ทำไมมีแค่ 1 เดียวที่ "หน้าเขียว" และห้ามนำออกนอกประเทศ? ปริศนาทหารของจิ๋นซีฮ่องเต้!

ปริศนา 2,000 ปี! ทำไมทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ มีเพียงหนึ่งเดียวที่ “หน้าสีเขียว”
ท่ามกลางกองทัพทหารดินเผาหลายพันตัวในสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน มีรูปปั้นนักรบหนึ่งตัวที่โดดเด่นแตกต่างจากตัวอื่นอย่างชัดเจน เพราะใบหน้าถูกทาด้วยสีเขียวอ่อน จนได้รับฉายาว่า “ทหารหน้าสีเขียว” และกลายเป็นหนึ่งในปริศนาทางโบราณคดีที่ถูกพูดถึงมายาวนาน
รูปปั้นดังกล่าวเป็นทหารในท่าคุกเข่ายิงธนู หรือ “跪射俑” ซึ่งมีลักษณะและเครื่องแต่งกายสอดคล้องกับนักรบในกองทัพฉิน แต่สิ่งที่ทำให้พิเศษคือสีบนใบหน้า เพราะในบรรดาทหารดินเผาที่ค้นพบ มีเพียงรูปปั้นตัวนี้เท่านั้นที่พบใบหน้าสีเขียวอย่างชัดเจน
ทำไมทหารดินเผาตัวนี้ถึงมี “หน้าสีเขียว” เพียงตัวเดียว?
หลังการค้นพบทหารดินเผาในช่วงทศวรรษ 1970 นักโบราณคดีพบว่ารูปปั้นเหล่านี้ไม่ได้มีสีเทาหรือน้ำตาลอย่างที่เห็นในปัจจุบันตั้งแต่แรก แต่เดิมเคยถูกลงสีอย่างละเอียด ทั้งใบหน้า เสื้อผ้า และชุดเกราะ เพียงแต่เม็ดสีจำนวนมากเสื่อมสภาพและหลุดลอกอย่างรวดเร็วหลังสัมผัสอากาศ
อย่างไรก็ตาม รูปปั้นนักธนูคุกเข่าตัวหนึ่งกลับมีใบหน้าสีเขียวอ่อนอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ดวงตา คิ้ว หนวด และเส้นผมยังคงใช้สีเข้มตามปกติ ลักษณะดังกล่าวทำให้นักวิชาการจำนวนหนึ่งมองว่า สีเขียวบนใบหน้าอาจไม่ได้เกิดจากคราบหรือการเปลี่ยนสีโดยบังเอิญ แต่อาจถูกทาขึ้นด้วยความตั้งใจตั้งแต่แรก
ความแตกต่างนี้ยิ่งน่าสนใจ เพราะรูปปั้นทหารดินเผาส่วนใหญ่ที่ยังมีร่องรอยสีผิว มักใช้โทนสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวมนุษย์ สีเขียวจึงกลายเป็นข้อยกเว้นที่แทบไม่พบในรูปปั้นอื่น ๆ ของกองทัพใต้ดินแห่งนี้
อาจเกี่ยวข้องกับพิธี “หนัว” สำหรับขับไล่สิ่งชั่วร้าย?
หนึ่งในสมมติฐานที่ถูกเสนอขึ้นเพื่ออธิบายใบหน้าสีเขียว คือ รูปปั้นดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมโบราณที่เรียกว่า “หนัว” (儺) ซึ่งเป็นพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้าย โรคภัย และสิ่งอัปมงคลที่มีมาตั้งแต่จีนยุคโบราณ
ผู้ประกอบพิธีบางประเภทอาจสวมหน้ากากหรือแต่งใบหน้าด้วยสีที่แตกต่างจากคนทั่วไป เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าเกรงขามและสื่อถึงพลังในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า นักรบหน้าสีเขียวอาจเป็นตัวแทนของบุคคลที่มีบทบาทพิเศษทั้งด้านการทหารและพิธีกรรม
อย่างไรก็ตาม สมมติฐานนี้ยังไม่มีหลักฐานทางโบราณคดีโดยตรงที่สามารถยืนยันได้ว่า รูปปั้นดังกล่าวเป็นผู้ประกอบพิธีหนัวจริง ๆ ความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมจึงยังคงอยู่ในระดับข้อเสนอเพื่อการศึกษาเท่านั้น
หรือเป็นเพียงความผิดพลาดของช่าง?
อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือ ช่างผู้สร้างอาจหยิบสีผิดหรือเกิดความผิดพลาดระหว่างขั้นตอนการลงสี แต่แนวคิดนี้ก็ถูกตั้งคำถามเช่นกัน เนื่องจากกระบวนการผลิตสิ่งของสำหรับสุสานจักรพรรดิในราชวงศ์ฉินมีระบบควบคุมงานค่อนข้างเข้มงวด
ในยุคฉินมีระบบที่มักอธิบายกันว่า “物勒工名” ซึ่งให้ช่างหรือผู้รับผิดชอบระบุชื่อไว้บนผลงานหรือชิ้นส่วน เพื่อให้สามารถตรวจสอบคุณภาพและย้อนกลับไปหาผู้ผลิตได้ การทำงานกับสุสานของจักรพรรดิซึ่งถือเป็นโครงการระดับราชสำนัก จึงไม่น่าเปิดโอกาสให้ความผิดพลาดที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการบางส่วนจึงเชื่อว่า การใช้สีเขียวอาจมีความหมายบางอย่าง มากกว่าจะเป็นเพียงการลงสีผิด แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบอกได้ว่า ความหมายนั้นคืออะไร
เกี่ยวข้องกับเชื้อชาติหรือกลุ่มคนพิเศษในกองทัพฉินหรือไม่?
ยังมีแนวคิดอีกสายหนึ่งเสนอว่า สีเขียวอาจใช้เพื่อแสดงถึงสถานะ ชาติพันธุ์ หรือกลุ่มคนบางประเภทภายในกองทัพฉิน เนื่องจากรัฐฉินมีการรวบรวมประชากรและกำลังทหารจากพื้นที่ต่าง ๆ หลังขยายอำนาจไปทั่วจีน
อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับสมมติฐานเรื่องพิธีกรรม แนวคิดนี้ยังขาดหลักฐานโดยตรง ทั้งเอกสารร่วมสมัยและโบราณวัตถุอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน จึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ารูปปั้นทหารหน้าสีเขียวเป็นตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์หรือหน่วยทหารพิเศษจริง
ทำไมจึงถูกจัดเป็นโบราณวัตถุที่ไม่ให้นำไปจัดแสดงต่างประเทศ?
ด้วยความหายากและความสำคัญต่อการศึกษากองทัพทหารดินเผา รูปปั้นนักรบหน้าสีเขียวได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด และมีรายงานว่าถูกจัดอยู่ในกลุ่มโบราณวัตถุล้ำค่าชุดแรกของจีนที่ห้ามนำออกนอกประเทศเพื่อจัดแสดง
เหตุผลสำคัญไม่ได้มีเพียงมูลค่าทางวัตถุ แต่ยังรวมถึงความเปราะบางของเม็ดสีโบราณ โดยเฉพาะสีบนรูปปั้นทหารดินเผาที่สามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ความชื้น แสง และสภาพแวดล้อมระหว่างการเคลื่อนย้าย
รูปปั้นตัวนี้จึงมีคุณค่าในฐานะหลักฐานที่อาจช่วยให้นักวิจัยเข้าใจเทคนิคการลงสี ความเชื่อทางศาสนา โครงสร้างกองทัพ หรือแม้แต่โลกทัศน์ของผู้คนในสมัยราชวงศ์ฉินได้มากขึ้น
กองทัพทหารดินเผาไม่ได้มีสีเทาตั้งแต่แรก
สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ ทหารดินเผาของจิ๋นซีฮ่องเต้แต่เดิมมีสีสันสดใส ไม่ว่าจะเป็นสีแดง ม่วง เขียว น้ำเงิน ดำ และสีที่ใช้แทนผิวมนุษย์ แต่หลังถูกขุดขึ้นมาและสัมผัสอากาศ ชั้นสีจำนวนมากเกิดการแห้ง แตก และหลุดลอกอย่างรวดเร็ว
นักโบราณคดีจึงต้องพัฒนาเทคนิคการอนุรักษ์อย่างระมัดระวัง และบางพื้นที่ยังไม่ถูกขุดเปิดทั้งหมด เนื่องจากต้องคำนึงถึงการรักษาสีและรายละเอียดดั้งเดิมของโบราณวัตถุด้วย
ปริศนาสีเขียวที่ยังรอคำตอบ
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2,000 ปี แต่ยังไม่มีคำอธิบายที่ได้รับการยอมรับอย่างเด็ดขาดว่า เหตุใดนักรบคุกเข่ายิงธนูตัวนี้จึงมีใบหน้าสีเขียวเพียงหนึ่งเดียว สมมติฐานมีตั้งแต่เรื่องพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้าย สถานะพิเศษของบุคคล เชื้อชาติ ไปจนถึงความผิดพลาดในกระบวนการผลิต
จนกว่าจะพบเอกสารหรือหลักฐานทางโบราณคดีเพิ่มเติม “ทหารหน้าสีเขียว” แห่งสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้จึงยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่น่าสนใจที่สุดของกองทัพทหารดินเผา และอาจเป็นกุญแจชิ้นเล็ก ๆ ที่ช่วยเปิดประตูไปสู่ความเข้าใจโลกของราชวงศ์ฉินในอนาคต
- เปิดชื่อ 5 กษัตริย์ "ภรรยาเยอะที่สุด" ในประวัติศาสตร์โลก มีไทยติดโผ ไม่ใช่ ร.5 อย่างที่คิด!
- เปิดโฉมจริงครบ 12 ฮ่องเต้ชิง อึ้งพระพักตร์ "เฉียนหลง" ไม่แปลกที่สาวงาม 3,000 คนแย่งชิง!

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี