เพิ่งรู้ "ราชาแห่งถั่ว" คือถั่วชนิดนี้! โปรตีนสูง แคลต่ำ สารอาหารแน่น ล้มแชมป์ถั่วราคาแพงๆ

เพิ่งรู้ "ราชาแห่งถั่ว" คือถั่วชนิดนี้! โปรตีนสูง แคลต่ำ สารอาหารแน่น ล้มแชมป์ถั่วราคาแพงๆ

เพิ่งรู้ "ราชาแห่งถั่ว" คือถั่วชนิดนี้! โปรตีนสูง แคลต่ำ สารอาหารแน่น ล้มแชมป์ถั่วราคาแพงๆ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดชื่อ “ราชาแห่งถั่ว” ราคาประหยัด โปรตีนสูง แคลอรีต่ำ โภชนาการแน่น ท้าชนแมคคาเดเมียและวอลนัต

เมื่อพูดถึง “ราชาแห่งถั่ว” หลายคนอาจนึกถึงวอลนัตซึ่งมีไขมันโอเมกา-3 จากพืช หรือแมคคาเดเมียที่อุดมด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว แต่หากพิจารณาทั้งคุณภาพโปรตีน ใยอาหาร พลังงาน ความหลากหลายในการนำมาปรุงอาหาร และราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ ถั่วเหลือง คือผู้ท้าชิงที่โดดเด่นไม่แพ้ถั่วราคาแพง

ถั่วเหลืองอาจไม่ได้ชนะทุกหมวดสารอาหาร แต่ได้เปรียบอย่างชัดเจนในฐานะแหล่งโปรตีนจากพืชคุณภาพสูง โดยข้อมูลจาก Harvard T.H. Chan School of Public Health ระบุว่า ถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด พร้อมใยอาหาร วิตามินบี โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารไอโซฟลาโวน จึงนับเป็นอาหารที่ให้สารอาหารรอบด้านในราคาค่อนข้างประหยัด

 

“ราชาแห่งถั่ว” มีจริงหรือ

แม้ในทางโภชนาการไม่มีการจัดอันดับอย่างเป็นทางการว่าถั่วชนิดใดเป็น “ราชาแห่งถั่ว” เพราะถั่วแต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกัน คำดังกล่าวจึงมักถูกใช้เพื่อสื่อถึงถั่วที่มีคุณสมบัติโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่ง มากกว่าจะหมายถึงอาหารที่มีสารอาหารสูงที่สุดทุกประเภท

วอลนัตมักได้รับความสนใจด้านไขมันโอเมกา-3 ชนิด ALA และสารโพลีฟีนอล ส่วนแมคคาเดเมียมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวในสัดส่วนสูง ขณะที่ถั่วเหลืองโดดเด่นเรื่องโปรตีน ใยอาหาร แร่ธาตุ และความคุ้มค่า ดังนั้น หากนิยาม “ราชา” ว่าเป็นถั่วที่กินได้บ่อย ใช้แทนโปรตีนจากสัตว์ได้ และไม่ทำให้งบอาหารพุ่งสูง ถั่วเหลืองถือว่าเข้าใกล้ตำแหน่งนี้มากที่สุดชนิดหนึ่ง

ทำไมถั่วเหลืองจึงเป็นผู้ท้าชิงที่น่าจับตา

โปรตีนจากพืชหลายชนิดมีกรดอะมิโนจำเป็นบางตัวในปริมาณจำกัด แต่โปรตีนถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด จึงถูกจัดเป็นโปรตีนสมบูรณ์ ถั่วเหลืองต้มสุกครึ่งถ้วยให้โปรตีนประมาณ 15 กรัม ขณะที่ถั่วแระญี่ปุ่นต้มครึ่งถ้วยให้โปรตีนประมาณ 11 กรัม

นอกจากโปรตีนแล้ว ถั่วเหลืองยังให้ไขมันไม่อิ่มตัว ใยอาหาร ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม และโฟเลต รวมถึงไอโซฟลาโวนซึ่งเป็นสารประกอบจากพืช คุณค่าที่ได้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ แต่ยังช่วยเติมเต็มมื้ออาหารให้มีโปรตีนและใยอาหารมากขึ้น

ข้อได้เปรียบอีกประการคือความหลากหลาย ถั่วเหลืองสามารถนำมากินเป็นถั่วเหลืองต้ม ถั่วแระญี่ปุ่น เต้าหู้ เทมเป้ นัตโตะ หรือนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล ทำให้ปรับใช้ได้ตั้งแต่มื้อหลักไปจนถึงเครื่องดื่ม และเลือกให้เหมาะกับงบประมาณหรือพฤติกรรมการกินได้ง่าย

เทียบโภชนาการ ถั่วเหลือง วอลนัต และแมคคาเดเมีย

ตารางต่อไปนี้เปรียบเทียบสารอาหารโดยประมาณต่ออาหาร 100 กรัมตามฐานข้อมูล USDA โดยใช้ถั่วเหลืองต้มไม่เติมเกลือ วอลนัตดิบ และแมคคาเดเมียดิบ ตัวเลขอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ยี่ห้อ และกระบวนการผลิต

สารอาหารต่อ 100 กรัม ถั่วเหลืองต้ม วอลนัต แมคคาเดเมีย
พลังงาน ประมาณ 172 กิโลแคลอรี ประมาณ 654 กิโลแคลอรี ประมาณ 718 กิโลแคลอรี
โปรตีน ประมาณ 18.2 กรัม ประมาณ 15.2 กรัม ประมาณ 7.9 กรัม
ไขมันทั้งหมด ประมาณ 9 กรัม ประมาณ 65.2 กรัม ประมาณ 75.8 กรัม
ใยอาหาร ประมาณ 6 กรัม ประมาณ 6.7 กรัม ประมาณ 8.6 กรัม
จุดเด่นสำคัญ โปรตีนสมบูรณ์ ใยอาหาร ไอโซฟลาโวน และแร่ธาตุ โอเมกา-3 ชนิด ALA และโพลีฟีนอล ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง

เมื่อดูตัวเลข ถั่วเหลืองต้มให้โปรตีนมากกว่าวอลนัตเล็กน้อยและมากกว่าแมคคาเดเมียมาก ขณะเดียวกันมีพลังงานต่อ 100 กรัมต่ำกว่าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบนี้ต้องเข้าใจด้วยว่า ถั่วเหลืองต้มมีน้ำอยู่มาก ส่วนวอลนัตและแมคคาเดเมียเป็นเมล็ดแห้งที่มีไขมันเข้มข้น จึงมีพลังงานต่อหน่วยน้ำหนักสูงกว่าโดยธรรมชาติ

หากนำถั่วเหลืองแห้งหรือถั่วเหลืองอบไปเปรียบเทียบกับถั่วเปลือกแข็งในน้ำหนักเท่ากัน พลังงานของถั่วเหลืองจะเพิ่มขึ้นตามความเข้มข้นของสารอาหาร ดังนั้น คำว่า “แคลอรีต่ำกว่า” เหมาะกับถั่วเหลืองในรูปต้ม เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล มากกว่าถั่วเหลืองทอดหรืออบกรอบซึ่งกินได้ง่ายและให้พลังงานมากขึ้น

ถั่วเหลืองชนะด้านโปรตีนและความอิ่ม

ถั่วเหลืองต้มให้ทั้งโปรตีนและใยอาหารในปริมาณน่าสนใจ สารอาหารสองกลุ่มนี้ช่วยเพิ่มความอิ่มและทำให้มื้ออาหารอยู่ท้องกว่าอาหารที่มีแต่แป้งขัดสี การนำเต้าหู้ ถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองต้มมาใช้แทนเนื้อสัตว์ติดมันบางมื้อ ยังช่วยลดสัดส่วนไขมันอิ่มตัวในอาหารได้

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเติมถั่วเหลืองเข้าไปในมื้อเดิมโดยไม่ลดอาหารอื่น เพราะอาจทำให้ได้รับพลังงานเพิ่มขึ้น แต่ควรใช้ถั่วเหลืองเป็นตัวแทนของโปรตีนบางส่วน เช่น เปลี่ยนจากเนื้อสัตว์แปรรูปเป็นเต้าหู้ หรือใช้ถั่วแระญี่ปุ่นแทนขนมขบเคี้ยวทอดเค็ม

วอลนัตยังครองแชมป์ด้านโอเมกา-3 จากพืช

แม้ถั่วเหลืองจะเด่นด้านโปรตีน แต่วอลนัตยังมีข้อได้เปรียบสำคัญเรื่อง กรดแอลฟาไลโนเลนิก หรือ ALA ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา-3 จากพืช วอลนัตประมาณ 28 กรัม หรือราวหนึ่งกำมือ ให้ ALA ประมาณ 2.5 กรัม จึงเป็นหนึ่งในถั่วเปลือกแข็งที่โดดเด่นที่สุดด้านนี้

ALA มีบทบาทต่อสุขภาพโดยรวมและสามารถเปลี่ยนเป็นกรดไขมัน EPA และ DHA ในร่างกายได้บางส่วน แต่กระบวนการเปลี่ยนมีประสิทธิภาพค่อนข้างจำกัด จึงไม่ควรกล่าวว่าวอลนัตให้ผลเหมือนปลาทะเลทุกประการ ส่วนคำว่า “บำรุงสมอง” ควรตีความว่าเป็นอาหารซึ่งให้ไขมันจำเป็นและสารพฤกษเคมี ไม่ใช่อาหารวิเศษที่รับประกันว่าจะเพิ่มความจำหรือป้องกันภาวะสมองเสื่อมได้

แมคคาเดเมียเด่นไขมันดี แต่พลังงานเข้มข้น

แมคคาเดเมียมีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูง โดยเฉพาะกรดโอเลอิกและกรดพาลมิโตเลอิก เมื่อกินแทนอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง อาจช่วยให้รูปแบบการกินโดยรวมเป็นมิตรต่อสุขภาพหัวใจมากขึ้น เนื้อสัมผัสมันและรสชาติอ่อนยังทำให้แมคคาเดเมียเป็นถั่วที่ได้รับความนิยม แม้ราคาจะสูงกว่าถั่วท้องตลาดหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม แมคคาเดเมีย 100 กรัมให้พลังงานมากกว่า 700 กิโลแคลอรี จึงเหมาะกับการกินในปริมาณพอเหมาะประมาณหนึ่งกำมือเล็ก มากกว่ากินต่อเนื่องจากถุง จุดเด่นของแมคคาเดเมียคือคุณภาพของไขมัน ไม่ใช่ปริมาณโปรตีน เพราะให้โปรตีนน้อยกว่าถั่วเหลืองและวอลนัตอย่างเห็นได้ชัด

ถั่วเหลือง “ล้มแชมป์” ถั่วแพงได้จริงหรือไม่

หากตัดสินจากสารอาหารทุกชนิด คำตอบคือ ไม่มีถั่วชนิดใดล้มแชมป์ได้ทุกด้าน ถั่วเหลืองไม่ได้มี ALA สูงเท่าวอลนัต และไม่ได้มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวเข้มข้นเท่าแมคคาเดเมีย แต่ถั่วเหลืองชนะอย่างชัดเจนเมื่อเกณฑ์คือโปรตีนต่อมื้อ ความอิ่ม ความหลากหลาย และราคาที่เหมาะกับการกินเป็นประจำ

วอลนัตและแมคคาเดเมียจัดเป็นถั่วเปลือกแข็งที่กินเป็นของว่างและให้พลังงานจากไขมันเป็นหลัก ส่วนถั่วเหลืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่สามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งโปรตีนหลักในมื้ออาหาร การเปรียบเทียบจึงคล้ายกับการมองหาผู้ชนะคนละสนาม มากกว่าการบอกว่าชนิดหนึ่งดีกว่าอีกชนิดในทุกเรื่อง

ถั่วเหลืองช่วยสุขภาพด้านใดบ้าง

  • เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง: มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีนจากพืช
  • ช่วยเพิ่มใยอาหาร: ถั่วเหลืองทั้งเมล็ดและถั่วแระญี่ปุ่นให้ใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่ายและเพิ่มความอิ่ม
  • ให้ไขมันไม่อิ่มตัว: มีทั้งไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ขณะที่มีไขมันอิ่มตัวไม่สูงเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์ติดมันบางชนิด
  • มีวิตามินและแร่ธาตุ: เช่น โฟเลต ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม โดยปริมาณแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์
  • ใช้แทนอาหารไขมันอิ่มตัวสูงได้: ประโยชน์ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อเต้าหู้หรือถั่วเหลืองเข้าไปแทนเนื้อแปรรูปและเนื้อสัตว์ติดมัน ไม่ใช่เพียงกินเพิ่มจากอาหารเดิม

ไอโซฟลาโวนในถั่วเหลืองอันตรายต่อฮอร์โมนหรือไม่

ไอโซฟลาโวนเป็นสารจากพืชที่มีโครงสร้างบางส่วนคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ไม่ได้ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนของมนุษย์ทุกประการ หลักฐานในปัจจุบันสนับสนุนว่า การบริโภคอาหารจากถั่วเหลืองในปริมาณปกติ เช่น เต้าหู้ ถั่วแระญี่ปุ่น หรือนมถั่วเหลือง โดยทั่วไปปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่

ควรแยกอาหารจากถั่วเหลืองออกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไอโซฟลาโวนเข้มข้น เพราะมีขนาดรับประทานและบริบทต่างกัน ผู้ที่มีโรคประจำตัว อยู่ระหว่างรักษามะเร็งที่ไวต่อฮอร์โมน หรือใช้ยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ไม่จำเป็นต้องงดอาหารจากถั่วเหลืองเองโดยไม่มีคำแนะนำ

กินถั่วเหลืองแบบไหนคุ้มและได้ประโยชน์ที่สุด

ตัวเลือกที่เหมาะกับการกินเป็นประจำ ได้แก่ ถั่วเหลืองต้ม ถั่วแระญี่ปุ่น เต้าหู้ เทมเป้ และนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล ควรอ่านฉลากเพื่อดูปริมาณน้ำตาล โซเดียม และโปรตีน เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ชื่อว่าถั่วเหลืองไม่ได้มีคุณค่าทางโภชนาการเท่ากันทั้งหมด

เต้าหู้เหมาะสำหรับใช้แทนเนื้อสัตว์บางมื้อ ถั่วแระญี่ปุ่นเหมาะเป็นของว่างหรือนำไปใส่สลัด ส่วนนมถั่วเหลืองควรเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลและเสริมแคลเซียมหากต้องการใช้แทนนมวัว สำหรับถั่วเหลืองทอด เคลือบน้ำตาล หรือปรุงรสเค็มจัด ควรกินแต่น้อยเพราะอาจได้รับพลังงาน น้ำตาล หรือโซเดียมเกินจำเป็น

ใครบ้างที่ต้องระวังการกินถั่วเหลือง

  • ผู้ที่แพ้ถั่วเหลืองต้องหลีกเลี่ยงอาหารและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของถั่วเหลือง
  • ผู้ป่วยโรคไตที่ต้องจำกัดโพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โปรตีน หรือปริมาณน้ำ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหาร
  • ผู้ใช้ยาเลโวไทรอกซีนควรรับประทานยาตามคำแนะนำและเว้นระยะจากอาหาร เพราะถั่วเหลืองอาจรบกวนการดูดซึมยาในบางกรณี
  • ผู้ที่ไม่คุ้นกับอาหารใยอาหารสูงควรเพิ่มปริมาณทีละน้อย เพื่อลดอาการท้องอืดหรือมีแก๊ส
  • ไม่ควรกินถั่วเหลืองดิบ เพราะมีสารรบกวนการย่อยและอาจทำให้เกิดอาการทางเดินอาหาร ควรปรุงให้สุกก่อนรับประทาน

สรุป ถั่วเหลืองคือราชาแห่งความคุ้มค่า ไม่ใช่แชมป์ทุกสารอาหาร

ถั่วเหลืองเหมาะจะได้รับฉายา “ราชาแห่งถั่วราคาประหยัด” เพราะให้โปรตีนสมบูรณ์ ใยอาหาร ไขมันไม่อิ่มตัว วิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด อีกทั้งยังนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย เมื่อเลือกแบบต้ม เต้าหู้ หรือถั่วแระญี่ปุ่น ก็ให้พลังงานต่อ 100 กรัมต่ำกว่าวอลนัตและแมคคาเดเมียอย่างชัดเจน

แต่วอลนัตยังเหนือกว่าในด้านโอเมกา-3 ชนิด ALA ขณะที่แมคคาเดเมียเด่นเรื่องไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ทางเลือกที่ดีที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงชนิดเดียว หากงบประมาณจำกัด สามารถใช้ถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีนประจำ แล้วเสริมวอลนัตหรือแมคคาเดเมียในปริมาณเล็กน้อยตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ประโยชน์จากถั่วแต่ละชนิดอย่างครบถ้วน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล