งูตายแล้วยังกัดได้จริงหรือ? ชายวัย 72 "ตัดหัวงูเห่า" ผ่านไป 5 นาที เจอเรื่องไม่คาดฝัน!!

งูตายแล้วยังกัดได้ไหม? ชายวัย 72 ถูกหัวงูเห่าที่ตัดแล้วกัดซ้ำ เตือนงูตายก็ยังอันตราย ห้ามจับด้วยมือเปล่า
หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่องูถูกฆ่าหรือตัดหัวแล้ว อันตรายจากการถูกกัดย่อมหมดไปทันที แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีนแสดงให้เห็นว่า ความเชื่อนี้อาจนำไปสู่ภาวะฉุกเฉินที่ร้ายแรงได้ เพราะหัวงูที่แยกออกจากลำตัวยังสามารถตอบสนองและฉกกัดจากปฏิกิริยาสะท้อนได้
สำนักข่าว Global Times รายงานกรณีของชายแซ่จาง อายุ 72 ปี ในมณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน ซึ่งถูกหัวงูเห่าที่ตัดออกจากลำตัวแล้วกัดเข้าที่มือ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 และได้รับความสนใจอีกครั้งหลังถูกนำมาเผยแพร่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

พบงูเห่าระหว่างตกปลา ตัดหัวแล้วคิดว่าปลอดภัย
วันเกิดเหตุ นายจางเดินทางไปตกปลาบริเวณริมแม่น้ำที่ค่อนข้างเปลี่ยว โดยไม่ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวมีงูเห่าอาศัยอยู่ เมื่อเผชิญหน้ากับงู เขาตัดสินใจใช้พลั่วที่พกติดตัวป้องกันตัว ก่อนจะตัดหัวงูออกจากลำตัว
หลังเหตุการณ์ผ่านไปประมาณ 5 นาที นายจางเชื่อว่างูไม่เป็นอันตรายแล้ว จึงก้มลงใช้มือหยิบหัวงูขึ้นมา ทันใดนั้นหัวงูกลับฉกกัดเข้าที่ฝ่ามือและยังคงติดอยู่ชั่วขณะ เขาเล่าว่าความรู้สึกในตอนนั้นคล้ายถูกไฟฟ้าช็อต ก่อนจะสะบัดหัวงูออกและรีบไปโรงพยาบาล
อาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง 20 นาที
รายงานระบุว่า ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที มือของนายจางเริ่มบวมและเปลี่ยนสี ก่อนมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน และมองเห็นไม่ชัด โรงพยาบาลแห่งแรกจึงให้การช่วยเหลือเบื้องต้น ก่อนส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเฉพาะทางในมณฑลเจ้อเจียง
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล อาการบวมลามขึ้นไปตามแขน และเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกกัดได้รับความเสียหายจากพิษงู แพทย์จึงให้การรักษาอย่างเร่งด่วน รวมถึงนำเนื้อเยื่อส่วนที่เสียหายออกเพื่อจำกัดการลุกลาม
หลังเข้ารับการรักษาและฟื้นฟูต่อเนื่องประมาณ 2 เดือน แขนและมือของผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง นายจางยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ และจะไม่พยายามจับหรือจัดการงูด้วยตัวเองอีก
ทำไมหัวงูที่ถูกตัดแล้วยังฉกกัดได้?
การฉกกัดของงูไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจอย่างมีสติเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับวงจรประสาทและปฏิกิริยาสะท้อนภายในส่วนหัว หลังหัวงูแยกออกจากลำตัว เซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อบางส่วนอาจยังตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น การสัมผัสหรือการเคลื่อนไหวที่อยู่ใกล้เคียงได้ระยะหนึ่ง
เมื่อถูกกระตุ้น กล้ามเนื้อบริเวณขากรรไกรอาจทำงานจนเกิดการฉกกัด และหากเขี้ยวยังมีพิษอยู่ก็สามารถปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกายได้ องค์การอนามัยโลกจึงเตือนว่า แม้งูจะตายหรือหัวถูกตัดออกแล้ว ก็ไม่ควรสัมผัสด้วยมือเปล่า เพราะแม้แต่การถูกเขี้ยวเกี่ยวก็อาจทำให้พิษเข้าสู่ร่างกายได้
ระยะเวลาที่หัวงูยังตอบสนองได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับชนิดของงู อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อม จึงไม่มีช่วงเวลารอที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับการเข้าไปจับด้วยตนเอง

พิษงูเห่าอันตรายอย่างไร?
พิษของงูเห่าหลายชนิดมีผลต่อระบบประสาท ซึ่งอาจรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อและการหายใจ นอกจากนี้ พิษบางส่วนยังทำลายเนื้อเยื่อรอบบริเวณที่ถูกกัด ทำให้เกิดอาการปวด บวม และบาดเจ็บเฉพาะที่ได้
ความรุนแรงแตกต่างกันไปตามชนิดของงู ปริมาณพิษ ตำแหน่งที่ถูกกัด สุขภาพของผู้ป่วย และระยะเวลากว่าจะได้รับการรักษา ผู้ถูกกัดจึงไม่ควรรอดูอาการ เพราะบางรายอาจมีอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้รอยกัดภายนอกจะดูไม่มากก็ตาม
พบงูตายหรือหัวงู ควรทำอย่างไร?
- อย่าเข้าใกล้หรือใช้มือเปล่าสัมผัส แม้งูจะดูเหมือนตายแล้ว
- กันเด็ก คนในบ้าน และสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณดังกล่าว
- ไม่ควรพยายามตี จับ ต้อน หรือตัดหัวงูด้วยตัวเอง
- ติดต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่มีความชำนาญมาจัดการ
- หากจำเป็นต้องระบุชนิด ควรถ่ายภาพจากระยะปลอดภัยโดยไม่เข้าใกล้
หากถูกงูกัด ต้องทำอย่างไร?
ผู้ถูกกัดควรตั้งสติและเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด ให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่นิ่ง ถอดแหวน นาฬิกา หรือสิ่งที่รัดแน่นบริเวณใกล้เคียง เผื่อเกิดอาการบวม จากนั้นโทรขอความช่วยเหลือและไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
ไม่ควรกรีดแผล ดูดพิษ ประคบน้ำแข็ง ใช้สมุนไพรพอกแผล หรือขันชะเนาะแน่น เพราะวิธีเหล่านี้อาจเพิ่มความเสียหายและทำให้การรักษาล่าช้า หากถ่ายภาพงูได้จากระยะปลอดภัย สามารถเก็บภาพไว้ให้แพทย์ดูได้ แต่ไม่ควรจับงูหรือหัวงูใส่ภาชนะนำไปโรงพยาบาล
บทเรียนสำคัญ: งูตายไม่ได้แปลว่าปลอดภัย
กรณีของนายจางตอกย้ำว่า งูพิษยังคงเป็นอันตรายแม้ถูกฆ่าหรือตัดหัวแล้ว เพราะปฏิกิริยาสะท้อนอาจทำให้หัวงูฉกกัดและปล่อยพิษได้ ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อพบงูคือรักษาระยะห่างและเรียกผู้เชี่ยวชาญมาจัดการ
หากเกิดการกัดขึ้น ทุกนาทีมีความสำคัญ ควรลดการเคลื่อนไหวและรีบไปโรงพยาบาล ไม่ควรเสียเวลาจับงูหรือทดลองวิธีรักษาตามความเชื่อ เพราะการได้รับการประเมินและรักษาจากแพทย์อย่างรวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้ดีที่สุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี