สายหอยควรรู้! แม่ค้าเตือน "หอย" 4 แบบ "อย่าซื้อ" เผยจุดสังเกต เห็นแล้ววางคืนทันที

สายหอยควรรู้! แม่ค้าเตือน "หอย" 4 แบบ "อย่าซื้อ" เผยจุดสังเกต เห็นแล้ววางคืนทันที

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิด 4 ลักษณะ “หอยไม่ควรซื้อ” ไม่ว่าถูกแค่ไหน แม่ค้าอาหารทะเลรุ่นเก๋าเตือน กินเสี่ยงป่วย พร้อมวิธีเลือกยังไงให้ได้ของดี

หอยลายและหอยสองฝาเป็นอาหารทะเลที่หลายบ้านคุ้นเคย นำไปทำได้ทั้งผัดฉ่า ผัดน้ำพริกเผา ต้ม หรืออบ แต่การเลือกซื้อให้สดและปลอดภัยอาจยากกว่าที่คิด เพราะเปลือกภายนอกปิดบังสภาพของเนื้อด้านใน ขณะที่หอยที่ตายแล้วสามารถเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว

ผู้ค้าอาหารทะเลชาวจีนวัยกว่า 60 ปี ซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดมานานกว่า 30 ปี เปิดเผยข้อสังเกตว่า ผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยเลือกหอยจากขนาดหรือราคาเป็นหลัก โดยไม่ตรวจดูการตอบสนองของเปลือก กลิ่น และสภาพการเก็บรักษา ซึ่งอาจทำให้ได้หอยตายหรือคุณภาพไม่ดีติดกลับบ้าน

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของผู้ค้าไม่สามารถยืนยันความปลอดภัยได้ทั้งหมด เพราะหอยบางตัวอาจดูสดและไม่มีกลิ่นผิดปกติ แต่ยังปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษจากสาหร่ายในแหล่งน้ำได้ การเลือกซื้อจากแหล่งที่ตรวจสอบย้อนกลับได้จึงสำคัญไม่แพ้การสังเกตด้วยตาและจมูก

1. หอยอ้าปากและไม่หุบเมื่อเคาะเปลือก

หอยสองฝาที่ยังมีชีวิตอาจปิดเปลือกสนิท หรืออ้าออกเล็กน้อยขณะอยู่ในน้ำ แต่เมื่อใช้นิ้วแตะหรือเคาะเปลือกเบาๆ ควรตอบสนองด้วยการหุบเปลือก หากหอยอ้าค้างและไม่ตอบสนอง อาจหมายความว่าหอยตายแล้วหรืออ่อนแอจนไม่ควรนำมารับประทาน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ หรือ FDA แนะนำวิธีที่เรียกว่า Tap Test โดยให้เคาะเปลือกหอยลาย หอยแมลงภู่ หรือหอยนางรมเบาๆ หากเปลือกไม่หุบ ไม่ควรเลือกซื้อ

หอยที่ตายแล้วสามารถเสื่อมคุณภาพได้รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม การปรุงด้วยความร้อนไม่ได้ทำให้อาหารทะเลที่เน่าเสียกลับมาปลอดภัย ดังนั้น หากไม่แน่ใจควรทิ้งแทนการเสี่ยงรับประทาน

2. เปลือกแตก บิ่น หรือหอยเบาผิดปกติ

เปลือกเป็นเกราะป้องกันเนื้อหอยจากสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์ภายนอก หากพบเปลือกร้าว แตก หรือบิ่นมาก ควรวางคืนทันที เพราะอาจทำให้หอยตายระหว่างการขนส่งและเสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น

ความรู้สึกเบาหรือกลวงเมื่อหยิบขึ้นมาอาจเป็นสัญญาณว่าหอยไม่มีเนื้อ หอยตายและสูญเสียน้ำ หรือเหลือเพียงเปลือกเปล่า แต่การชั่งน้ำหนักด้วยมือไม่ใช่วิธีพิสูจน์ความสดที่แน่นอน จึงต้องพิจารณาร่วมกับการตอบสนองของเปลือก กลิ่น และสภาพการแช่เย็น

FDA ระบุชัดว่า ไม่ควรเลือกหอยลาย หอยนางรม และหอยแมลงภู่ที่เปลือกแตกหรือเสียหาย แม้ผู้ขายจะนำมาลดราคาก็ตาม

3. มีกลิ่นเปรี้ยว เหม็นหืน แอมโมเนีย หรือกลิ่นสารเคมี

หอยสดควรมีกลิ่นอ่อนตามธรรมชาติของทะเล ไม่ควรมีกลิ่นเปรี้ยว เหม็นหืน กลิ่นแอมโมเนีย หรือกลิ่นฉุนคล้ายสารเคมี หากพบกลิ่นผิดปกติ ไม่ควรชิมเพื่อตรวจสอบและไม่ควรซื้อ แม้เปลือกภายนอกยังดูสะอาดก็ตาม

อย่างไรก็ตาม กลิ่นสารเคมีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันว่าหอยถูกแช่สารกันบูดหรือสารต้องห้ามได้ เพราะต้องอาศัยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ หากสงสัยควรหลีกเลี่ยงสินค้า เก็บข้อมูลร้านค้า และแจ้งหน่วยงานด้านอาหารในพื้นที่

ข้อควรรู้คือ หอยที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือสารพิษบางชนิดอาจยังมีรูปลักษณ์ กลิ่น และรสชาติตามปกติ จึงไม่ควรใช้กลิ่นเป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินความปลอดภัย

4. ขนาดเล็กหรือใหญ่ผิดปกติ ต้องดูร่วมกับแหล่งที่มา

ผู้ค้ารายนี้แนะนำให้เลือกหอยขนาดปานกลางและมีขนาดใกล้เคียงกัน เพราะหอยที่เล็กมากอาจมีเนื้อน้อย ส่วนหอยที่มีอายุมากอาจมีเนื้อเหนียวขึ้น แต่เรื่องขนาดเป็นปัจจัยด้านคุณภาพและรสสัมผัสมากกว่าตัวชี้วัดความปลอดภัย

หอยตัวใหญ่ไม่ได้หมายความว่ามีสารพิษสูงเสมอไป และหอยตัวเล็กก็ไม่ได้ปลอดภัยกว่าโดยอัตโนมัติ ความเสี่ยงสำคัญขึ้นอยู่กับแหล่งเพาะเลี้ยงหรือเก็บเกี่ยว คุณภาพน้ำ การขนส่ง และการควบคุมอุณหภูมิ

ผู้บริโภคจึงควรเลือกร้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตที่ระบุแหล่งที่มาได้ มีการแช่เย็นเหมาะสม และสามารถให้ข้อมูลวันรับสินค้าหรือแหล่งเพาะเลี้ยงได้ มากกว่าตัดสินจากขนาดและความเงาของเปลือกเพียงอย่างเดียว

หอยดูสด ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยทุกตัว

หอยสองฝาเป็นสัตว์กรองกินอาหารจากน้ำ จึงอาจสะสมแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารพิษจากสาหร่ายที่อยู่ในแหล่งน้ำได้ สิ่งปนเปื้อนเหล่านี้อาจไม่ทำให้หอยมีกลิ่น สี หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนไป ผู้บริโภคจึงไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยประสาทสัมผัสเพียงอย่างเดียว

การเลือกสินค้าที่มีฉลากหรือข้อมูลแหล่งที่มาจึงเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญ โดยเฉพาะหอยสดทั้งเปลือก ไม่ควรซื้อจากผู้ขายที่ไม่สามารถระบุแหล่งเพาะเลี้ยงหรือเก็บเกี่ยวได้ แม้ราคาจะถูกกว่าปกติก็ตาม

ผู้สูงอายุ เด็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ควรหลีกเลี่ยงหอยดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ เพราะมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงจากโรคที่มากับอาหารได้มากกว่าคนทั่วไป

วิธีทำความสะอาดหอยให้ถูกต้อง

  1. คัดแยกก่อนล้าง: ทิ้งหอยเปลือกแตกและหอยที่อ้าค้างโดยไม่ตอบสนองเมื่อเคาะเบาๆ
  2. ล้างด้วยน้ำสะอาด: ขัดเปลือกด้วยแปรงสะอาดใต้สายน้ำ เพื่อลดโคลน ทราย และสิ่งสกปรกด้านนอก
  3. ไม่ใช้น้ำอุ่นแช่นาน: อุณหภูมิอุ่นอาจทำให้หอยตายและเอื้อต่อการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์
  4. ไม่พึ่งพริกหรือน้ำมันเพื่อฆ่าเชื้อ: สูตรแช่หอยด้วยพริกหรือน้ำมันอาจถูกใช้เพื่อกระตุ้นให้คายทรายในบางครัวเรือน แต่ไม่มีหลักฐานว่าใช้กำจัดเชื้อโรคหรือสารพิษได้
  5. ป้องกันการปนเปื้อนข้าม: ล้างมือ เขียง มีด อ่างล้าง และภาชนะให้สะอาดหลังสัมผัสอาหารทะเลดิบ

เก็บหอยสดอย่างไรไม่ให้ตายเร็ว?

หลังซื้อควรนำหอยเข้าตู้เย็นหรือวางบนความเย็นโดยเร็ว ไม่ควรทิ้งไว้ในรถหรืออุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน หากอากาศร้อนจัด ควรใช้ถุงเก็บความเย็นระหว่างเดินทางกลับบ้าน

หอยมีชีวิตควรเก็บในภาชนะที่ระบายอากาศได้และคลุมด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆ วางไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส ไม่ควรแช่ในน้ำจืดหรือปิดถุงพลาสติกแน่น เพราะอาจทำให้หอยขาดอากาศและตาย

แม้ข้อมูลของ FoodSafety.gov ระบุว่าหอยสดมีชีวิตบางชนิดอาจเก็บในตู้เย็นได้นาน 5-10 วันภายใต้สภาวะเหมาะสม แต่สำหรับผู้บริโภคทั่วไปควรปรุงให้เร็วที่สุดเพื่อคุณภาพที่ดี และตรวจคัดหอยตายออกก่อนปรุงทุกครั้ง

ไม่แนะนำให้นำหอยมีชีวิตทั้งเปลือกไปแช่แข็ง หากต้องการเก็บนานควรปรุงสุกหรือแกะเนื้อก่อน แล้วแบ่งใส่ภาชนะปิดสนิทตามปริมาณที่จะใช้

ปรุงหอยอย่างไรให้ปลอดภัย?

ควรปรุงอาหารทะเลให้มีอุณหภูมิภายในประมาณ 63 องศาเซลเซียส สำหรับหอยลาย หอยแมลงภู่ และหอยนางรม เปลือกควรเปิดระหว่างการปรุง ส่วนตัวที่ยังไม่เปิดหลังปรุงควรทิ้ง

หากหอยที่ปรุงสุกแล้วยังมีกลิ่นเปรี้ยว เหม็นหืน คาวผิดปกติ หรือกลิ่นแอมโมเนีย ไม่ควรรับประทาน และไม่ควรวางอาหารทะเลสุกไว้ที่อุณหภูมิห้องเกิน 2 ชั่วโมง หรือเกิน 1 ชั่วโมงเมื่ออากาศร้อนกว่า 32 องศาเซลเซียส

สรุป เลือกหอยต้องดูมากกว่าเปลือกสวย

หอยที่ไม่หุบเมื่อเคาะ เปลือกแตก มีกลิ่นผิดปกติ หรือถูกเก็บในสภาพที่ไม่เย็นเพียงพอ เป็นสัญญาณที่ควรหลีกเลี่ยง ส่วนขนาดของหอยมีผลต่อปริมาณเนื้อและรสสัมผัส แต่ไม่สามารถใช้ยืนยันว่าหอยปลอดภัยหรือมีสารพิษได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม และปรุงให้สุกทั่วถึง เพราะแม้หอยจะมีชีวิตและดูสด ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าไม่มีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนจากแหล่งน้ำ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล