ว 3 ครั้ง!

เปิดที่มา "วันแม่แห่งชาติ" ทำไมต้อง 12 สิงหาคม? เพิ่งรู้เปลี่ยนมาแล้ว 3 ครั้ง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดประวัติ “วันแม่แห่งชาติ” ทำไมต้อง 12 สิงหาคม เพิ่งรู้ สมัยก่อนไทยเคยเปลี่ยนวันแม่มาแล้ว 3 ครั้ง มีวันอะไรบ้าง?

เมื่อพูดถึงวันแม่แห่งชาติ คนไทยส่วนใหญ่ย่อมนึกถึงวันที่ 12 สิงหาคม พวงมาลัยดอกมะลิ และกิจกรรมแสดงความกตัญญูต่อแม่ แต่หลายคนอาจไม่เคยทราบว่า วันที่ 12 สิงหาคมไม่ได้เป็นวันแม่ของไทยมาตั้งแต่แรก เพราะในอดีตประเทศไทยเคยกำหนดวันแม่มาแล้วหลายวัน ทั้งวันที่ 10 มีนาคม 15 เมษายน และ 4 ตุลาคม

กว่าที่วันแม่แห่งชาติจะลงตัวในวันที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน การจัดงานเคยต้องหยุดชะงักจากสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ แล้ววันแม่ของไทยเริ่มขึ้นเมื่อใด และเหตุใดท้ายที่สุดจึงเลือกวันที่ 12 สิงหาคม คำตอบมีที่มาน่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด

ทำไมวันแม่แห่งชาติต้องตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม?

วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 ประเทศไทยจึงกำหนดให้วันนี้เป็นทั้งวันสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติและวันแม่แห่งชาติ

จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2519 เมื่อคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ โดยถือวันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นวันสำคัญดังกล่าว และจัดงานวันแม่แห่งชาติในวันนี้เป็นครั้งแรก

นับจากนั้น วันที่ 12 สิงหาคมจึงกลายเป็นวันแม่แห่งชาติของไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฉลิมพระเกียรติในฐานะที่ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ควบคู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของสถาบันครอบครัว และระลึกถึงความรัก ความเสียสละ ตลอดจนพระคุณของแม่

ก่อนปี 2519 ประเทศไทยมีวันแม่หรือไม่?

คำตอบคือ มี โดยประวัติการจัดงานวันแม่ในประเทศไทยย้อนกลับไปได้ถึง พ.ศ. 2486 หรือกว่า 30 ปีก่อนที่จะกำหนดวันที่ 12 สิงหาคม วันแม่ในยุคแรกยังไม่ได้มีวันจัดงานที่ต่อเนื่องแน่นอนเหมือนปัจจุบัน และเคยเปลี่ยนวันตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา

ข้อมูลจาก Thai PBS และหน่วยงานภาครัฐระบุว่า ประเทศไทยเคยใช้วันสำคัญสำหรับการจัดงานวันแม่อย่างน้อย 4 วัน เริ่มจากวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ก่อนเปลี่ยนเป็นวันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 และมาลงตัวที่วันที่ 12 สิงหาคม ตั้งแต่ พ.ศ. 2519

ย้อนเส้นทางวันแม่ของไทย เคยตรงกับวันใดบ้าง?

วันที่ พ.ศ. เหตุการณ์สำคัญ
10 มีนาคม 2486 จัดงานวันแม่ครั้งแรกที่สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุข
15 เมษายน 2493 กำหนดเป็นวันแม่ตามมติคณะรัฐมนตรี และมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติจัดงาน
4 ตุลาคม 2515 สมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยรื้อฟื้นการจัดงานวันแม่ แต่จัดขึ้นเพียงปีเดียว
12 สิงหาคม 2519 สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ กำหนดเป็นวันแม่แห่งชาติ และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

10 มีนาคม 2486 วันแม่ครั้งแรกของประเทศไทย

งานวันแม่ของไทยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ สวนอัมพร โดยกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัด จุดประสงค์สำคัญคือการส่งเสริมบทบาทของแม่และสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นประเทศไทยอยู่ท่ามกลางสถานการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้เกิดข้อจำกัดหลายด้าน การจัดงานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องยุติลงชั่วคราว และยังไม่สามารถกำหนดให้เป็นกิจกรรมประจำปีได้อย่างต่อเนื่อง

15 เมษายน 2493 วันแม่ตามมติคณะรัฐมนตรี

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง หลายฝ่ายพยายามรื้อฟื้นการจัดงานวันแม่ขึ้นอีกครั้ง กระทั่งคณะรัฐมนตรีมีมติรับรองเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ให้วันที่ 15 เมษายนของทุกปี เป็นวันแม่ พร้อมมอบหมายให้สภาวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้จัดงาน

การจัดงานในช่วงนั้นได้รับความสนใจจากประชาชนและสามารถขยายกิจกรรมให้กว้างขวางขึ้น แต่เมื่อกระทรวงวัฒนธรรมถูกยุบ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติซึ่งทำหน้าที่จัดงานขาดหน่วยงานสนับสนุนหลัก ส่งผลให้การจัดงานวันแม่ต้องหยุดลงอีกครั้ง

4 ตุลาคม 2515 ความพยายามรื้อฟื้นวันแม่อีกครั้ง

ต่อมา สมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยได้จัดงานวันแม่ขึ้นใหม่ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะนำวันสำคัญสำหรับแม่กลับมาอยู่ในสังคมไทย แต่การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงปีเดียวและไม่ได้สืบเนื่องเป็นประเพณีประจำปี

ช่วงเวลาดังกล่าวจึงสะท้อนว่า แม้สังคมไทยให้ความสำคัญกับบทบาทของแม่มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังขาดวันที่แน่นอนและองค์กรหลักที่รับผิดชอบการจัดงานในระยะยาว จนกระทั่งมีการกำหนดวันแม่ขึ้นใหม่ในอีก 4 ปีต่อมา

12 สิงหาคม 2519 จุดเริ่มต้นวันแม่แห่งชาติแบบปัจจุบัน

พ.ศ. 2519 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดให้วันที่ 12 สิงหาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ โดยยึดวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

การเลือกวันดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีวันแม่ที่แน่นอนและได้รับการสืบสานอย่างต่อเนื่อง นอกจากการเฉลิมพระเกียรติแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับแม่และครอบครัว เช่น การประกาศเกียรติคุณแม่ดีเด่น การยกย่องลูกกตัญญู และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่างๆ

ทำไม “ดอกมะลิ” จึงเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่?

ดอกมะลิ ถูกเลือกให้เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่แห่งชาติ เพราะมีสีขาวและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี คุณลักษณะเหล่านี้จึงถูกนำมาเปรียบกับความรักอันบริสุทธิ์และยาวนานของแม่ที่มีต่อลูก

คนไทยจึงนิยมมอบพวงมาลัยดอกมะลิให้แม่เพื่อแสดงความรักและความกตัญญู นอกจากนี้ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ ยังจัดทำผลิตภัณฑ์ดอกมะลิเพื่อใช้ในกิจกรรมวันแม่ พร้อมสนับสนุนการสร้างรายได้แก่กลุ่มแม่บ้าน ผู้พิการ นักเรียน และผู้มีรายได้น้อยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2519

วันแม่ของแต่ละประเทศไม่จำเป็นต้องตรงกัน

แม้ประเทศไทยกำหนดวันแม่แห่งชาติเป็นวันที่ 12 สิงหาคม แต่วันแม่ไม่ได้ตรงกันทั่วโลก หลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนาดา และออสเตรเลีย นิยมจัดวันแม่ในวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ขณะที่บางประเทศเลือกวันตามประวัติศาสตร์ ศาสนา หรือวัฒนธรรมของตนเอง

ดังนั้น วันที่ 12 สิงหาคมจึงเป็นวันแม่ในบริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ ไม่ใช่วันแม่สากลที่ทุกประเทศต้องใช้ร่วมกัน ส่วนแก่นสำคัญที่หลายวัฒนธรรมมีร่วมกันคือการยกย่องบทบาทของแม่ และเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้แสดงความรักและความขอบคุณต่อกัน

จากวันที่เปลี่ยนหลายครั้ง สู่วันสำคัญของครอบครัวไทย

เส้นทางของวันแม่แห่งชาติในประเทศไทยไม่ได้เริ่มต้นที่วันที่ 12 สิงหาคมทันที แต่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายยุค ตั้งแต่วันแม่ครั้งแรกในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 และวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 ก่อนกำหนดวันที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2519

วันที่ 12 สิงหาคมจึงมีความหมายทั้งในฐานะวันสำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติ และวันที่เตือนให้สังคมหันกลับมาเห็นคุณค่าของแม่และครอบครัว อย่างไรก็ตาม การแสดงความรักหรือดูแลแม่ไม่จำเป็นต้องรอเพียงวันเดียว เพราะความใส่ใจเล็กๆ ที่ทำอย่างสม่ำเสมอย่อมมีความหมายไม่แพ้พวงมาลัยในวันแม่

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล