หญิงวัย 50 ช็อก! เป็น "กระดูกพรุน" ก่อนหมอสะดุดตา "มื้อเช้า" ที่กินประจำ

หญิงวัย 50 กระดูกพรุน แพทย์สะดุดพฤติกรรมกิน “ขนมปัง” ทุกวัน ชี้เป็นอาหารเสี่ยง แต่ต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่ขนมปังอย่างเดียว
หลายคนมองว่าโรคกระดูกพรุนเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ หรือเกิดเฉพาะในคนที่รับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอเท่านั้น แต่ความแข็งแรงของกระดูกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอายุ ฮอร์โมน พันธุกรรม โภชนาการ การออกกำลังกาย โรคประจำตัว และยาบางชนิด
กรณีหญิงวัยใกล้ 50 ปีจากไต้หวันกำลังได้รับความสนใจ หลังตรวจพบค่าความหนาแน่นของกระดูกอยู่ในระดับโรคกระดูกพรุน ขณะซักประวัติ แพทย์พบว่าเธออยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ไม่ค่อยทำกิจกรรมกลางแจ้ง และนิยมรับประทานขนมปังเป็นประจำ จึงตั้งข้อสังเกตถึงอาหารแปรรูปที่อาจมีสารเติมแต่งกลุ่มฟอสเฟต
แต่ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวควรมองเป็นบทเรียนเรื่องภาพรวมของอาหารและปัจจัยเสี่ยง มากกว่าสรุปว่าขนมปังคือต้นเหตุโดยตรง

ค่า T-score ต่ำกว่า -2.5 หมายความว่าอย่างไร?
การตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูกมักทำด้วยเครื่อง DXA ซึ่งเปรียบเทียบความหนาแน่นของกระดูกผู้รับการตรวจกับค่ามาตรฐานของผู้ใหญ่สุขภาพดี ผลลัพธ์ส่วนหนึ่งจะแสดงเป็นค่า T-score
- T-score ตั้งแต่ -1 ขึ้นไป อยู่ในเกณฑ์ปกติ
- T-score ต่ำกว่า -1 แต่สูงกว่า -2.5 จัดเป็นภาวะมวลกระดูกต่ำ
- T-score เท่ากับหรือต่ำกว่า -2.5 เข้าเกณฑ์โรคกระดูกพรุน
เมื่อความหนาแน่นของกระดูกลดลง กระดูกจะสูญเสียความแข็งแรงและมีโอกาสแตกหักได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณสะโพก กระดูกสันหลัง และข้อมือ แพทย์จึงต้องพิจารณาค่า T-score ร่วมกับอายุ ประวัติกระดูกหัก โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และปัจจัยเสี่ยงอื่น ไม่ใช่อาศัยตัวเลขเพียงค่าเดียว
แพทย์ไต้หวันพบอะไรจากพฤติกรรมการกิน?
นพ.เว่ย ซื่อหาง แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในไต้หวัน เคยเล่ากรณีดังกล่าวผ่านรายการสุขภาพ โดยระบุว่า ผู้ป่วยเพิ่งเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนและตรวจพบค่า T-score ต่ำกว่า -2.5 นอกจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนแล้ว เธอยังไม่ค่อยออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งและชอบรับประทานขนมปัง
แพทย์ตั้งข้อสังเกตว่า ขนมปังและขนมอบที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรมบางชนิดอาจใช้สารเติมแต่งกลุ่มฟอสเฟต เพื่อช่วยเรื่องการขึ้นฟู ปรับเนื้อสัมผัส หรือยืดอายุผลิตภัณฑ์ หากรับประทานอาหารแปรรูปหลายชนิดเป็นประจำ ปริมาณฟอสฟอรัสรวมในแต่ละวันก็อาจสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
จุดสำคัญคือ ขนมปังไม่ได้มีฟอสเฟตสูงทุกชนิด สูตรและกระบวนการผลิตของแต่ละผลิตภัณฑ์แตกต่างกัน ขนมปังธรรมดาที่รับประทานในปริมาณเหมาะสมจึงไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นอาหารทำลายกระดูก

ฟอสฟอรัสจำเป็นต่อร่างกาย แล้วทำไมจึงถูกตั้งข้อสังเกต?
ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน รวมถึงมีบทบาทต่อการสร้างพลังงานและการทำงานของเซลล์ ร่างกายจึงไม่ควรขาดแร่ธาตุชนิดนี้ และฟอสฟอรัสที่พบตามธรรมชาติในปลา นม ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว และธัญพืช ไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งหมด
ประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสนใจคือ ฟอสเฟตในรูปสารเติมแต่งอาหาร ซึ่งร่างกายดูดซึมได้ง่ายกว่าฟอสฟอรัสจากพืช สำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ฟอสเฟตจากสารเติมแต่งมีอัตราการดูดซึมประมาณ 70% และอาจเพิ่มปริมาณฟอสฟอรัสที่ได้รับในแต่ละวันได้มาก
ถึงกระนั้น ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่า การบริโภคฟอสเฟตในปริมาณที่กฎหมายอนุญาตทำให้คนสุขภาพดีเป็นโรคกระดูกพรุนโดยตรง ไตของคนที่มีสุขภาพดีสามารถควบคุมและขับฟอสฟอรัสส่วนเกินได้ค่อนข้างดี ส่วนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและควรทำตามคำแนะนำของแพทย์
ทำไมผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจึงเสี่ยงมากขึ้น?
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ทำให้กระบวนการสลายกระดูกเกิดเร็วกว่าการสร้างกระดูกใหม่ ผู้หญิงในช่วงนี้จึงสูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้น และอาจเข้าสู่ภาวะมวลกระดูกต่ำหรือโรคกระดูกพรุนได้
หากมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวต่ำ สูบบุหรี่ มีประวัติกระดูกสะโพกหักในครอบครัว เคยกระดูกหักจากอุบัติเหตุไม่รุนแรง ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือมีโรคที่กระทบต่อการดูดซึมสารอาหาร ความเสี่ยงก็อาจสูงขึ้นอีก
ดังนั้น ในกรณีของหญิงชาวไต้หวัน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การทำกิจกรรมกลางแจ้งน้อย และรูปแบบอาหารโดยรวม ล้วนเป็นข้อมูลที่ควรพิจารณาร่วมกัน ไม่ควรชี้ไปที่อาหารเช้าชนิดเดียว
3 กลุ่มอาหารที่อาจมีฟอสเฟตเป็นสารเติมแต่ง
1. ขนมปังและขนมอบบรรจุห่อบางชนิด
ผลิตภัณฑ์บางสูตรอาจใช้ฟอสเฟตในสารช่วยให้ขึ้นฟู สารปรับสภาพแป้ง หรือสารคงตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าขนมปังทุกก้อนมีปริมาณสูงเท่ากัน ผู้บริโภคสามารถตรวจรายชื่อส่วนประกอบและสลับรับประทานอาหารชนิดอื่นเพื่อให้มื้ออาหารหลากหลายขึ้น
2. เนื้อสัตว์แปรรูป
ไส้กรอก แฮม เบคอน ลูกชิ้น และเนื้อสัตว์กระป๋องบางชนิดอาจเติมฟอสเฟต เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้น ปรับเนื้อสัมผัส และยืดอายุการเก็บรักษา อาหารกลุ่มนี้ยังอาจมีโซเดียมและไขมันอิ่มตัวสูง จึงควรรับประทานเป็นครั้งคราวมากกว่าใช้เป็นอาหารหลักทุกวัน
3. อาหารแปรรูปขั้นสูง
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ชีสแปรรูป และน้ำอัดลมบางชนิดอาจมีสารประกอบฟอสเฟต แต่ปริมาณแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ หากต้องการสังเกตฉลาก สามารถมองหาชื่อส่วนประกอบที่มีคำว่า “ฟอสเฟต” หรือ “phosphate”
แนวทางที่เหมาะสมไม่ใช่การตัดอาหารเหล่านี้ออกทั้งหมด แต่ควรลดความถี่ เลือกอาหารสดมากขึ้น และไม่รับประทานอาหารแปรรูปหลายชนิดซ้ำกันเป็นประจำ ผู้ที่เป็นโรคไตไม่ควรปรับอาหารเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารซึ่งสามารถประเมินระดับฟอสฟอรัสและสารอาหารอื่นได้อย่างเหมาะสม
กาแฟทำให้กระดูกพรุนจริงหรือไม่?
คาเฟอีนอาจเพิ่มการขับแคลเซียมทางปัสสาวะเล็กน้อย แต่การดื่มกาแฟในปริมาณพอเหมาะไม่ถือเป็นสาเหตุโดยตรงของโรคกระดูกพรุนในผู้ใหญ่สุขภาพดีที่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ ความเสี่ยงของแต่ละคนยังขึ้นอยู่กับอายุ ปริมาณคาเฟอีน อาหาร และภาวะสุขภาพร่วมด้วย
ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน มีภาวะขาดแคลเซียม หรือดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนจำนวนมาก ควรสอบถามแพทย์ว่าควรปรับปริมาณอย่างไร การเติมนมหรือเลือกดื่มกาแฟควบคู่กับมื้ออาหารที่มีแคลเซียม อาจช่วยให้ได้รับสารอาหารสมดุลขึ้น แต่ไม่สามารถใช้แทนการรักษาได้

ดูแลกระดูกให้แข็งแรง ไม่ใช่แค่ดื่มนม
รับแคลเซียมและวิตามินดีให้เพียงพอ
แคลเซียมเป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูก ส่วนวิตามินดีช่วยให้ลำไส้ดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น แหล่งแคลเซียมที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์นม เต้าหู้ที่ใช้แคลเซียมในการจับตัว ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก และผักใบเขียวบางชนิด
วิตามินดีพบในปลาที่มีไขมัน ไข่แดง และอาหารเสริมวิตามินดีบางชนิด ส่วนการรับแสงแดดควรทำอย่างเหมาะสมตามสภาพผิว เวลา และคำแนะนำด้านสุขภาพ ไม่จำเป็นต้องตากแดดจัดเป็นเวลานาน
รับประทานโปรตีนอย่างเหมาะสม
โปรตีนเป็นส่วนประกอบของโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ การมีกล้ามเนื้อแข็งแรงยังช่วยเรื่องการทรงตัวและลดโอกาสหกล้ม ควรเลือกรับประทานโปรตีนจากปลา ไข่ ถั่ว เต้าหู้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และอาหารชนิดอื่นอย่างหลากหลาย
ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและฝึกกล้ามเนื้อ
กิจกรรมที่ร่างกายต้องรับน้ำหนัก เช่น เดินเร็ว ขึ้นบันได เต้นรำ และการฝึกแรงต้าน ช่วยกระตุ้นกระดูกและเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ควรเลือกรูปแบบและระดับความหนักให้เหมาะกับวัยและสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่มีกระดูกพรุนหรือเคยกระดูกหักควรได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อน
อาหาร 5 ชนิดที่ถูกกล่าวถึง ดีต่อกระดูกแค่ไหน?
สาหร่ายทะเล บางชนิดมีแคลเซียม แต่ปริมาณแตกต่างกันมากและอาจมีไอโอดีนหรือโซเดียมสูง จึงไม่ควรใช้เป็นแหล่งแคลเซียมหลักเพียงอย่างเดียว ส่วน ไข่ ให้โปรตีนและมีวิตามินดีในไข่แดง แต่ปริมาณวิตามินดีไม่ได้สูงเท่ากับปลาที่มีไขมัน

ปลาแซลมอน เป็นแหล่งโปรตีน วิตามินดี และกรดไขมันโอเมก้า 3 ขณะที่ กีวี ให้วิตามินซีและวิตามินเค ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างคอลลาเจนและกระบวนการทำงานของกระดูก ส่วน มะม่วง ให้วิตามินซีและสารพฤกษเคมี แต่ไม่ได้มีคุณสมบัติรักษาโรคกระดูกพรุนโดยตรง

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การเลือกอาหารพิเศษชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นการรับประทานอาหารหลากหลายให้ได้แคลเซียม วิตามินดี โปรตีน และพลังงานอย่างเพียงพอ ผู้ที่สงสัยว่าขาดสารอาหารไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์เสริมมารับประทานในปริมาณสูงเอง เพราะการได้รับบางชนิดมากเกินไปอาจก่อผลเสียได้
ใครควรตรวจความหนาแน่นของกระดูก?
แนวทางของคณะทำงานด้านบริการป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไปตรวจคัดกรองโรคกระดูกพรุน ส่วนผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อายุต่ำกว่า 65 ปี ควรประเมินปัจจัยเสี่ยงก่อน และตรวจด้วยเครื่อง DXA เมื่อพบว่ามีความเสี่ยงต่อกระดูกหักเพิ่มขึ้น
ผู้ที่เคยกระดูกหักจากแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย มีประวัติครอบครัวกระดูกสะโพกหัก น้ำหนักตัวต่ำ ใช้ยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน หรือมีโรคที่ส่งผลต่อกระดูก ควรปรึกษาแพทย์โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเกณฑ์อายุ การตรวจที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประวัติของแต่ละคน
สรุป กินขนมปังได้ แต่ต้องดูภาพรวมของอาหารและความเสี่ยง
กรณีหญิงวัย 50 ปีที่ตรวจพบโรคกระดูกพรุนสะท้อนให้เห็นว่า ความแข็งแรงของกระดูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับแคลเซียมเพียงอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน การเคลื่อนไหวร่างกาย ปริมาณวิตามินดี โปรตีน โรคประจำตัว และรูปแบบอาหารทั้งหมดล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง
ขนมปังไม่ใช่สาเหตุโดยตรงของโรคกระดูกพรุน และไม่จำเป็นต้องเลิกรับประทาน เพียงควรลดการพึ่งพาอาหารแปรรูป ตรวจฉลาก เลือกอาหารสดให้หลากหลาย และประเมินความเสี่ยงกับแพทย์ โดยเฉพาะผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนหรือผู้ที่เคยกระดูกหักง่าย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี