ทำไม "แผ่นไม้พูดได้" ถึงเงียบมานาน 160 ปี? ปริศนาที่นักวิทย์ฯ ทั่วโลกยังอ่านไม่ออก!

ทำไม "แผ่นไม้พูดได้" ถึงเงียบมานาน 160 ปี? ปริศนาที่นักวิทย์ฯ ทั่วโลกยังอ่านไม่ออก!

ทำไม "แผ่นไม้พูดได้" ถึงเงียบมานาน 160 ปี? ปริศนาที่นักวิทย์ฯ ทั่วโลกยังอ่านไม่ออก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปริศนาเกาะอีสเตอร์ “แผ่นไม้พูดได้” ที่อาจเก่าแก่กว่าการมาถึงของชาวยุโรป

เปิดปริศนา 160 ปี "แผ่นไม้พูดได้" บนเกาะอีสเตอร์ ทำไมนักวิทย์ฯ ทั่วโลกอ่านไม่ออก?

เมื่อพูดถึงเกาะอีสเตอร์ หลายคนมักนึกถึงรูปปั้นหินโมอายขนาดมหึมา แต่บนเกาะแห่งนี้ยังมีอีกหนึ่งปริศนาที่ทำให้นักโบราณคดีและนักภาษาศาสตร์ทั่วโลกสงสัยมานานกว่า 160 ปี นั่นคือระบบสัญลักษณ์ที่เรียกว่า รอนโกรอนโก (Rongorongo)

รอนโกรอนโกคือชุดสัญลักษณ์ที่ถูกสลักไว้บนแผ่นไม้ ชาวราปานุยบนเกาะอีสเตอร์เรียกแผ่นไม้เหล่านี้ว่า “แผ่นไม้พูดได้” เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่บันทึกเรื่องราวหรือความรู้บางอย่างเอาไว้ อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกค้นพบมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถถอดความหมายได้อย่างเป็นที่ยอมรับ

รอนโกรอนโก คืออะไร?

รอนโกรอนโกถูกมองว่าเป็นหนึ่งในระบบตัวเขียนที่ลึกลับที่สุดของโอเชียเนีย ปัจจุบันเหลือแผ่นไม้รอนโกรอนโกที่ยังคงอยู่เพียงประมาณ 24 ชิ้นเท่านั้น โดยกระจายอยู่ตามพิพิธภัณฑ์และคอลเลกชันส่วนตัวในหลายประเทศ

แผ่นไม้แต่ละชิ้นมีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ขนาดเล็กที่แกะสลักอย่างประณีต ทั้งรูปคน สัตว์ พืช และรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่านี่ไม่น่าจะเป็นเพียงลวดลายตกแต่งธรรมดา

ทำไมจึงถูกเรียกว่า “แผ่นไม้พูดได้”?

ชาวราปานุยเชื่อว่าแผ่นไม้เหล่านี้มีหน้าที่บันทึกข้อความ ความรู้ พิธีกรรม หรือเรื่องราวบางอย่างของชุมชน จึงเกิดชื่อเรียกในความหมายว่า “แผ่นไม้พูดได้”

แต่สิ่งที่ทำให้ปริศนานี้ซับซ้อนคือ ไม่มีใครในปัจจุบันสามารถอ่านรอนโกรอนโกได้อย่างแน่ชัด และยังไม่มีคำแปลฉบับใดที่ได้รับการยอมรับจากวงการวิชาการว่าเป็นคำแปลที่ถูกต้องสมบูรณ์

ข่าวลือว่าถอดรหัสได้แล้ว จริงหรือไม่?

บนอินเทอร์เน็ตเคยมีข้อมูลอ้างว่า รอนโกรอนโกถูกถอดรหัสได้ทั้งหมดแล้ว โดยมีการพูดถึงบุคคลชื่ออิรินา ซึ่งถูกอ้างว่าสามารถแปลข้อความบนแผ่นไม้ทั้งหมดออกมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับมันเทศ อ้อย และหัวหน้าเผ่า

อย่างไรก็ตาม ตามสถานะงานวิจัยในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าคำแปลดังกล่าวได้รับการยอมรับจากนักวิชาการ รอนโกรอนโกจึงยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่มระบบตัวเขียนที่ยังถอดรหัสไม่ได้ เช่นเดียวกับอักษรโบราณลึกลับบางระบบในประวัติศาสตร์โลก

วิธีอ่านที่แปลกไม่เหมือนใคร

หนึ่งในลักษณะพิเศษของรอนโกรอนโกคือวิธีการจัดวางข้อความบนแผ่นไม้ ไม่ได้เขียนต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวแบบตัวอักษรทั่วไป แต่ใช้รูปแบบที่นักวิชาการเรียกว่า “แบบไถนา”

กล่าวคือ เมื่ออ่านจบหนึ่งบรรทัดจากซ้ายไปขวา ผู้อ่านจะต้องหมุนแผ่นไม้กลับหัว แล้วอ่านบรรทัดถัดไปในทิศทางตรงกันข้าม รูปแบบการอ่านเช่นนี้พบได้น้อยมากในระบบตัวเขียนที่ยังหลงเหลืออยู่ในโลก

ทำไมถึงถอดรหัสไม่ได้มานานกว่า 160 ปี?

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ผู้ที่เคยอ่านรอนโกรอนโกได้อาจเสียชีวิตไปก่อนที่จะถ่ายทอดความรู้ให้คนรุ่นหลังอย่างครบถ้วน ประวัติศาสตร์ของเกาะอีสเตอร์ในศตวรรษที่ 19 เต็มไปด้วยความสูญเสีย ทั้งจากการล่าแรงงาน ทาส โรคระบาด และการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาและวัฒนธรรม

ในช่วงหนึ่ง ชาวราปานุยจำนวนมากถูกนำออกจากเกาะไปใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม และผู้ที่รอดกลับมาก็อาจนำโรคติดต่อกลับมาด้วย ทำให้ประชากรบนเกาะลดลงอย่างรุนแรง ความรู้ดั้งเดิมจำนวนมากจึงสูญหายไปพร้อมกับผู้คน

แผ่นไม้จำนวนมากหายไปจากประวัติศาสตร์

ราวปี ค.ศ. 1863 มิชชันนารีฝรั่งเศสเดินทางมาถึงเกาะอีสเตอร์ และมีการเปลี่ยนแปลงวิถีความเชื่อของชาวพื้นเมืองครั้งใหญ่ ในกระบวนการนั้น วัฒนธรรมดั้งเดิมหลายอย่างถูกลดบทบาทลงหรือถูกทำลาย

มีการเชื่อกันว่าแผ่นไม้รอนโกรอนโกจำนวนมากถูกทำลายหรือสูญหายในช่วงเวลานี้ เหลือเพียงบางส่วนที่ชาวบ้านแอบเก็บรักษาไว้ ทำให้หลักฐานที่นักวิชาการใช้ศึกษาในปัจจุบันมีจำนวนน้อยมาก

อาจเป็นระบบตัวเขียนพื้นเมืองหนึ่งเดียวของโพลินีเซีย

สิ่งที่ทำให้รอนโกรอนโกมีความสำคัญมาก คือมีนักวิจัยจำนวนหนึ่งมองว่า นี่อาจเป็นระบบตัวเขียนพื้นเมืองเพียงระบบเดียวที่เคยพัฒนาขึ้นในภูมิภาคโพลินีเซีย และอาจเป็นผลงานที่ชาวราปานุยสร้างขึ้นเองโดยอิสระ

หากข้อสันนิษฐานนี้ถูกต้อง รอนโกรอนโกจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างหายากของระบบตัวเขียนที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง โดยไม่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากระบบตัวเขียนภายนอก คล้ายกับกรณีอักษรคูนิฟอร์มของเมโสโปเตเมีย อักษรอียิปต์โบราณ หรืออักษรจีนยุคแรก

เก่าแก่กว่าการมาถึงของชาวยุโรป?

การวิเคราะห์อายุด้วยคาร์บอน-14 ของแผ่นไม้บางชิ้นชี้ว่า ไม้ที่ใช้ทำอาจมาจากต้นไม้ที่ถูกตัดในช่วงปี ค.ศ. 1493-1509 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ชาวยุโรปจะเดินทางมาถึงเกาะอีสเตอร์มากกว่า 200 ปี

ข้อมูลนี้ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า รอนโกรอนโกอาจมีอยู่ก่อนการติดต่อกับโลกตะวันตก อย่างไรก็ตาม การระบุอายุของเนื้อไม้ไม่ได้แปลว่ารอยสลักทุกชิ้นต้องเกิดขึ้นในปีเดียวกับที่ต้นไม้ถูกตัด จึงยังต้องอาศัยการศึกษาหลักฐานอื่นประกอบ

อาจเกี่ยวข้องกับปฏิทินจันทรคติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนักวิจัยบางคนเสนอสมมติฐานว่า รอนโกรอนโกอาจบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับปฏิทินจันทรคติ หรือวงรอบทางการเกษตรเอาไว้ โดยอ้างอิงจากลำดับสัญลักษณ์ที่ซ้ำกันและสัญลักษณ์บางรูปแบบที่ปรากฏบนแผ่นไม้

หนึ่งในข้อเสนอคือ ลำดับสัญลักษณ์ 29 ตัวอาจสื่อถึงรอบดวงจันทร์ 29-30 วัน หรือรอบเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเพาะปลูก แต่ข้อเสนอนี้ยังอยู่ในขั้นต้น และยังไม่ได้รับการยืนยันผ่านกระบวนการตรวจสอบทางวิชาการอย่างเพียงพอ

เคยพบร่องรอยปฏิทินดวงจันทร์มาก่อน

ก่อนหน้านี้ นักวิชาการเคยระบุลำดับสัญลักษณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับปฏิทินดวงจันทร์ของชาวราปานุย ตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1958 โดยมีสัญลักษณ์ราว 30-31 รูปที่อาจสอดคล้องกับข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์

หากการค้นพบใหม่ได้รับการยืนยันในอนาคต ก็อาจหมายความว่ารอนโกรอนโกมีข้อมูลเกี่ยวกับปฏิทินจันทรคติมากกว่าหนึ่งชุด แต่ในตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าแผ่นไม้เหล่านี้ถูกถอดความได้แล้ว

ทำไมการถอดรหัสจึงยากมาก?

การถอดรหัสระบบตัวเขียนโบราณต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น จำนวนข้อความที่มากพอ ความเข้าใจภาษาเดิมของผู้เขียน และที่สำคัญคือเอกสารเปรียบเทียบ เช่น ข้อความสองภาษาแบบเดียวกับศิลาจารึกโรเซตตาที่ช่วยไขปริศนาอักษรอียิปต์โบราณ

แต่สำหรับรอนโกรอนโก นักวิชาการมีตัวอย่างข้อความเหลือน้อย ไม่มีผู้อ่านดั้งเดิมหลงเหลือ และไม่มีเอกสารแปลคู่ขนานที่ช่วยยืนยันความหมายของสัญลักษณ์แต่ละตัว จึงทำให้การถอดรหัสเป็นเรื่องยากมาก

ปริศนาที่ยังไม่ยอม “พูด”

หลังผ่านการศึกษามานานกว่าศตวรรษครึ่ง รอนโกรอนโกยังคงเป็นปริศนาที่ไม่ยอมเปิดเผยความหมาย ทุกการค้นพบใหม่อาจเพิ่มความหวังให้วงการวิชาการ แต่ก็ยิ่งสะท้อนว่าการถอดรหัสระบบสัญลักษณ์นี้ซับซ้อนเพียงใด

จนกว่าจะมีหลักฐานที่หนักแน่นพอให้ชุมชนนักวิชาการนานาชาติยอมรับ “แผ่นไม้พูดได้” แห่งเกาะอีสเตอร์จึงยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาน่าหลงใหลที่สุดของอารยธรรมมนุษย์ และยังรอวันที่จะมีใครสักคนทำให้มันส่งเสียงเล่าเรื่องราวของตัวเองอีกครั้ง

 

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ

อัลบั้มภาพ 4 ภาพ ของ ทำไม "แผ่นไม้พูดได้" ถึงเงียบมานาน 160 ปี? ปริศนาที่นักวิทย์ฯ ทั่วโลกยังอ่านไม่ออก!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล