อายุเท่าไหร่ถึง "จำความได้" ความทรงจำแรกสุดของมนุษย์ เริ่มตอนกี่ขวบ?

อายุเท่าไหร่ถึง "จำความได้" เปิดงานวิจัยสมอง ความทรงจำแรกสุดของมนุษย์ เริ่มเด็กสุดตอนกี่ขวบ?
เคยลองย้อนนึกถึงความทรงจำแรกสุดในชีวิตหรือไม่ บางคนอาจจำวันแรกที่เข้าโรงเรียนอนุบาล จำบ้านหลังเก่า หรือจำเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวได้อย่างชัดเจน แต่พอพยายามย้อนกลับไปถึงช่วงอายุ 1-2 ขวบ ภาพเหล่านั้นกลับแทบว่างเปล่า ทั้งที่เราใช้ชีวิต เรียนรู้ และพบเจอผู้คนมาตั้งแต่เกิด
คำถามคือ มนุษย์เราเริ่ม “จำความได้” ตอนอายุเท่าไหร่? และความทรงจำในช่วงที่เราเป็นทารกหายไปไหน? เรื่องนี้นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยาศึกษากันมานาน และปัจจุบันพบว่าคำตอบซับซ้อนกว่าการบอกว่า “สมองเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่” เพียงอย่างเดียว

มนุษย์จำความได้ตอนกี่ขวบ?
งานวิจัยเกี่ยวกับความทรงจำอัตชีวประวัติ หรือ Autobiographical Memory พบว่า เมื่อให้ผู้ใหญ่ย้อนนึกถึงความทรงจำแรกสุดของตัวเอง อายุของเหตุการณ์ที่รายงานมักอยู่ในช่วงประมาณ 3-4 ขวบ โดยงานวิจัยบางชิ้นพบค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.5 ขวบ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่เส้นแบ่งตายตัวว่าเด็กก่อน 3 ขวบจะจำอะไรไม่ได้เลย บางคนรายงานว่ามีความทรงจำจากช่วงอายุประมาณ 2 ขวบหรือน้อยกว่านั้น ขณะที่บางคนอาจจำเหตุการณ์แรกไม่ได้จนถึงอายุ 4-5 ขวบ ความแตกต่างเกิดได้จากหลายปัจจัย ทั้งพัฒนาการ ภาษา วัฒนธรรม วิธีที่ครอบครัวพูดคุยถึงอดีต และวิธีที่แต่ละคนประเมินอายุของตัวเองในเหตุการณ์นั้น
นอกจากนี้ งานศึกษาที่ติดตามเด็กเป็นเวลาหลายปียังพบสิ่งที่น่าสนใจว่า เด็กอาจจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อยได้ในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความทรงจำบางส่วนจะหายไป หรือเด็กอาจประเมินว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นตอนตัวเองอายุมากกว่าความเป็นจริง
ทำไมเราถึงแทบจำช่วง 0-3 ขวบไม่ได้?
ปรากฏการณ์ที่ผู้ใหญ่มีความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ส่วนตัวในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตน้อยมาก เรียกว่า Childhood Amnesia หรือ Infantile Amnesia ซึ่งอาจแปลได้ว่า “ภาวะลืมความทรงจำวัยเด็กตอนต้น” โดยพบอย่างสม่ำเสมอว่า ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มีความทรงจำจากช่วง 3-4 ปีแรกของชีวิตน้อยกว่าช่วงอายุอื่นอย่างชัดเจน
สิ่งสำคัญคือ เด็กทารกไม่ได้ไม่มีความจำ เด็กสามารถจดจำใบหน้า เสียง สิ่งของ รูปแบบต่าง ๆ และเรียนรู้จากประสบการณ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เด็กเล็กยังสามารถจำเหตุการณ์บางอย่างได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพียงแต่ความทรงจำเหล่านั้นจำนวนมากไม่คงอยู่ในรูปแบบที่เราสามารถดึงกลับมาเล่าเป็นเหตุการณ์ในชีวิตได้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่
งานวิจัยใหม่พบ ทารกอาจสร้างความทรงจำได้ตั้งแต่อายุประมาณ 1 ขวบ
หลักฐานที่น่าสนใจมาจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อปี 2025 นักวิจัยใช้เครื่อง Functional MRI หรือ fMRI ศึกษาการทำงานของสมองทารกที่กำลังตื่น ขณะให้ดูภาพใหม่และทดสอบภายหลังว่าทารกมีแนวโน้มจำภาพดังกล่าวได้หรือไม่
ผลการศึกษาพบว่า เมื่อบริเวณ ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ของทารกทำงานมากขึ้นขณะเห็นภาพเป็นครั้งแรก ทารกก็มีแนวโน้มแสดงพฤติกรรมว่าจำภาพนั้นได้ในภายหลัง โดยผลดังกล่าวเห็นได้ชัดขึ้นในเด็กอายุมากกว่าประมาณ 1 ปี สิ่งนี้เป็นหลักฐานว่าสมองของทารกสามารถเริ่มเข้ารหัสความทรงจำเกี่ยวกับประสบการณ์เฉพาะได้เร็วกว่าช่วงอายุที่เราสามารถย้อนระลึกถึงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่มาก
ดังนั้น คำอธิบายแบบเดิมที่ว่า “เด็กจำไม่ได้เพราะฮิปโปแคมปัสยังไม่ทำงาน” จึงไม่ถูกต้องนัก นักวิทยาศาสตร์กำลังสนใจอีกความเป็นไปได้ว่า ความทรงจำในวัยทารกอาจถูกสร้างขึ้นจริง แต่เมื่อสมองพัฒนาต่อไป เราอาจสูญเสียความสามารถในการเรียกคืนความทรงจำเหล่านั้น มากกว่าจะเป็นเพราะสมองไม่เคยบันทึกมันไว้ตั้งแต่แรก
Hippocampus มีส่วนอย่างไรกับความทรงจำวัยเด็ก?
ฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) เป็นบริเวณสมองที่มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างและเรียกคืนความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ แต่ระบบความจำของมนุษย์ไม่ได้ทำงานด้วยฮิปโปแคมปัสเพียงส่วนเดียว ในช่วงวัยเด็ก ทั้งฮิปโปแคมปัสและเครือข่ายสมองที่ทำงานร่วมกับมันยังคงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
นักวิทยาศาสตร์จึงเสนอคำอธิบายหลายแนวทางสำหรับ Childhood Amnesia ตั้งแต่การพัฒนาของวงจรประสาท การสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในฮิปโปแคมปัสที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในวัยต้น ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบที่ใช้จัดเก็บและเรียกคืนความทรงจำ ปัจจุบันยังไม่มีคำอธิบายเพียงข้อเดียวที่สามารถอธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ทั้งหมด

ภาษาและการรู้ว่า “ฉันคือใคร” ก็สำคัญต่อการจำอดีต
อีกปัจจัยหนึ่งที่น่าสนใจคือ ความทรงจำที่เรานึกถึงเมื่อโตขึ้นไม่ได้เป็นเพียงภาพที่สมองบันทึกเหมือนกล้องวิดีโอ แต่ต้องสามารถจัดเหตุการณ์เข้ากับเรื่องราวของตัวเองได้ด้วย เช่น ใครอยู่ในเหตุการณ์ เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน และเหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร
ในช่วงวัยอนุบาล เด็กมีพัฒนาการด้านภาษา ความเข้าใจเรื่องเวลา ความรู้เกี่ยวกับตัวเอง และความสามารถในการเล่าเรื่องเพิ่มขึ้นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ประสบการณ์ต่าง ๆ ถูกจัดระเบียบเป็น “ความทรงจำเกี่ยวกับชีวิตของฉัน” ได้ชัดเจนขึ้น นักวิจัยจึงมองว่าการเกิด Autobiographical Memory เป็นผลจากการพัฒนาหลายระบบพร้อมกัน ไม่ใช่การทำงานของสมองส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว
อายุประมาณ 3-7 ขวบ ความทรงจำจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
หลังจากช่วงอายุประมาณ 3-4 ขวบ จำนวนความทรงจำส่วนตัวที่สามารถย้อนนึกได้มักค่อย ๆ เพิ่มขึ้น และงานวิจัยพบว่าการกระจายของความทรงจำจะค่อย ๆ เข้าใกล้รูปแบบของผู้ใหญ่มากขึ้นในช่วงประมาณ 6-7 ขวบ ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าพออายุ 3 ขวบ สมองจะเปิดสวิตช์แล้วเริ่มจำทุกอย่างได้ทันที
เด็กอายุ 3 ขวบสามารถสร้างและเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ แต่เมื่อผ่านไปหลายปี ความทรงจำจำนวนหนึ่งอาจสูญหายไป การศึกษาระยะยาวพบว่าเหตุการณ์ที่เด็กวัย 3 ขวบเคยจำได้อย่างชัดเจน สามารถค่อย ๆ ถูกลืมมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี
แล้วคนที่บอกว่า “จำเรื่องตอน 2 ขวบได้” เป็นไปได้หรือไม่?
เป็นไปได้ งานวิจัยพบว่าขอบเขตของความทรงจำแรกสุดแตกต่างกันในแต่ละคน และวิธีตั้งคำถามก็มีผลต่ออายุของความทรงจำที่คนสามารถเรียกคืนออกมาได้ บางคนจึงอาจมีความทรงจำที่มาจากช่วงก่อน 3 ขวบจริง
อย่างไรก็ตาม การระบุอายุของความทรงจำจากเมื่อหลายสิบปีก่อนมีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ งานศึกษาที่ติดตามเด็กหลายปีพบว่า เมื่อเด็กโตขึ้นมีแนวโน้มเลื่อนอายุของเหตุการณ์ในความทรงจำแรก ๆ ไปเป็นช่วงที่ตัวเองอายุมากขึ้น จึงควรแยกระหว่างคำถามว่า “จำเหตุการณ์ได้หรือไม่” กับ “จำได้แม่นหรือไม่ว่าตอนนั้นอายุเท่าไร”
เหตุการณ์กระทบจิตใจ จะทำให้จำตั้งแต่ 2 ขวบจริงหรือ?
เหตุการณ์ที่โดดเด่น มีความหมาย หรือมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องอาจกลายเป็นความทรงจำที่เด่นกว่ากิจวัตรทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้เป็นกฎว่า เหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรงจะทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบจดจำไปตลอดชีวิตเสมอ ความคงทนและความแม่นยำของความทรงจำเป็นคนละเรื่องกัน
ดังนั้น หากใครจำได้ว่าตัวเองย้ายบ้าน มีน้อง เข้าโรงเรียน หรือเกิดเหตุการณ์สำคัญบางอย่างตั้งแต่อายุยังน้อย ความทรงจำนั้นอาจเป็นของจริง แต่เพียงความรู้สึกว่า “จำได้ชัดมาก” ก็ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
ความทรงจำวัยเด็กที่ชัดมาก อาจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
สมองมนุษย์ไม่ได้เรียกความทรงจำกลับมาเหมือนเปิดไฟล์วิดีโอเดิมทุกครั้ง แต่เป็นการนำข้อมูลหลายส่วนมาประกอบสร้างเหตุการณ์ขึ้นมาใหม่ กระบวนการนี้ทำให้ความทรงจำสามารถเปลี่ยนแปลงหรือได้รับอิทธิพลจากข้อมูลที่เราได้รับภายหลังได้
การทดลองด้าน False Memory หรือ ความทรงจำคลาดเคลื่อน แสดงให้เห็นว่า ข้อมูลชี้นำ เรื่องเล่า และภาพถ่ายสามารถมีอิทธิพลต่อสิ่งที่คนเชื่อว่าตัวเองเคยประสบได้ งานวิจัยบางชิ้นถึงขั้นใช้ภาพถ่ายที่ผ่านการตัดต่อเพื่อทำให้ผู้เข้าร่วมการทดลองบางคนเกิดความทรงจำบางส่วนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในวัยเด็กที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
แม้แต่ภาพถ่ายจริงก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ความทรงจำแม่นยำขึ้นเสมอไป งานวิจัยพบว่าเมื่อภาพเก่าถูกนำมารวมกับข้อมูลชี้นำอื่น ภาพดังกล่าวอาจมีส่วนทำให้คนสร้างรายละเอียดของเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นได้ ดังนั้น การดูรูปในอัลบั้ม ฟังพ่อแม่เล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หรือดูวิดีโอวัยเด็ก อาจทำให้เส้นแบ่งระหว่าง “สิ่งที่เราเห็นหรือได้ยินภายหลัง” กับ “สิ่งที่เราจำจากเหตุการณ์จริง” ไม่ชัดเจนเหมือนที่เราคิด
สรุปแล้ว ความทรงจำแรกสุดของมนุษย์คือกี่ขวบ?
หากถามว่าเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คนส่วนใหญ่สามารถย้อนนึกถึงความทรงจำแรกสุดจากช่วงไหน คำตอบโดยรวมจากงานวิจัยคือประมาณ 3-4 ขวบ โดยค่าเฉลี่ยในงานวิจัยหลายชุดอยู่ใกล้ 3.5 ขวบ
หลักฐานปัจจุบันชี้ว่าเด็กเล็กและทารกสามารถเรียนรู้และสร้างความทรงจำได้ และงานวิจัยทางสมองล่าสุดพบสัญญาณของการเข้ารหัสความทรงจำผ่านฮิปโปแคมปัสตั้งแต่ช่วงประมาณขวบแรก ปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์ยังพยายามหาคำตอบจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า “เด็กสร้างความทรงจำได้เมื่อไร” แต่คือ “ทำไมความทรงจำเหล่านั้นจึงกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกคืนไม่ได้เมื่อโตขึ้น”
แหล่งอ้างอิง
- Yates, T. S. et al. (2025). Hippocampal encoding of memories in human infants. Science. Science
- Wang, Q. et al. (2014). Your earliest memory may be earlier than you think: prospective studies of children's dating of earliest childhood memories. Developmental Psychology. PubMed
- Bauer, P. J. & Larkina, M. (2014). The onset of childhood amnesia in childhood: A prospective investigation of the course and determinants of forgetting of early-life events. Memory. PMC
- Bauer, P. J. (2015). A complementary processes account of the development of childhood amnesia and a personal past. Psychological Review. PubMed
- Bauer, P. J. (2015). Development of episodic and autobiographical memory: The importance of remembering forgetting. Developmental Review. PMC
- Wang, Q. & Peterson, C. (2016). The Fate of Childhood Memories: Children Postdated Their Earliest Memories as They Grew Older. Frontiers in Psychology. PMC
- Wade, K. A. et al. (2002). A picture is worth a thousand lies: Using false photographs to create false childhood memories. Psychonomic Bulletin & Review. PubMed
- Lindsay, D. S. et al. (2004). True photographs and false memories. Psychological Science. PubMed
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


