อย่าไว้ใจเมนูที่ดูธรรมดา! ชายวัย 45 สมองบวม หลังกิน "จานโปรด" หมอชี้เสี่ยงกว่าที่คิด

อย่าไว้ใจเมนูที่ดูธรรมดา! ชายวัย 45 สมองบวม หลังกิน "จานโปรด" หมอชี้เสี่ยงกว่าที่คิด

อย่าไว้ใจเมนูที่ดูธรรมดา! ชายวัย 45 สมองบวม หลังกิน "จานโปรด" หมอชี้เสี่ยงกว่าที่คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ชายวัย 45 ไข้สูงก่อนหมดสติ พบเยื่อหุ้มสมองอักเสบ หมอสงสัยเชื้อไข้หูดับจากเมนูโปรดที่กินไป 2 วันก่อนมีอาการ

อุทาหรณ์อาหารดิบจากประเทศเวียดนาม ชายวัย 45 ปี มีไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ก่อนอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว หลังรับประทานเมนูเลือดหมูดิบเพียง 2 วัน เมื่อถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีระดับความรู้สึกตัวลดลงและมีอาการเข้าได้กับเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลัน แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจและดูแลอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้ได้รับการเปิดเผยโดยโรงพยาบาลโรคเขตร้อนแห่งชาติของเวียดนาม พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานเลือดดิบและผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงไม่สุก เพราะอาจเสี่ยงติดเชื้อ Streptococcus suis หรือเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส ซึ่งคนไทยรู้จักกันในชื่อเชื้อก่อโรค “ไข้หูดับ”

กินเมนูเลือดหมูดิบ 2 วัน อาการทรุดอย่างรวดเร็ว

ตามรายงานของสื่อสุขภาพเวียดนาม ผู้ป่วยคือชายวัย 45 ปี ใช้นามย่อว่า ดี.วี.ซี. อาศัยอยู่ในจังหวัดบั๊กนิญ โดยครอบครัวให้ข้อมูลว่า เขารับประทานเมนู “เตี๊ยดแก๋ง” ซึ่งทำจากเลือดหมูดิบ ประมาณ 4 วันก่อนเข้ารับการรักษา

หลังรับประทานไปประมาณ 2 วัน ชายคนดังกล่าวเริ่มมีไข้สูง ปวดศีรษะ และคลื่นไส้ ก่อนอาการจะรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งซึมลง กระสับกระส่าย และมีระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ ครอบครัวจึงนำตัวไปยังสถานพยาบาลใกล้บ้าน ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลโรคเขตร้อนแห่งชาติ

แพทย์พบระดับความรู้สึกตัวต่ำ สงสัยเชื้อจากหมู

นพ.ฟาน วัน มานห์ แพทย์ประจำแผนกฉุกเฉิน เปิดเผยว่า ขณะมาถึงโรงพยาบาล ผู้ป่วยมีคะแนนกลาสโกว์ หรือ Glasgow Coma Scale เพียง 9 คะแนน ซึ่งสะท้อนว่าระดับความรู้สึกตัวลดลงอย่างมาก พร้อมมีอาการที่เข้าได้กับเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลัน

ทีมแพทย์วินิจฉัยว่าผู้ป่วยมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบและสมองบวม พร้อมเฝ้าระวังการติดเชื้อ Streptococcus suis อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าเป็นการวินิจฉัยในลักษณะ “สงสัย” หรืออยู่ระหว่างติดตาม ไม่ได้เปิดเผยผลตรวจยืนยันเชื้ออย่างชัดเจน

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญในผู้ป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่มีระดับความรู้สึกตัวผิดปกติคือสมองบวม ซึ่งอาจทำให้ความดันภายในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากรักษาไม่ทันเวลา อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสมองและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

รักษาเข้มข้น 4 วัน อาการดีขึ้นจนถอดท่อช่วยหายใจ

หลังรับตัวผู้ป่วย ทีมแพทย์ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ ใช้เครื่องช่วยหายใจ ให้ยาปฏิชีวนะ และดำเนินมาตรการรักษาเพื่อควบคุมภาวะสมองบวม หลังผ่านการรักษาอย่างเข้มข้นเป็นเวลา 4 วัน อาการของผู้ป่วยดีขึ้นจนสามารถถอดท่อช่วยหายใจได้

จากนั้นผู้ป่วยถูกย้ายไปยังแผนกโรคติดเชื้อทั่วไปเพื่อรักษาและติดตามอาการต่อไป ดังนั้น ข้อมูลที่มีอยู่ยืนยันได้ว่าอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่ยังไม่ควรสรุปว่า “หายเป็นปกติแล้ว” เนื่องจากโรงพยาบาลยังอยู่ระหว่างดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง

เชื้อ Streptococcus suis คืออะไร?

Streptococcus suis เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบในสุกร สามารถติดต่อจากหมูสู่คนได้จากการรับประทานเนื้อ เครื่องใน หรือเลือดหมูที่ดิบหรือปรุงไม่สุก นอกจากนี้ เชื้อยังเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตาได้ หากสัมผัสหมูหรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่มีเชื้อโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน

เชื้อชนิดนี้สามารถทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือด และอาการรุนแรงอื่นๆ ผู้ป่วยบางรายอาจสูญเสียการได้ยิน ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “โรคไข้หูดับ” ขณะที่กรณีติดเชื้อรุนแรงอาจเกิดภาวะช็อกหรืออวัยวะหลายระบบทำงานล้มเหลวได้

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Emerging Infectious Diseases ของ CDC สหรัฐฯ ระบุว่า การรับประทานเลือดหมูดิบเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อ Streptococcus suis ในเวียดนาม แม้หมูจะดูแข็งแรงหรือมาจากแหล่งที่ผู้บริโภครู้จัก ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าปลอดเชื้อ

ไม่ใช่เลือดหมูก็อาจเสี่ยง หากมีการปนเปื้อนหรือผสมวัตถุดิบ

โรงพยาบาลยังเคยพบผู้ป่วยที่ยืนยันว่ารับประทานเพียงเมนูเลือดไก่ เป็ด แพะ หรือสัตว์ชนิดอื่น แต่ภายหลังได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส แพทย์ตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ประกอบการบางแห่งอาจนำเลือดหมูซึ่งมีต้นทุนต่ำและหาได้ง่ายไปผสมกับเลือดสัตว์ชนิดอื่นโดยที่ผู้บริโภคไม่ทราบ

นอกจากนี้ อุปกรณ์ ภาชนะ หรือพื้นผิวที่ใช้เตรียมอาหารดิบร่วมกันอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนข้ามได้ ดังนั้น การเลือกเพียงว่าเป็นเลือดจากสัตว์ชนิดใดจึงไม่เพียงพอ วิธีลดความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงเมนูเลือดดิบทุกชนิด และรับประทานผลิตภัณฑ์จากหมูที่ผ่านความร้อนจนสุกทั่วถึง

 

วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำวิธีลดความเสี่ยงจากเชื้อสเตรปโตค็อกคัส ซูอิส ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูแบบดิบหรือสุกๆ ดิบๆ
  • ปรุงเนื้อหมูด้วยความร้อนให้สุกทั่วถึงก่อนรับประทาน
  • แยกอุปกรณ์คีบ เขียง มีด และภาชนะสำหรับอาหารดิบออกจากอาหารสุก
  • เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐานและตรวจสอบได้
  • ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมูดิบ
  • หากมีบาดแผล ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบโดยตรง
  • ผู้ทำงานเกี่ยวกับหมูควรสวมถุงมือ รองเท้าบูต และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม

มีอาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์?

ผู้ที่มีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง สับสน การได้ยินผิดปกติ หรือมีระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนไป หลังรับประทานหมูดิบ เลือดดิบ หรือสัมผัสหมูป่วย ควรไปโรงพยาบาลทันที พร้อมแจ้งประวัติอาหารและการสัมผัสหมูให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด

ไม่ควรรอดูอาการหรือซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง เพราะโรคอาจดำเนินเร็วและต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม การได้รับการรักษาเร็วช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง การสูญเสียการได้ยิน และการเสียชีวิตได้

สรุป เมนูดิบเพียงมื้อเดียวอาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรง

กรณีชายวัย 45 ปีในเวียดนามสะท้อนว่า อาการจากการติดเชื้อหลังรับประทานเมนูเลือดหมูดิบอาจเกิดขึ้นและทรุดลงได้ภายในเวลาไม่นาน แม้ผู้ป่วยรายนี้ตอบสนองต่อการรักษาจนถอดท่อช่วยหายใจได้ แต่ยังต้องได้รับการดูแลและติดตามอาการต่อเนื่อง

วิธีป้องกันที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือไม่รับประทานเลือดดิบหรือผลิตภัณฑ์จากหมูที่ปรุงไม่สุก หากมีอาการไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือความรู้สึกตัวผิดปกติหลังรับประทานอาหารเสี่ยง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติให้ครบถ้วน เพราะเวลาเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลการรักษา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล