ทำไมบางคนเอา “ชุดว่ายน้ำ” แช่ตู้เย็น? เคล็ดลับแปลก ที่ต้องรู้ความจริงก่อนลองทำตาม

ทำไมบางคนเอา “ชุดว่ายน้ำ” แช่ตู้เย็น? เคล็ดลับแปลก ที่ต้องรู้ความจริงก่อนลองทำตาม

ทำไมบางคนเอา “ชุดว่ายน้ำ” แช่ตู้เย็น? เคล็ดลับแปลก ที่ต้องรู้ความจริงก่อนลองทำตาม
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชุดว่ายน้ำแช่ตู้เย็น ช่วยถนอมผ้าและยางยืดจริงไหม? เช็กข้อเท็จจริงก่อนลองทำตาม

หลายคนอาจเคยเห็นเคล็ดลับให้นำชุดว่ายน้ำที่ซักแล้วตากให้แห้งสนิท ก่อนใส่ถุงซิปล็อก นำแช่ไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา โดยเชื่อว่าความเย็นจะช่วยถนอมเนื้อผ้าและยางยืดไม่ให้เสื่อมเร็ว ฟังดูมีเหตุผล เพราะความร้อนถือเป็นหนึ่งในศัตรูสำคัญของเส้นใยยืด แต่คำถามคือวิธีนี้ช่วยได้จริงแค่ไหน และจำเป็นต้องทำหรือไม่

คำตอบคือ อุณหภูมิต่ำอาจช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายจากความร้อนได้ในเชิงหลักการ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการแช่ตู้เย็นทำให้ชุดว่ายน้ำมีอายุยาวกว่าการเก็บอย่างถูกวิธีในที่แห้งและเย็น คำแนะนำจากผู้ผลิตชุดว่ายน้ำและผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งทอจึงเน้นการล้างคลอรีน ซักอย่างอ่อนโยน ตากในร่ม และเก็บให้แห้งสนิท มากกว่าการนำเข้าตู้เย็น

ทำไมคนจึงเชื่อว่าความเย็นช่วยถนอมชุดว่ายน้ำ?

ชุดว่ายน้ำทั่วไปมักผลิตจากไนลอนหรือโพลีเอสเตอร์ผสมอีลาสเทน ซึ่งรู้จักกันในชื่อสแปนเด็กซ์หรือไลครา เส้นใยอีลาสเทนทำหน้าที่สร้างความยืดหยุ่น ช่วยให้ชุดกระชับและคืนรูปได้ แต่สามารถเสื่อมจากคลอรีน รังสียูวี ความร้อน ครีมกันแดด โลชัน และน้ำมันจากผิวหนังได้

ข้อมูลจาก The LYCRA Company ระบุว่า คลอรีน รังสียูวี ความร้อน ครีมกันแดด และโลชัน ล้วนเป็นปัจจัยที่สร้างความเสียหายต่อเส้นใยสแปนเด็กซ์ได้ จึงทำให้เกิดแนวคิดว่า หากนำชุดไปเก็บในสภาพแวดล้อมที่เย็น ก็น่าจะช่วยลดผลกระทบจากความร้อนและชะลอการเสื่อมของเส้นใยได้

อย่างไรก็ตาม การรู้ว่า “ความร้อนทำให้เส้นใยเสื่อม” ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่า “ต้องเก็บชุดในตู้เย็น” เพราะภายในบ้านยังมีพื้นที่ที่ไม่ร้อน ไม่ชื้น และพ้นแสงแดด ซึ่งเพียงพอสำหรับการเก็บชุดว่ายน้ำทั่วไป ที่สำคัญ ยังไม่พบผลการศึกษาที่เปรียบเทียบโดยตรงว่าชุดว่ายน้ำซึ่งเก็บในตู้เย็นมีอายุการใช้งานยาวกว่าชุดที่เก็บในตู้หรือกล่องอย่างเหมาะสม

ผู้ผลิตชุดว่ายน้ำแนะนำอย่างไร?

คำแนะนำจาก Speedo ระบุว่า หลังใช้งานควรล้างชุดด้วยน้ำสะอาดและน้ำเย็นทันที เพื่อกำจัดคลอรีนหรือเกลือก่อนที่จะทำลายเส้นใย จากนั้นควรซักมือด้วยน้ำเย็นและสบู่อ่อน ไม่บิดชุด ตากราบในที่ร่ม และหลีกเลี่ยงเครื่องอบผ้า เตารีด รวมถึงพื้นผิวที่มีความร้อน

Speedo ยังแนะนำให้เก็บชุดเมื่อแห้งสนิทแล้ว โดยพับเก็บให้พ้นจากแสงแดด ไม่ได้ระบุว่าต้องนำไปแช่ตู้เย็น ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งทอให้ความสำคัญกับการล้างคลอรีน เกลือ ครีมกันแดด และน้ำมันจากผิวออกโดยเร็ว เพราะสารตกค้างเหล่านี้สามารถทำร้ายเส้นใยได้อย่างต่อเนื่องระหว่างการเก็บ

ถ้ายังอยากลองแช่ตู้เย็น ต้องทำอย่างไร?

แม้การแช่ตู้เย็นจะไม่ใช่ขั้นตอนที่จำเป็น แต่ผู้ที่ต้องการทดลองกับชุดซึ่งไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรลดความเสี่ยงจากความชื้นและสิ่งปนเปื้อนให้มากที่สุด โดยตรวจสอบป้ายดูแลของชุดก่อนเสมอ หากผู้ผลิตระบุวิธีเก็บเฉพาะ ควรยึดคำแนะนำของผู้ผลิตเป็นหลัก

  1. ล้างทันทีหลังใช้ ล้างคลอรีน น้ำทะเล ครีมกันแดด และคราบเหงื่อออกด้วยน้ำเย็นหรือน้ำสะอาดอุณหภูมิปกติ
  2. ซักอย่างเบามือ ใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรอ่อนตามคำแนะนำบนป้าย หลีกเลี่ยงสารฟอกขาวและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
  3. ซับน้ำโดยไม่บิด วางชุดบนผ้าขนหนูแล้วกดซับน้ำเบา ๆ การบิดแรงอาจทำให้เส้นใยเสียรูปและฟองน้ำบิดเบี้ยว
  4. ผึ่งจนแห้งสนิท ตากราบในที่ร่มและมีอากาศถ่ายเท ห้ามนำชุดที่ยังชื้นใส่ถุงปิดสนิท
  5. ใส่ถุงหรือกล่องสะอาด พับอย่างหลวม ๆ เพื่อไม่ให้ฟองน้ำและโครงชุดเสียรูป ไม่จำเป็นต้องบีบหรือดูดอากาศออกจนชุดถูกกดทับ
  6. เก็บในช่องธรรมดา วางถุงในบริเวณสะอาด แยกจากอาหารสดหรือของที่อาจหกเลอะ และหลีกเลี่ยงจุดที่เกิดหยดน้ำง่าย
  7. นำออกมาพักก่อนเปิดถุง เมื่อจะใช้งาน ควรวางถุงที่อุณหภูมิห้องสักระยะแล้วจึงเปิด เพื่อลดโอกาสเกิดหยดน้ำควบแน่นบนชุด

ทำไมต้องแห้งสนิทก่อนใส่ถุง?

การนำชุดที่ยังมีความชื้นใส่ถุงซิปล็อกแล้วปิดสนิท อาจกักน้ำและกลิ่นไว้ภายใน แม้ตู้เย็นจะมีอุณหภูมิต่ำ แต่ไม่ได้ทำให้ความชื้นที่ติดอยู่บนชุดหายไปทั้งหมด เมื่อเก็บเป็นเวลานานจึงอาจเกิดกลิ่นอับ เชื้อรา หรือคราบที่กำจัดยากได้

นอกจากนี้ การนำถุงออกจากตู้เย็นแล้วเปิดทันทีอาจทำให้อากาศอุ่นและชื้นสัมผัสกับพื้นผิวเย็น จนเกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ การเก็บในตู้เย็นจึงเพิ่มขั้นตอนที่ต้องระวังมากกว่าการพับชุดแห้งเก็บในกล่องหรือลิ้นชักตามปกติ

ไม่ควรนำชุดว่ายน้ำแช่ช่องฟรีซ

การเก็บในช่องแช่แข็งไม่ใช่วิธีดูแลมาตรฐาน และไม่ควรเหมารวมว่า “ยิ่งเย็นยิ่งถนอมผ้า” ชุดว่ายน้ำบางรุ่นประกอบด้วยฟองน้ำ ยาง กาว ซิป ห่วงโลหะ หรือวัสดุตกแต่งหลายชนิด ซึ่งอาจตอบสนองต่อการแช่แข็งและการละลายแตกต่างกัน

หากไม่มีคำแนะนำจากผู้ผลิต จึงไม่ควรนำชุดไปแช่ฟรีซ โดยเฉพาะการนำเข้าและออกซ้ำ ๆ เพราะอาจเกิดความชื้นควบแน่นและทำให้ชิ้นส่วนบางชนิดเสียรูปได้ ช่องแช่ธรรมดาก็ไม่ควรใช้กับชุดที่มีรายละเอียดเปราะบางหรือชุดที่ป้ายระบุให้เก็บด้วยวิธีเฉพาะ

สิ่งที่ช่วยยืดอายุชุดว่ายน้ำได้ชัดเจนกว่า

  • ล้างคลอรีนและน้ำทะเลทันทีหลังใช้งานทุกครั้ง
  • ซักมือด้วยน้ำเย็นและผลิตภัณฑ์สูตรอ่อน
  • ไม่แช่น้ำยาซักผ้าไว้นานเกินคำแนะนำ
  • ไม่ใช้สารฟอกขาวหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม
  • ไม่ขยี้ บิด หรือปั่นแห้งอย่างรุนแรง
  • ไม่ใช้เครื่องอบผ้า เตารีด หรือน้ำร้อน
  • ตากราบในที่ร่มและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด
  • เก็บเมื่อแห้งสนิท ในพื้นที่เย็น แห้ง และพ้นแสง
  • หากว่ายน้ำบ่อย ควรสลับใช้มากกว่าหนึ่งชุดเพื่อให้แต่ละชุดแห้งและคืนรูปเต็มที่

สรุป ชุดว่ายน้ำแช่ตู้เย็นช่วยถนอมยางยืดจริงไหม?

ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าการแช่ตู้เย็นช่วยถนอมเนื้อผ้าและยางยืดของชุดว่ายน้ำได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้อุณหภูมิต่ำจะช่วยหลีกเลี่ยงความร้อนซึ่งเป็นปัจจัยทำร้ายอีลาสเทน แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าตู้เย็นให้ประโยชน์เหนือกว่าการเก็บในที่แห้ง เย็น และพ้นแสงแดดอย่างถูกวิธี

ผู้ที่อยากทดลองสามารถเก็บชุดซึ่งสะอาดและแห้งสนิทในถุงปิดมิดชิดบริเวณช่องธรรมดาได้ แต่ต้องระวังความชื้น การควบแน่น และการปนเปื้อนจากอาหาร รวมถึงไม่ควรนำไปแช่ช่องฟรีซ ส่วนวิธีที่มีคำแนะนำรองรับมากกว่าคือ รีบล้างหลังใช้งาน ซักอย่างอ่อนโยน หลีกเลี่ยงความร้อน ตากในร่ม และเก็บชุดให้แห้งสนิททุกครั้ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล