เปิดลิสต์ 6 อาหารใกล้ตัว "ไบโอตินสูง" บำรุงเส้นผมจากภายใน ไม่ต้องจ่ายแพง อันดับ 1 มีแทบทุกบ้าน!

เปิดลิสต์ 6 อาหาร แหล่งไบโอติน ตัวช่วยดูแลเส้นผมจากภายใน ลดการขาด หลุด ร่วง
นอกจากแชมพูและผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมแล้ว อาหารในแต่ละวันก็มีส่วนสำคัญต่อสุขภาพของเส้นผม โดยเฉพาะอาหารที่ให้โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินในกลุ่มบี หนึ่งในสารอาหารที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ ไบโอติน หรือวิตามินบี 7 ซึ่งพบได้ในอาหารใกล้ตัวหลายชนิดและไม่จำเป็นต้องพึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารราคาแพงเสมอไป
อย่างไรก็ตาม ไบโอตินไม่ได้เป็นวิตามินวิเศษที่ทำให้ผมหนาหรือยาวขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกคน หลักฐานปัจจุบันพบประโยชน์ชัดเจนกว่าในผู้ที่ขาดไบโอติน ซึ่งเป็นภาวะที่พบไม่บ่อย ส่วนผู้ที่ได้รับสารอาหารเพียงพออยู่แล้ว ยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นว่าการกินไบโอตินเพิ่มจะช่วยเร่งการงอกของเส้นผมได้
ไบโอตินคืออะไร ทำไมจึงเกี่ยวข้องกับเส้นผม?
ไบโอตินเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ทำหน้าที่ช่วยเอนไซม์หลายชนิดในกระบวนการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และโปรตีนให้เป็นพลังงาน ร่างกายยังต้องใช้ไบโอตินในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกรดไขมันและกรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการทำงานของเซลล์
เส้นผมประกอบด้วยโปรตีนเคราตินเป็นหลัก ไบโอตินจึงมักถูกเชื่อมโยงกับสุขภาพของเส้นผม ผิวหนัง และเล็บ หากขาดอย่างชัดเจนอาจมีอาการผมบาง ผมร่วง ผื่นรอบตา จมูก หรือปาก รวมถึงเล็บเปราะได้ แต่การมีผมร่วงไม่ได้หมายความว่าจะขาดไบโอตินเสมอไป เพราะยังมีสาเหตุอื่นอีกจำนวนมาก
6 อาหารธรรมชาติที่เป็นแหล่งไบโอตินและสารอาหารบำรุงเส้นผม
1. ไข่ โดยเฉพาะไข่แดง

ไข่เป็นหนึ่งในอาหารที่ให้ไบโอติน โดยสารอาหารส่วนใหญ่อยู่ในไข่แดง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายนำไปใช้สร้างเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงเส้นผม
ควรรับประทานไข่ที่ปรุงสุก เพราะไข่ขาวดิบมีโปรตีนชื่อ avidin ซึ่งสามารถจับกับไบโอตินและขัดขวางการดูดซึมได้ การรับประทานไข่ขาวดิบจำนวนมากต่อเนื่องจึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะขาดไบโอติน ขณะที่ความร้อนจากการปรุงอาหารจะช่วยลดผลของโปรตีนชนิดนี้
2. ถั่วและเมล็ดพืช

อัลมอนด์ ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน และถั่วบางชนิดเป็นแหล่งไบโอตินจากพืช อีกทั้งยังมีโปรตีน ใยอาหาร วิตามินอี และไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ถั่วและเมล็ดพืชแต่ละชนิดมีปริมาณไบโอตินไม่เท่ากัน และไม่ได้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนหนังศีรษะหรือทำให้ผมงอกใหม่โดยตรงตามที่มักกล่าวอ้าง ควรเลือกชนิดไม่เคลือบน้ำตาลและไม่ปรุงเค็มจัด รวมถึงหลีกเลี่ยงหากมีประวัติแพ้ถั่ว
3. ตับสัตว์

ตับวัวและตับไก่จัดเป็นแหล่งไบโอตินตามธรรมชาติที่โดดเด่น เพราะไบโอตินจำนวนหนึ่งถูกสะสมอยู่ในตับ นอกจากนี้ยังมีโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 และโฟเลต ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดแดงและการลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
แม้จะมีสารอาหารสูง แต่ไม่จำเป็นต้องกินตับทุกวัน เพราะตับมีวิตามินเอในรูปเรตินอลและคอเลสเตอรอลค่อนข้างสูง ควรกินในปริมาณพอเหมาะและสลับกับอาหารโปรตีนชนิดอื่น ผู้ที่ตั้งครรภ์ มีโรคตับ หรือมีข้อจำกัดด้านอาหารควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนรับประทานบ่อย ๆ
4. มันเทศ

มันเทศเป็นหนึ่งในแหล่งไบโอตินจากพืช และยังมีเบตาแคโรทีนซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ วิตามินชนิดนี้มีบทบาทต่อการเจริญและการทำงานของเซลล์ รวมถึงช่วยดูแลผิวหนังและเยื่อบุต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การกินมันเทศไม่ได้ทำให้เซลล์รากผมสร้างใหม่เร็วขึ้นหรือป้องกันผมร่วงเป็นหย่อมได้โดยตรง ประโยชน์หลักคือการเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลาย โดยควรเลือกวิธีนึ่ง ต้ม หรืออบ และไม่เติมน้ำตาลหรือไขมันมากเกินไป
5. ผักโขม

ผักโขมมีไบโอตินในปริมาณหนึ่ง พร้อมด้วยโฟเลต วิตามินซี วิตามินเค เบตาแคโรทีน และธาตุเหล็ก สารอาหารเหล่านี้มีบทบาทต่อการทำงานของเซลล์ การสร้างเม็ดเลือด และสุขภาพร่างกายโดยรวม
ธาตุเหล็กในผักเป็นชนิดที่ร่างกายดูดซึมได้น้อยกว่าธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ การกินร่วมกับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม มะเขือเทศ หรือพริกหวาน อาจช่วยเพิ่มการดูดซึมได้ ส่วนผู้ที่มีภาวะโลหิตจางไม่ควรใช้ผักโขมรักษาเอง เพราะต้องตรวจหาสาเหตุก่อน
6. อะโวคาโด

อะโวคาโดมีไบโอตินในปริมาณหนึ่ง รวมถึงวิตามินอี ใยอาหาร และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับเพิ่มความหลากหลายให้มื้ออาหาร สามารถรับประทานสด ใส่สลัด หรือกินร่วมกับอาหารชนิดอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาล
แม้สารอาหารในอะโวคาโดจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าการกินอะโวคาโดจะซ่อมแซมรากผม เพิ่มความหนาของเส้นผม หรือรักษารังแคได้โดยตรง หากมีรังแค คัน หนังศีรษะแดง หรือผมร่วงมาก ควรค้นหาสาเหตุและรักษาให้ตรงกับปัญหา
กินไบโอตินมากขึ้น ช่วยให้ผมยาวเร็วหรือไม่?
ผู้ที่ขาดไบโอตินอาจมีผมร่วงหรือผมบาง และอาการอาจดีขึ้นเมื่อได้รับสารอาหารกลับมาเพียงพอ แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้ขาดไบโอติน งานวิจัยยังไม่ยืนยันว่าการกินเพิ่มจากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมจะทำให้ผมยาวเร็ว หนาขึ้น หรือหยุดร่วงได้อย่างชัดเจน
สุขภาพเส้นผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับไบโอตินเพียงชนิดเดียว แต่ต้องอาศัยพลังงาน โปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี วิตามินดี และสารอาหารอื่นร่วมกัน การกินอาหารหลากหลายจึงสำคัญกว่าการเน้นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งในปริมาณมาก
ใครบ้างที่อาจเสี่ยงขาดไบโอติน?
ภาวะขาดไบโอตินพบได้ไม่บ่อยในผู้ที่รับประทานอาหารตามปกติ แต่ความเสี่ยงอาจเพิ่มขึ้นในผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมเกี่ยวกับการใช้ไบโอติน ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์บางราย หรือผู้ที่รับประทานไข่ขาวดิบจำนวนมากเป็นเวลานาน
อาการที่อาจพบได้ ได้แก่ ผมบางหรือผมร่วง ผื่นบริเวณใบหน้า เล็บเปราะ และความผิดปกติของระบบประสาทบางอย่าง อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่จำเพาะและอาจเกิดจากโรคอื่น จึงไม่ควรวินิจฉัยว่าขาดไบโอตินด้วยตนเอง
ระวังอาหารเสริมไบโอติน อาจทำให้ผลตรวจเลือดคลาดเคลื่อน
ผลิตภัณฑ์บำรุงผมและเล็บบางชนิดมีไบโอตินสูงกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการหลายเท่า แม้ไบโอตินจะละลายในน้ำ แต่การได้รับในปริมาณสูงสามารถรบกวนการตรวจเลือดบางรายการ เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์และโทรโพนินที่ใช้ช่วยประเมินภาวะหัวใจ ทำให้ผลตรวจสูงหรือต่ำกว่าความเป็นจริงได้
หากกำลังกินผลิตภัณฑ์เสริมไบโอติน ควรแจ้งแพทย์และเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการก่อนตรวจเลือดทุกครั้ง ไม่ควรหยุดยาหรือผลิตภัณฑ์ที่แพทย์สั่งด้วยตนเอง ส่วนผู้ที่ผลเลือดไม่พบภาวะขาดไบโอติน สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาไม่แนะนำให้กินเพิ่มเพื่อรักษาผมร่วงโดยไม่มีข้อบ่งชี้
ผมร่วงแบบไหนควรพบแพทย์?
หากผมร่วงต่อเนื่อง ผมบางลงอย่างรวดเร็ว ร่วงเป็นหย่อม หรือมีอาการคัน แดง เจ็บ และเป็นแผลบนหนังศีรษะ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินสาเหตุ ปัญหาอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม ฮอร์โมน ไทรอยด์ ภาวะขาดธาตุเหล็ก โรคภูมิคุ้มกัน ยาบางชนิด หรือความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
แพทย์อาจสอบถามรูปแบบการร่วง ประวัติสุขภาพ อาหาร ยาที่ใช้ และพิจารณาตรวจเลือดตามความจำเป็น การรักษาที่ตรงกับสาเหตุมีโอกาสได้ผลมากกว่าการซื้อวิตามินหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผมมาทดลองหลายชนิดด้วยตนเอง
สรุป ไบโอตินมีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ยาวิเศษเร่งผมยาว
ไข่ ถั่วและเมล็ดพืช ตับ มันเทศ ผักโขม และอะโวคาโด เป็นอาหารที่ให้ไบโอตินพร้อมสารอาหารชนิดอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย การกินเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่สมดุลช่วยป้องกันการขาดสารอาหารและสนับสนุนสุขภาพของเส้นผมจากภายในได้
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าอาหารหรือไบโอตินเสริมจะทำให้ผมขึ้นเร็วหรือหนาขึ้นในผู้ที่ไม่ได้ขาดวิตามินชนิดนี้ หากมีผมร่วงผิดปกติ ควรหาสาเหตุที่แท้จริงกับแพทย์ และไม่ควรหวังพึ่งไบโอตินเพียงอย่างเดียวแทนการวินิจฉัยหรือรักษาที่เหมาะสม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี